อาร์ม ศุภชัย ใจเด็ด นักฟุตบอลทีมชาติไทย และนักฟุตบอลสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดเผยถึงเรื่องราวความประทับใจในตัว เร แม๊คโดแนลด์ นักแสดงหนุ่ม-ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวชื่อดัง ที่เคยเป็นผู้เปิดโอกาสสู่อาชีพนักฟุตบอลจนประสบความสำเร็จ พร้อมทั้งเล่าถึงวันที่เรและ แหม่ม สริญญา ภรรยาของเร ขออาร์มจากพ่อแม่ให้มาเป็นลูกบุญธรรม เพื่อดูแล

อยากให้เล่าจุดเริ่มต้นว่ารู้จักเรได้ยังไง? 

“ผมก็อยู่ที่ใต้ครับ เป็นเด็กคนหนึ่งที่เล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆ ที่บ้านและโรงเรียน แล้วพี่เรเขามีโครงการ Gothia Cup ซึ่งพี่เรเองเคยเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งที่ต่างประเทศ มีวันหนึ่งพี่เรได้ไปคัดเลือกนักฟุตบอลเพื่อที่จะนำนักกีฬาไปเตะที่ประเทศสวีเดน แล้วผมก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ไปคัดของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ (ซึ่งอาร์มก็ติดในทีมนั้นด้วยใช่ไหม?) ใช่ครับ”

จำโมเมนต์แรกที่เจอเรได้ไหม ว่าเราเห็นผู้ชายคนนี้แล้วรู้สึกยังไงบ้าง? 

“วันแรกที่ได้เจอ พี่เรก็เหมือนเป็นประธานสโมสรที่ไปคัดเลือกนักเตะ แล้วเอาพวกสต๊าฟโค้ช อาจารย์สมบุญ อินทร์อ่อน ไปคัดเลือก ตอนนั้นยอมรับตรงๆ ว่ายังไม่ได้รู้จักพี่เรครับว่าพี่เรเป็นใคร แต่หลังจากที่รู้จักก็รู้สึกผูกพันครับ กับการที่เราได้ไปใช้ชีวิตกับแก แกได้ลงไปคลุกคลีกับนักกีฬา ทุกๆ คน ให้ความสำคัญและดูแลพวกเราอย่างดีครับ”

ตอนนั้นหน้าที่บทบาทของเรมีอะไรบ้าง? 

“เป็นประธานสโมสรครับ แล้วก็เป็นคนคอยซัพพอร์ตทีม แล้วก็เป็นคนพาไปด้วย ทุกอย่างเลยครับ”

เรียกได้ว่าเรเป็นคนผลักดัน ชุบชีวิต หรือพลิกชีวิตอาร์มเลยใช่ไหม? 

“ใช่ครับ อย่างตอนเราเด็กๆ เราก็เตะฟุตบอลตามประสาเด็กครับ แล้วหลังจากได้ไปเตะที่สวีเดน การกลับมาจากรายการนั้น พี่เรก็ได้เชิญชวน ชักชวนเราให้มาในกรุงเทพฯ เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้ตัวเอง แล้วก็เป็นอาชีพที่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ครับ เป็นคนเปิดโอกาส เปิดประตูให้เราก้าวเข้าสู่อาชีพฟุตบอลครับ”

ตอนนั้นได้คุยกับเรไหมว่า เรเห็นอะไรในตัวเราถึงผลักดัน? 

“ณ ตอนนั้นผมเป็นเด็กสุดเลยในกลุ่ม แล้วพี่เรจริงๆ ไม่ได้ชักชวนแค่ผมหรอกครับ หลายๆ คน แต่ผมเป็นคนแรกที่ขึ้นมาก่อนในตอนนั้น แล้วก็มีเพื่อนๆ ในกลุ่ม 10 คนตามมาหลังจากผมมาอยู่กรุงเทพฯ ได้ 3-4 ปีครับ

มีคำพูดอะไรของเรที่เหมือนเป็นแนวทางชีวิตเรา ติดตัวมาจนถึงทุกวันนี้ไหม? 

