หลังจากที่นักแสดงสาว คริสติน กุลสตรี มิชารัลสกี้ แจ้งข่าวว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศ โดยเป็นหนุ่มกู้ภัยรายหนึ่งที่อาศัยจังหวะตอนที่ รปภ. คอนโด ลงไปเปิดประตูให้ตำรวจ ทำการล่วงละเมิดในช่วงที่เธอนอนอยู่ในคอนโดเพื่อรอไป รพ. แต่ลุกขึ้นไม่ไหวและไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ 

ก่อนที่คริสตินจะเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนที่ สน.คลองตัน เพื่อนำหลักฐานซึ่งเป็นชุดนอนที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุมามอบให้เจ้าหน้าที่ โดยหลังจากที่สอบปากคำไปนานกว่า 4 ชม. เจ้าตัวก็ได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนอีกครั้งถึงเรื่องดังกล่าว พร้อมทั้งโต้กลับถึงเรื่องที่กู้ภัยรายนี้อ้างว่าตอนนั้นแค่จะช่วยปั๊มหัวใจเท่านั้นอีกด้วย

ย้อนไทม์ไลน์ให้ฟังหน่อย?

“จริงๆ คริสได้เล่ารายละเอียดทุกอย่างไปหมดแล้ว ไทม์ไลน์จริงๆ เป็นไปอย่างที่คริสเล่าไปเลย แต่เพื่อไม่ให้มีการเข้าใจผิด ขอแจ้งก่อนนะคะว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นที่โรงพยาบาล แต่เกิดขึ้นในห้องพักของคริส และคนที่เข้ามาช่วยเหลือเป็นคนแรก ตอนนี้ทราบแล้วว่าเป็นอดีตกู้ภัย แต่ขอไม่แจ้งว่าพื้นที่ไหน เหมือนปัจจุบันเขายังมีคอนเน็กชั่นในส่วนนี้อยู่ แต่เขาไม่ได้อยู่ในพื้นที่นี้แล้ว

...

ขอเล่าตรงประเด็นเลยแล้วกันว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง มันเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ไม่เกิน 5 นาที คือตอนที่คุณโกวิทย์ รปภ. ที่เป็นทุกอย่างของคอนโด เขาลงไปเปิดประตูให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เขาทำได้ขนาดนั้น หนูว่าไม่ใช่ครั้งแรก เพราะว่าหนูยืนยันมีสติครบถ้วนทุกอย่าง

ซึ่งอาจมีคำถามจากสังคมเยอะว่า แล้วในเมื่อรู้สึกตัวทุกอย่าง ทำไมไม่ทำอะไร หนูก็แจ้งแล้วว่า หนูทานยาเข้าไป ถ้าคนที่มีอาการโรคซึมเศร้าหรือแพนิกจะเข้าใจ แล้ววันนั้นทานยาแก้แพ้เข้าไป หลายอย่างผสมกัน สติครบถ้วน แต่ด้วยฤทธิ์ยาทำให้ไม่ได้เต็มร้อยกับร่างกายขนาดนั้น ร่างกายพร้อมที่จะหลับตลอด เขาฉวยโอกาสเพียงแค่เวลาสั้นๆ

ก็ขอบคุณตัวเอง แต่ไม่ได้บอกว่าตัวเองโชคดี แต่ก็โชคดีมากพอที่เขาทำได้ถึงแค่ตรงนั้น ยืนยันไม่มีสอดใส่อะไร แต่ถามว่ารุนแรงมากมั้ย แต่ถามว่ารุนแรงมากมั้ย การที่ถูกจับถอดเสื้อผ้าโดยที่เราอยู่ในสภาพไม่ได้ยินยอม และคนที่กระทำเป็นใครก็ไม่รู้ ที่ไม่รู้จัก แค่นี้ก็แย่มากพอแล้ว เรารู้สึกเจ็บที่สุด ไม่ต้องถึงขั้นนั้น 

การที่หนูอยู่ในสภาพที่ไม่ปกติเลย หมายถึงว่าหนูยังต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์ แต่สิ่งที่เราได้กลับมา หนูโดนจับให้เปลือย มันก็มากพอแล้ว แต่ถามว่าหนูโดนมากกว่านั้นไหม มันก็มีการใช้มืออย่างที่เล่าไปก่อนหน้านี้ มีการใช้มือลูบคลำในหลายๆ ส่วนของร่างกาย หนูรู้ว่าหนูสู้ไม่ได้ หนูเลยพยายามรวบรวมสติให้ได้มากที่สุด”

ยืนยันว่าเขาไม่ได้ปั๊มหัวใจ?

“ไม่ได้ปั๊มหัวใจแน่นอนค่ะ” 

แล้วที่เขาถ่ายรูปเรา?

“คือหนูขอไม่ยืนยัน เพราะไม่ได้อยากปรักปรำใคร แต่หนูมีสติ และหนูเชื่อในสิ่งที่เห็น ถึงไม่มีเสียงชัตเตอร์หรือแสงแฟลช แต่การที่ถูกกระทำ แล้วมีการใช้โทรศัพท์แบบนั้น ก็ตีความไปก่อนได้ว่ามันน่าจะเป็นการถ่ายภาพ เพราะก็ไม่รู้ว่าจะมีอย่างอื่น หรือเหตุผลอะไรที่เขาต้องเอาโทรศัพท์ไปจ่อบริเวณนั้น

หนูอยากลุกขึ้นมาสู้ แต่หนูก็ทำไม่ได้ แม้กระทั่งตำรวจมาแล้ว และยืนอยู่ตรงนั้นด้วย หนูก็อยากจะลุกขึ้นมาพูด แต่ด้วยสภาพร่างกายอยู่ในสภาวะที่ทานยาก่อนนอนตามแพทย์สั่ง เป็นยาโรคซึมเศร้าและแพนิก วันนั้นมีอาการแพ้อากาศด้วย  หนูเลยทานยาแก้แพ้เข้าไปเพิ่ม พอ 2 ตัวนี้มารวมกันทำให้โอเวอร์โดส ทำให้มีอาการง่วงซึมทั้งสองตัว”

รู้สึกไหมว่าทำไมเราโดนแบบนี้?

“รู้สึกอยู่แล้วค่ะ การที่เราบอกให้ใครเรียกกู้ภัยหรือปฐมพยาบาลเพื่อให้มาช่วยเหลือ เราคาดหวังว่าเราจะได้รับการช่วยเหลือ แต่ก็เห็นใจคนที่ตั้งใจทำงาน ตั้งใจช่วยเหลือประชาชน เพราะพี่ๆ กู้ภัยดีๆ คนอื่นก็มี ก็รู้สึกว่าหลังจากนี้เราน่าจะต้องเพิ่มมาตรการที่ชัดเจนกว่านี้

แต่อยากฝากว่า คนที่มีอาการฉุกเฉินแบบนี้แล้วถ้าต้องอยู่คนเดียว อย่างน้อยก่อนจะปล่อยให้ใครเข้ามา ขอดูบัตรก่อนหรือขอดูอะไรก็ได้ เพื่อเป็นการยืนยันว่าเป็นกู้ภัยหรือหน่วยงานทางการแพทย์จริง พอหนูมาเจอเหตุการณ์แบบนี้แล้วรู้ว่าเขาแอบอ้าง มันกระทบกับคนที่เขาทำอาชีพนี้อย่างตั้งใจ การที่เขาทำแบบนี้หนูเสียหาย สภาพจิตใจหนูก็เสียหาย พอมีข่าวนี้ออกไป สายอาชีพนี้ก็เสียหาย

ตอนนั้นหนูกลัวมาก จังหวะที่เขาทำเหมือนจะเดินไปปิดประตู ถ้าปิดจริงๆ หนูบอกตัวเองว่าหนูไม่สนแล้วเหมือนกันว่าไหวไม่ไหว แต่หนูจะสู้ให้ได้ ถ้าหนูต้องโดนข่มขืนในวันที่หนูต้องการขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ แล้วต้องมาโดนแบบนี้ หนูคงไม่ไหวเหมือนกัน ตอนนั้นได้แต่สวดมนต์ให้ใครก็ได้รีบขึ้นมา ไม่อยากให้เลยเถิดมากไปกว่านี้”

...

ปิดท้ายคริสตินขอบคุณตำรวจ ตอนนี้เบาใจขึ้น แต่เวลานอนก็ยังหวาดระแวงอยู่ ยืนยันอยากให้จับคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองนั้นไม่ควรที่จะเกิดขึ้นกับใคร

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม