“พ่อแก่เงินล้าน” เป็นอีกหนึ่งพิกัดสายมูที่ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีความเชื่อเรื่องโชคลาภ การเงิน การค้าขาย และความสำเร็จ จุดเด่นที่ทำให้หลายคนจดจำได้คือ “ปางตีตะโพนเรียกทรัพย์” ซึ่งผู้ศรัทธานิยมเดินทางไปกราบไหว้และตีตะโพนเพื่อความเป็นสิริมงคล
นอกจากความเชื่อเรื่องเงินทองแล้ว อีกเหตุผลที่ทำให้สถานที่แห่งนี้ได้รับความสนใจ คือเรื่องราวจากผู้ศรัทธาที่เล่าต่อกันถึงการได้รับโชคลาภ รวมถึงมีผู้มากราบไหว้พ่อแก่เงินล้านถูกรางวัลที่ 1 แล้วรวมเป็นจำนวน 11 คน จนทำให้ชื่อของ “พ่อแก่เงินล้าน” เป็นที่รู้จักมากขึ้นในหมู่สายมูและผู้ที่ชื่นชอบการเสี่ยงโชค
รู้จัก “พ่อแก่เงินล้าน” คือใคร อยู่ที่ไหน
“พ่อแก่เงินล้าน” มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “พ่อปู่ฤาษีเพชรฉลูกัณฑ์ ปางตีตะโพนเรียกทรัพย์” โดยคำว่า “พ่อแก่” ในคติความเชื่อของไทยมักใช้เรียกครูฤาษีหรือบรมครู ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องครูบาอาจารย์และการเคารพบูชาครู
ปัจจุบันองค์พ่อแก่เงินล้านประดิษฐานอยู่ที่ ธรรมอุทยานสวนป่าสิงหวัฒนานุสรณ์ ต.บางพระครู อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากก่อนหน้านี้เคยประดิษฐานอยู่ที่จังหวัดสิงห์บุรีและวัดจันทร์ อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- เปิดให้ไหว้ขอพร : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 - 18.00 น.
- พิธีลงนะหน้าทอง : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 16.00 น.
สำหรับองค์พ่อแก่เงินล้าน จุดที่แตกต่างและกลายเป็นภาพจำคือการสร้างในลักษณะปางตีตะโพน จึงมีชื่อเรียกกันว่า “พ่อแก่เงินล้านตีตะโพน” หรือ “พ่อแก่ตีตะโพนเรียกทรัพย์” ผู้ศรัทธาเชื่อว่าการตีตะโพนเปรียบเสมือนการเรียกทรัพย์ เรียกโชคลาภ และเสริมความเป็นสิริมงคลด้านการทำมาหากิน การงาน และการค้าขาย
ทั้งนี้ ความเชื่อดังกล่าวเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ไม่ได้มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าการบูชาหรือตีตะโพนสามารถทำให้เกิดโชคลาภหรือความมั่งคั่งได้
ประวัติ “พ่อแก่เงินล้าน” มีที่มาอย่างไร
จุดเริ่มต้นเกี่ยวข้องกับ พระอาจารย์ไกรสรณ์ ซึ่งในช่วงที่อยู่ที่วัดโพธิ์เก้าต้น จ.สิงห์บุรี ได้เดินทางไปปฏิบัติธรรม และมีเรื่องเล่าว่าเกิดนิมิตเห็นองค์พ่อแก่กำลังตีตะโพนด้วยใบหน้าที่มีความสุข จึงเกิดแนวคิดในการจัดสร้างองค์พ่อแก่ขึ้นเพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาได้กราบไหว้บูชา
องค์พ่อแก่เงินล้านจึงถูกสร้างขึ้นในลักษณะ พ่อปู่ฤาษีเพชรฉลูกัณฑ์ ปางตีตะโพนเรียกทรัพย์ และเดิมประดิษฐานอยู่ที่วัดโพธิ์เก้าต้น จ.สิงห์บุรี ต่อมามีการย้ายมาประดิษฐานที่วัดจันทร์ อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นช่วงที่ชื่อของพ่อแก่เงินล้านเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น