“ก็อย่างที่ทุกคนเห็นครับ "ทำดีด้วยมือขวา ไม่จำเป็นต้องให้มือซ้ายรับรู้" พี่เรที่อยู่ด้วยกัน เขาเป็นผู้ชายที่ติดดินมากๆ ครับ เป็นแบบอย่างที่ดีให้ผมในการใช้ชีวิต ในการที่เขาอยู่กับเรา สนิทกับเรา คลุกคลีกับเรา ทานข้าว คน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เวลาเขากินข้าวเขากินด้วยมือ พี่เรเขาไปอยู่ที่นั่น เขาก็ทำตามเราทุกอย่าง ช่วยเหลือเราไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน”

เรารักเหมือนพ่อบุญธรรมคนหนึ่งเลยใช่ไหม? 

“ใช่ครับ ก่อนที่ผมจะขึ้นมา ผมขึ้นมาตอนผมอายุ 11 ขวบ แน่นอนพ่อกับแม่ก็เป็นห่วงมาก หนึ่งในนั้นคือพี่เรกับพี่แหม่มที่ไปคุยกับพ่อกับแม่เพื่อขออนุญาต เขาเอ่ยปากพูดว่าจะดูแลผมให้ดีที่สุด แล้วก็ขออนุญาตพ่อกับแม่รับผมเป็นลูกบุญธรรม ผมไม่เคยลืมเลยครับ”

ณ ตอนนั้นที่ได้ยินคำว่าขอเราเป็นลูกบุญธรรม เรารู้สึกยังไงบ้าง?

“ดีใจมากๆ ครับ เขาก็ให้คำมั่นสัญญากับพ่อแม่เราว่าจะดูแลเราให้ดีที่สุดกับการมาใช้ชีวิตในเมืองหลวงครับ ซึ่งเป็นอะไรที่พ่อกับแม่เป็นห่วงในวัย 11 ขวบครับ”

ตอนนี้อาร์มประสบความสำเร็จในเส้นทางฟุตบอล เล่นให้บุรีรัมย์ ติดทีมชาติด้วย สามารถพูดได้เต็มปากไหมว่าถ้าไม่มีเร น่าจะมาถึงจุดนี้ยาก? 

“โอ้โห ถ้ามองตอนนั้น พี่เรก็เป็นคนเปิดประตูและให้โอกาส อย่างที่พี่เรเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ทุกคนมีส่วนช่วยเหลือผม และพี่เรเป็นประตูบานแรกที่ทำให้ผมมาอยู่ ณ จุดนี้ได้ เป็นแบบอย่างที่ทำให้ผมดิ้นรนต่อสู้ทุกอย่างเพื่อมาถึงวันนี้ครับ”

เรเคยพูดไว้ว่าไม่ให้เรียกว่าบุญคุณใช่ไหม? 

“ใช่ครับ ที่ผ่านมาผมไม่เคยเห็นพี่เรสัมภาษณ์หรือพูดเอาเครดิต เขาไม่เคยพูดเลย เวลาผมเข้ากรุงเทพฯ ทุกวันหยุดก็จะไปหาพี่เร พี่แหม่ม น้องมิก้า ที่บ้าน ซึ่งเรายังไปมาหาสู่กันตลอด เวลาไปที่บ้านพี่เรแทบจะไม่พูดเรื่องฟุตบอลเลย คุยเรื่องเรื่อยเปื่อย เพราะเขาเห็นว่าเวลาเราเล่นให้สโมสรหรือทีมชาติ เรามีเรื่องเครียดหลายๆ อย่าง เขาก็พยายามทำให้เรารีแลกซ์ทุกครั้งที่มาหา พี่เรพยายามคุยในเรื่องอื่นๆ เรื่อยเปื่อย”

ทราบมาว่าเรช่วยเหลือเด็ก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เรื่องฟุตบอลมานานแล้ว แต่น้อยคนที่จะรู้ เรช่วยอะไรบ้าง? 

“พี่เรจะมีโครงการทุกปีที่ไปจัดรายการแข่งขันเพื่อหานักกีฬา และเปิดโอกาสให้นักกีฬา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีการจัดการแข่งขันทุกปี พี่เรก็สนับสนุนมาโดยตลอด ทั้งจังหวัดใกล้เคียง จ.ยะลา จ.นราธิวาส มารวมกันที่ จ.ปัตตานี หมดเลย จัดรายการแข่งขันและหานักกีฬา”

แสดงว่าเรมีส่วนช่วยเด็กๆ ทางภาคใต้เยอะมาก โดยที่น้อยคนจะรู้? 

