เป็นอีกหนึ่งคนที่รู้จักสนิทสนมกับ เร แมคโดนัลด์ หรือ เร แม๊คโดแนลด์ มายาวนานหลายสิบปี สำหรับ ภิญโญ รู้ธรรม ที่เคยร่วมงานกับเรในรายการ “ทีนทอล์ก” (Teen Talk) ในฐานะผู้ผลิตรายการ ซึ่งเป็นช่วงที่เรเพิ่งเข้าวงการบันเทิงมาได้ไม่นาน ล่าสุดภิญโญมาร่วมพิธีศพของเร ณ วัดยาง พระอารามหลวง นักข่าวจึงถามถึงความทรงจำที่มีต่อเรเมื่อครั้งร่วมงานกันเป็นอย่างไรบ้าง
มีความทรงจำกับเรยังไงบ้าง?
“เราได้รู้จักกันเมื่อปี 2537 นะครับ ตอนนั้นโปรดิวเซอร์ของรายการจริงๆ คือคุณอ้อยไปทาบทามคุณเร ว่ามาทำรายการ ตอนนั้นเราได้เวลาที่ช่อง 5 แล้วก็คิดว่าจะทำรายการเพื่อวัยรุ่นกัน แล้วก็เชิญเรมาพูดคุย พูดถึงอุดมการณ์ พูดถึงเป้าหมายกัน เรก็ให้เกียรติกับทีมงาน บอกว่ามาร่วมงานกัน เรก็เลยเป็นพิธีกรหลักของรายการทีนทอล์ก แล้วก็ได้รู้จักกันมาตั้งแต่นั้นแหละครับ 2537”
เราเห็นอะไรในตัวเรที่ทำให้รู้สึกว่าพิธีกรต้องคนนี้?
“จริงๆ เรเขามีออร่า เขามีรัศมีของเขาอยู่แล้ว แล้วก็มีความสามารถของเขาอยู่แล้วนะครับ เพียงแต่ว่า ตอนนั้นคือ ถ้าจำไม่ผิด เรจะเป็นวีเจอยู่สถานีโทรทัศน์ช่องนึง ทีนี้อยากจะให้เรเขามาเป็นผู้บุกเบิกรายการวัยรุ่นในยุคนั้น เห็นศักยภาพแล้ว แล้วรูปร่างหน้าตาไม่ต้องพูดถึง เรเป็นนักกีฬาที่หล่อที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา ก็ทาบทามแล้วคุยกัน เรก็บอกว่าเอาสิ ลองกันดูสักตั้งหนึ่ง จากนั้นเป็นต้นมา เราก็ทำรายการทีนทอล์ก แล้วในเครือจักรวาลทีนทอล์กทั้งหมด ก็มีเรเป็นผู้นำของทีมทั้งหมดครับ”
เราเคยบอกว่าเรเป็นทีนทอล์กเลย ทำไมเรถึงเป็นทีนทอล์ก?
“เรคือทีนทอล์ก คือด้วยความที่เราตั้งใจว่าวัยรุ่นไทย น่าจะเป็นผู้นำได้ เยาวชนก็สามารถเป็นผู้นำในสังคมได้ แล้วเรก็เป็นคนหนึ่งที่มีความคิดความอ่านเป็นตัวของตัวเอง เรียกว่าไม่ค่อยตามแบบใคร ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ เรก็ยังเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งเราก็มีความคิดว่า วัยรุ่นหรือเยาวชนไทย ควรมีความคิดของตัวเอง ไปในแนวทางที่ถูกต้อง แล้วก็คิดอะไรใหม่ๆ คิดได้แปลกๆ ครับ”
ยุคนั้นเรมีอิทธิพลกับวัยรุ่นยุค 90 มากน้อยยังไงบ้าง?
“ต้องบอกว่าเมื่อก่อนเราไม่ค่อยรู้ฟีดแบ็ก เทียบกัน เมื่อก่อนนี่คือการสื่อสารระหว่างรายการกับคนดูมันคือไปรษณียบัตร หรือบางทีก็มีโทรศัพท์ มันไม่มีการคอมเมนต์ ไม่มีกดไลก์กดแชร์แบบเหมือนปัจจุบันนี้ สิ่งที่เรารู้คือเวลาออกไปข้างนอกแล้วมีคนทักทาย กลับมารู้ทีหลังว่า รายการในเครือทีนทอล์กเป็นที่นิยมของวัยรุ่น ซึ่งเชื่อว่าเท่าที่เห็นๆ อยู่หลายๆ คนก็น่าจะเป็นแฟนทีนทอล์ก แล้วก็เติบโตมาจนเป็นยุคนี้นะครับ”
เราภูมิใจกับคำว่าทีนทอล์กขนาดไหน?
“พวกเราภูมิใจครับ ที่เราได้ทำประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของประเทศไทยประดับเอาไว้ อย่างน้อยประเทศไทยก็รู้จักคำว่าทีนทอล์ก แล้วเราก็คิดว่าเราน่าจะเป็นแรงบันดาลใจ เป็นตัวอย่างที่จะให้เยาวชนไทย วัยรุ่นไทย คิดทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ แล้วก็เป็นตัวอย่างสำหรับคนรุ่นหลังๆ ต่อๆ ไปครับ”
รายการทีนทอล์ถูกพูดถึงเยอะมากๆ มีโปรเจกต์ในใจว่าอยากจะทำอะไรไหมเพื่อเรในนามทีนทอล์ก?
“จริงๆ ก็เคยคิดอยู่เหมือนกันนะครับ แต่ทีนี้เรามองว่าปัจจุบันวัยรุ่นทุกคนที่มีโทรศัพท์มือถือ มีอินเตอร์เน็ต สามารถเป็นสื่อของตัวเองได้ สร้างตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องไปอยู่ค่าย หรือเป็นบริษัทใหญ่ เพราะฉะนั้นตอนนี้ถ้าคิดจะทำในแพลตฟอร์มที่เป็นปัจจุบันนี้ ก็เคยคิดอยู่เหมือนกันว่า เออ…อยากจะทำอะไรดีๆ กับทีม น้องๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรเนี่ยนะครับ แต่ว่าก็เสียดายน้องก็เดินทางไปซะก่อน นำหน้าเราไปแล้ว”
ในมุมผู้ใหญ่ที่เห็นเรตั้งแต่ทีนทอล์ก ยุคหลังคนก็ยังยกเขาเป็นไอคอน เป็นเพราะอะไรที่อยู่ในตัวของเร?
“ความเป็นเอกลักษณ์ของเขาครับ จริงๆ ก็ไม่ได้บอกว่ามีเรคนเดียวในวงการนี้นะครับ ในวงการนี้ก็มีอีกหลายๆ คนที่เป็นคล้ายๆ เร แต่ทุกคนจะไม่เหมือนกันหมด ทุกคนจะไม่เหมือนกัน ซึ่งทีมเราก็ชอบสนับสนุนคนที่มีเอกลักษณ์แบบนี้ คือไม่ได้แบบตามๆ เขาไปครับ”
ได้เจอเรครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?
“ครั้งสุดท้ายเรามีมีตติ้งกัน เราไม่ได้เจอกันบ่อยๆ นะครับ นานทีหลายปีหน หลังสุดนี่เจอที่ร้านของเร ที่เยาวราช นั่นคือครั้งสุดท้ายที่เจอเร ก็ได้พูดคุยกัน แล้วก็ได้เห็นผลงานของเรบ้าง แล้วเมื่อวานนี้ได้ข่าว ก็อึ้งไปทั้งวันเลยครับ เราเคยคุยกันว่า เราน่าจะอยู่กันไปได้ถึงขั้นเรียกว่าเป็นลุงเร เป็นคุณตาเร ทุกคนก็จะคิดแบบนั้น เมื่อวานผมก็ท่องอยู่อย่างเดียวว่า เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป แต่พอถึงคนใกล้ตัวแล้ว ก็ต้องใช้เวลาทำใจอยู่พอสมควรแหละครับ”
เรื่องที่นึกถึงเรแล้วยิ้มตลอดเวลา นึกถึงเขาเรื่องอะไร?
“คนส่วนใหญ่ที่มองเร บอกว่าเป็นคนที่พูดไม่รู้เรื่อง แต่จริงๆ คือมันเหมือนกับว่า เราอยู่คนละความถี่กับเขาครับ บางทีคุยเรื่องนี้อยู่ เรอาจจะคิดเรื่องอื่นอยู่ เรารักเขาเพราะเขาเป็นแบบนี้ครับ เราก็อารมณ์ดีไปกับเขา ไม่ได้ซีเรียสอะไร”
ตอนเข้าไปได้พูดอะไรกับเรไหม?
“เอาจริงๆ เหรอ ผมบอกว่าเรฟื้นเหอะ แล้วมาทำอะไรสนุกๆ กันอีก”
ตั้งแต่รู้จักเรจนถึงวันนี้ เห็นพัฒนาการอะไรของเรบ้าง?
“เรเติบโตมากมายเลยนะครับ แต่สำหรับผม เรก็ยังเป็น เร แม๊คโดแนลด์ คนนั้นอยู่ ณ ปี พ.ศ. นั้น 2537 เรอายุ 17 ปี ทุกวันนี้ก็ยังเหมือนเรอายุ 17 ปี แต่มีประสบการณ์มากขึ้น แล้วก็สร้างผลงานไว้มากมายทีเดียว ก็ลองไปติดตามดูนะครับ คนที่ไม่รู้จัก เร แม๊คโดแนลด์ ก็ไปติดตามดูว่าผลงานของเรเขาเป็นยังไงบ้าง”
จะมีโอกาสไหมที่จะทำอะไรเพื่อรำลึกถึงเรเป็นโปรเจกต์พิเศษ?
“แยกเป็น 2 เรื่อง เรื่องหนึ่ง เรื่องรำลึกถึงพี่เร ผมเชื่อว่าทุกคนอยากจะทำ ทีมเราก็อยากทำ ส่วนในเรื่องของทีนทอล์ก เอาเป็นว่ากลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น ก็คิดอยู่นะครับ แต่ว่ายังไม่ตกตะกอน ตอนนี้ยังบอกอะไรไม่ได้เป็นแนวทางครับผม”
คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม