เคยรู้สึกหรือไม่ว่า ทั้งที่สั่งเมนูเดียวกันมากินแท้ๆ หรือต่อให้เราสั่งเมนูที่แพงกว่ามาอยู่ตรงหน้า แต่พอได้ยื่นช้อนไปตักคำที่เพื่อนแบ่งให้ หรือแอบจิ้มเฟรนช์ฟรายส์จากจานเพื่อนมากิน มันกลับรู้สึกอร่อยเหาะ แซ่บถึงใจ กว่าอาหารในจานตัวเองหลายเท่า

พฤติกรรมการ “แย่งเพื่อนกิน” จนโดนแซว แท้จริงแล้วไม่ได้เป็นเพราะความรู้สึกอย่างเดียว แต่ในทางวิทยาศาสตร์และประสาทวิทยา มีกลไกสมองสุดลึกลับที่อธิบายไว้ว่า ทำไมอาหารของคนอื่นถึงมีอานุภาพทำลายล้างความน่ากินของจานเราได้ราบคาบขนาดนี้

สมองเกิดอาการล้า กับอาหารตรงหน้าตัวเอง 

กลไกแรกเกิดจากระบบประสาทรับรู้ของเราเอง เมื่อเราเป็นคนเลือกและสั่งอาหารจานนั้นมา สมองจะเริ่มกระบวนการ "จินตนาการรสชาติ" ล่วงหน้าไปแล้ว 

ตั้งแต่ตอนอ่านเมนู นั่งรอ สูดกลิ่นควันจากห้องครัว จนกระทั่งอาหารมาเสิร์ฟตรงหน้า ประสาทสัมผัสของเราจะค่อยๆ เกิดความคุ้นชิน กับอาหารจานนั้นไปทีละนิด ทำให้เมื่อตักกินคำแรก ความตื่นเต้นของสมองจึงลดลงไปส่วนหนึ่งแล้ว

สำหรับอาหารของเพื่อน สมองของเราไม่มีข้อมูลล่วงหน้า ไม่รู้รสชาติที่แท้จริง และไม่ได้ซึมซับกลิ่นของมันอย่างเต็มที่ เมื่อเราหันไปมองปุ๊บ สมองจะมองว่ามัน คือ “สิ่งแปลกใหม่” สารโดปามีน หรือสารแห่งความสุขและความคาดหวังจะพุ่งสูงปรี๊ดทันที ทำให้การชิมอาหารของเพื่อนเพียงคำเดียว ระเบิดรสชาติได้รุนแรงกว่าอาหารที่เรานั่งมองมาเป็นสิบนาทีนั่นเอง

...

ทฤษฎีผลไม้ต้องห้าม และความอยากตามคนอื่น 

มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่มีสัญชาตญาณการลอกเลียนแบบซ่อนอยู่ลึกๆ ในสมองมีเซลล์ประสาทที่เรียกว่า Mirror Neurons หรือ เซลล์ประสาทกระจกเงา ซึ่งจะทำงานเมื่อเราเห็นพฤติกรรมของคนอื่น เมื่อเรานั่งมองเพื่อนเคี้ยวอาหารอย่างเอร็ดอร่อย ตาเป็นประกาย สมองของเราจะจำลองความฟินนั้นมาไว้ในหัวตัวเองทันที และเกิดความรู้สึกร่วมว่า “จานนั้นต้องดีมากแน่ๆ”

ประกอบกับจิตวิทยาแบบ “ผลไม้ต้องห้าม” อะไรที่ไม่ได้เป็นของเรา หรืออะไรที่มีขอบเขตว่ากินได้แค่คำเดียวนะ มันจะถูกยกระดับความน่าสนใจขึ้นเป็นทวีคูณ การได้ครอบครองสิ่งที่มีจำกัดจึงทำให้สมองฟินกว่าการนั่งกินจานของตัวเองที่มีล้นเหลือ

ฟินคูณสอง เพราะ “ไม่ต้องเลือก” และ “ไม่มีความเสี่ยง”

ในแต่ละวัน สมองของเราเผชิญกับภาวะล้าจากการตัดสินใจ การต้องมานั่งเลือกเมนูอาหารคิดแล้วคิดอีกว่าจะอร่อยไหม แคลอรีเท่าไหร่ คุ้มเงินหรือเปล่า สิ่งเหล่านี้สร้างความเครียดเล็กๆ ให้สมองโดยไม่รู้ตัว

ทว่าการแย่งเพื่อนกิน คุณตัดกระบวนการเหล่านั้นออกไปจนเหลือศูนย์ ทั้งไม่ต้องเสียเวลาเลือก ไม่ต้องรับความเสี่ยงว่าถ้าไม่อร่อยจะเสียดายเงิน และได้รับรางวัลเป็นรสชาติอาหารทันที ความรู้สึกผ่อนคลายและสมหวังในเสี้ยววินาทีนั้น จึงถูกสมองแปลค่าออกมาเป็นความอร่อยที่เหนือระดับกว่าปกติ