“ใช่ครับ ไม่มีใครรู้เลย แต่ทุกคนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้รู้จักพี่เร พี่เรเป็นคนใส่ใจครับ น้อยคนที่จะหาคนแบบนี้ได้ครับ”

อาร์มเจอเรครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่? 

“จริงๆ เพิ่งเจอกันเมื่อ 2 เดือนที่แล้วเองครับ เพราะผมกับครอบครัวไปมาหาสู่กับพี่เรที่บ้านเป็นประจำ ไม่เจอแกก็เจอพี่แหม่ม เจอน้องมิก้าครับ”

ตลอดเวลาที่เจอ พอสังเกตเห็นอาการผิดปกติ ความไม่สบาย หรือการป่วยของเรบ้างไหม? 

“ ไม่มีเลยครับ มาทุกครั้งพี่เรพูดคุยสนุก เอ็นจอยทุกครั้ง ไม่มีอาการอะไรเลยครับ เราก็คิดว่าพี่เรสบายดีมาตลอด เพราะทุกครั้งที่มาก็เห็นพี่เรปกติ เล่นสนุก ผมก็พาลูกๆ พาครอบครัวไปหาพี่เรบ่อยมากๆ ครับ”

ในวันสูญเสีย เราทราบข่าวจากไหน? 

“ตื่นเช้ามามีเพื่อนนักกีฬาที่ไปสวีเดนกับพี่เรด้วยกันส่งมาถามว่าเป็นข่าวจริงเหรอ ผมก็บอกขอเช็กก่อน ผมเลยรีบโทรหาพี่แหม่ม พอมีคนรับแล้วบอกว่าเป็นข่าวจริง ตอนนั้นช็อกครับ เพราะเขาเป็นพ่อเราคนหนึ่ง ตอนนี้ก็ยังช็อกอยู่ ไม่เชื่อเพราะว่าเราเพิ่งมาหาแก เพิ่งเจอกันเอง แต่ก็พยายามเข้มแข็ง เพราะว่าพยายามซัพพอร์ตดูแลพี่แหม่มกับน้องมิก้า ก็จะยังไปมาหาสู่ มาช่วยดูแลพี่แหม่มและน้องมิก้าต่อไปครับ”

มีสิ่งไหนที่อาร์มอยากทำให้เร แต่ยังไม่มีโอกาสได้ทำไหม? 

“แน่นอนพี่เรเป็นคนกีฬา เป็นนักกีฬาคนนึง เขามีความฝันของเขา เขาเคยบอกผมว่าฝากอาร์มสานต่อด้วยนะ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันของสโมสรหรือทีมชาติ ผมจะทำให้เต็มที่ที่สุดครับ ผมจะทำตามความฝันของพี่เร เชื่อว่าวันนี้พี่เรและครอบครัวคงภูมิใจในตัวผม ผมจะทำแบบนี้ต่อไป จะพัฒนาตัวเอง จะไปให้ไกลกว่านี้ครับ”

เมื่อกี้มีโอกาสได้พูดอะไรกับเรไหม? 

“ก็บอกเขาสั้นๆ ว่า วันนี้ผมมาหาแล้ว อะไรที่ช่วยได้ในงานผมก็จะช่วยเต็มที่ที่สุด จะทำวันนี้ให้ดีที่สุด จะดูแลพี่แหม่มและน้องมิก้าต่อไปเรื่อยๆ ครับ”

ในแวดวงฟุตบอล นอกจากอาร์มแล้วมีคนไหนที่เรซัพพอร์ตจนประสบความสำเร็จในเส้นทางนี้?

“จริงๆ มีหลายคนนะครับ มีอีกคนคือพี่อ้นที่ไปสวีเดนด้วยกัน ตอนนี้น่าจะอยู่ในดิวิชั่น 2 ผมไม่แน่ใจว่าอยู่ทีมไหนในตอนนี้ ก็มีอีกคนนึงที่ยังเล่นฟุตบอลอยู่และพี่เรซัพพอร์ตและสนับสนุน คือก่อนหน้าที่เขาอยู่ทีมแพร่ ยูไนเต็ด แต่ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าย้ายไปที่ไหนแล้ว”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม