พ่อค้าริมถนนสาย 304 นำทุเรียนมาแกะขายให้ลูกค้า เริ่มต้นตั้งแต่ 5 บาท จนถึงหลักร้อย รับเศรษฐกิจไม่ดี คนใช้จ่ายน้อยลง ฝากรัฐบาลเร่งสางปัญหาน้ำมัน เศรษฐกิจ

วันที่ 25 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ริมถนนสาย 304 นครราชสีมา – กบินทร์บุรี ขาเข้าตัวเมือง บ้านโนนค่าง ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา นายมนตรี ผิวผ่อง อายุ 42 ปี ยังคงนำทุเรียนจากจังหวัดชลบุรี มาวางขายให้กับลูกค้าในราคาย่อมเยา โดยทำการแกะวางขายเริ่มต้นตั้งแต่ราคา 5 บาท ไปจนถึงหลักร้อย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อย ได้ชิมทุเรียนชุดแรกของปีแบบสบายกระเป๋า ในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฝืดเคืองและหลายคนยังมีความวิตกกังวลจากปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องของการสู้รบในตะวันออกกลาง รวมถึงปัญหาการขาดแคลนและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

นายมนตรี เล่าว่า ตัวเองเป็นพ่อค้าขายทุเรียนอยู่บริเวณนี้มาประมาณ 10 ปีแล้ว ซึ่งมองเห็นปัญหาของเรื่องสภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่ขึ้น ๆ ลง ๆ ไม่แน่นอน จึงอยากที่จะช่วยผู้มีรายได้น้อยในชุมชน ให้ได้มีโอกาสกินทุเรียนในราคาถูก โดยจะผ่าและแกะทุเรียนแบ่งขายเป็นพู เริ่มต้นที่พูละ 5 บาท ไปจนถึงหลักร้อยตามที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีทั้งลูกค้าเข้ามาเลือกซื้อหน้าร้าน รวมถึงสั่งออเดอร์กันล่วงหน้าก็มี เพราะราคาของทางร้านทุกคนสามารถจับต้องได้

...


นายมนตรี บอกอีกว่า แม้ว่าตอนนี้ตัวเองจะต้องเจอกับปัญหาเรื่องของค่าขนส่ง ซึ่งต้องไปรับทุเรียนมาจากจังหวัดชลบุรี ในขณะที่น้ำมันกำลังปรับขึ้นราคาและหาเติมได้ค่อนข้างยาก ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงต้นฤดูกาล ราคาทุเรียนก็ยังคงแพงอยู่ แต่ก็ยังคงอยากจะคงราคาเดิมไว้ เพื่อให้ฐานลูกค้าเก่าได้รับประทานก่อนใคร

สำหรับปัญหาน้ำมันที่เป็นอยู่ในขณะนี้นั้น ส่วนตัวมองว่าหากรัฐบาลปล่อยให้ราคาน้ำมันเป็นไปตามกลไกของตลาดตั้งแต่แรก ก็เชื่อว่าทุกคนจะเข้าใจและพอรับได้ เพราะตอนนี้ก็มีปัญหาเรื่องของการสู้รบในประเทศตะวันออกกลางที่มีผลพวงต่อไทย และอาจจะไม่เกิดปัญหาถึงขั้นน้ำมันหมดปั๊มพร้อม ๆ กันขนาดนี้ แต่ก็เห็นใจรัฐบาล เพราะเพิ่งเข้ามาบริหารงานประเทศ จึงอยากฝากให้ช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะเศรษฐกิจปากท้องประชาชน เพราะตอนนี้ทุกคนกำลังกังวลกับสถานการณ์ต่าง ๆ จนไม่กล้าใช้จ่ายกันเหมือนเช่นที่ผ่านมา อย่างเช่นการขายทุเรียนของตัวเองนั้นปีนี้ยอมรับว่าลูกค้าปรับตัวกันมาก จากที่เคยซื้อกันครั้งละหลักพัน แต่ตอนนี้ลดลงมาเหลือไม่กี่ร้อย เห็นได้ชัดว่าทุกคนใช้จ่ายกันด้วยความระมัดระวังมากขึ้น