ทั้งนี้ มีผู้ศรัทธาเดินทางมากราบไหว้และร่วมพิธีต่างๆ ก่อนที่จะย้ายมาประดิษฐาน ณ ธรรมอุทยานสวนป่าสิงหวัฒนานุสรณ์ ในพื้นที่ อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีผู้ศรัทธาเดินทางมากราบไหว้บูชาเพื่อขอพรเสริมดวงและโชคลาภโดยไม่ขาดสาย
ทำไม “พ่อแก่เงินล้าน” ถึงมีชื่อเสียงในกลุ่มสายมู ขอพรเรื่องอะไร
หนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญคือ “การตีตะโพนเรียกทรัพย์” ซึ่งแตกต่างจากการไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วไป ผู้ที่เดินทางมาสักการะนิยมตั้งจิตอธิษฐานขอพร ก่อนร่วมตีตะโพนตามความเชื่อว่าเป็นการเรียกทรัพย์ เรียกโชค และเปิดทางด้านการทำมาหากิน
ความเชื่อเกี่ยวกับองค์พ่อแก่ยังครอบคลุมหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเงิน การงาน การค้าขาย เมตตามหานิยม และโชคลาภ จึงทำให้มีทั้งพ่อค้าแม่ค้า เจ้าของกิจการ คนทำงาน และผู้ที่ชื่นชอบการเสี่ยงโชคเดินทางมาสักการะ ประกอบกับการแชร์ประสบการณ์ผ่าน TikTok และโซเชียลมีเดีย ทำให้ “พ่อแก่เงินล้าน” เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น
พ่อแก่เงินล้าน กับเรื่องเล่าผู้โชคดีถูกรางวัลที่ 1
หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ “พ่อแก่เงินล้าน” เป็นที่รู้จักในกลุ่มสายมูและผู้ที่นิยมเสี่ยงโชค คือเรื่องเล่าของผู้ศรัทธาที่เดินทางมาขอพรแล้วได้รับโชคจากสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยมีการกล่าวต่อกันว่า เคยมีผู้มาขอพรและร่วมตีตะโพนตามความเชื่อ ก่อนถูกรางวัลที่ 1 รวมแล้ว 11 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้ที่อ้างว่าได้รับรางวัลอื่นๆ และเดินทางกลับมาแก้บนภายหลัง
ทั้งนี้ เรื่องผู้ถูกรางวัลดังกล่าวเป็นคำบอกเล่าที่เผยแพร่ในกลุ่มผู้ศรัทธาและสื่อเกี่ยวกับการเสี่ยงโชค ไม่ได้เป็นหลักฐานยืนยันว่าการกราบไหว้หรือทำพิธีจะทำให้ถูกรางวัล จึงควรพิจารณาในฐานะความเชื่อส่วนบุคคล
วิธีไหว้ขอพร “พ่อแก่เงินล้าน” เสริมดวงให้เฮงปัง
สำหรับผู้ที่เดินทางไปสักการะพ่อแก่เงินล้าน สามารถเริ่มจากตั้งจิตให้สงบ กล่าวชื่อ-นามสกุล พร้อมอธิษฐานถึงสิ่งที่ต้องการ ก่อนร่วมตีตะโพน ซึ่งผู้ศรัทธาเชื่อว่าเป็นการเรียกทรัพย์และเสริมโชคลาภ นอกจากนี้ ยังมีผู้สนใจพิธีเจิมฝ่ามือและเจิมนะหน้าทอง เพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อ
อย่างไรก็ตาม การไหว้พ่อแก่เงินล้าน การตีตะโพนเรียกทรัพย์ ตลอดจนพิธีต่างๆ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ไม่มีสิ่งใดรับประกันผลด้านโชคลาภหรือการเงิน ผู้ที่เดินทางไปสักการะจึงควรใช้วิจารณญาณ โดยเฉพาะการซื้อสลากหรือเสี่ยงโชค ควรกำหนดงบประมาณให้เหมาะสมและไม่ให้กระทบต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน