โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือ เส้นเลือดหัวใจตีบ เกิดจากการสะสมของไขมันหรือหินปูนบริเวณผนังหลอดเลือด ส่งผลให้ช่องภายในหลอดเลือดแคบลง เลือดและออกซิเจนจึงไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้น้อยลง หนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่สามารถปรับเปลี่ยนได้คือพฤติกรรมการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะการกินอาหารที่มีไขมันสูงเป็นประจำ
รวม 10 อาหารบำรุงหัวใจ ลดความเสี่ยงเส้นเลือดหัวใจตีบ กินอย่างไรให้หลอดเลือดแข็งแรง
อาหารที่ดีต่อหัวใจ มีอะไรบ้าง? การเลือกอาหารบำรุงหัวใจที่มีไขมันดี ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระ ควบคู่กับการลดอาหารไขมันสูง จึงมีส่วนช่วยดูแลระดับไขมันในเลือดและสุขภาพหลอดเลือดหัวใจในระยะยาว แต่ทั้งนี้ ไม่มีอาหารชนิดใดป้องกันหรือรักษาโรคได้ด้วยตัวเอง แต่ควรกินอย่างเหมาะสมและหลากหลายให้ครบ 5 หมู่ ดังนี้
1. ถั่วเปลือกแข็ง
ถั่วเปลือกแข็ง เช่น อัลมอนด์ วอลนัท แมคคาเดเมีย เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และถั่วลิสง เป็นอาหารที่ดีต่อหัวใจ เพราะมีกรดไขมันโอเมก้า 3 รวมถึงไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งมีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดหลอดเลือดตีบ แนะนำให้รับประทานถั่วเปลือกแข็งประมาณวันละ 2 ช้อนโต๊ะ ควรเลือกชนิดไม่ทอด ไม่เคลือบน้ำตาล และไม่เติมเกลือ เพื่อหลีกเลี่ยงไขมัน น้ำตาล และโซเดียมส่วนเกิน
2. สมุนไพรไทย
ขิง ข่า ตะไคร้ กระเทียม กะเพรา โหระพา และสะระแหน่ เป็นสมุนไพรที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยลดการอักเสบของหลอดเลือด กลิ่นและรสจากสมุนไพรยังช่วยให้อาหารอร่อยขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรุงรส เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องควบคุมปริมาณโซเดียม อาจนำสมุนไพรมาใช้ประกอบเมนูง่าย ๆ เช่น ต้มยำ แกงเลียง ปลานึ่งสมุนไพร หรือยำที่ปรุงรสไม่จัด
3. เนื้อปลา
ปลาทะเลน้ำลึกและปลาน้ำจืดเป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณค่าทางโภชนาการ อีกทั้งปลายังมีกรดไขมันจำเป็นในกลุ่มโอเมก้า 3 ซึ่งช่วยลดการแข็งตัวของหลอดเลือด ตัวอย่างปลาที่หารับประทานได้ง่าย ได้แก่ ปลากะพง ปลาทู ปลาดุก ปลานิล และปลาสวาย การปรุงด้วยวิธีนึ่ง ต้ม อบ หรือย่าง จะช่วยลดปริมาณน้ำมันในมื้ออาหารได้มากกว่าการทอด
4. น้ำมันมะกอก
น้ำมันมะกอกมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวและมีวิตามินอี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงมีส่วนช่วยปกป้องหลอดเลือดจากความเสื่อมและการอักเสบภายในหลอดเลือด แม้น้ำมันมะกอกจะจัดเป็นแหล่งไขมันที่ดี แต่ยังคงให้พลังงานสูง จึงควรใช้ปรุงอาหารในปริมาณพอเหมาะ ไม่ควรเติมมากเกินความจำเป็น
5. ข้าวโอ๊ต
ข้าวโอ๊ตเป็นธัญพืชที่มีใยอาหารสูง พร้อมทั้งมีคาร์โบไฮเดรตและกรดอะมิโน มีส่วนช่วยดูแลหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม สามารถนำมาทำเป็นอาหารเช้า โดยเลือกข้าวโอ๊ตรสธรรมชาติ และเติมผลไม้สดแทนผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่อาจมีน้ำตาลสูง
6. เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน
ผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพหัวใจยังสามารถรับประทานเนื้อสัตว์ได้ แต่ควรเลือกส่วนที่มีไขมันน้อย เช่น เนื้อหมูสันในหรือหมูเนื้อแดง พร้อมตัดมันที่มองเห็นออกก่อนนำไปประกอบอาหาร โดยควรหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ติดมัน หนังสัตว์ และเมนูอย่างหมูกรอบหรือขาหมู เพราะเป็นอาหารที่มีไขมันสูงและอาจทำให้ระดับไขมันในเลือดเพิ่มขึ้น
7. อกไก่
อกไก่เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของแหล่งโปรตีนสำหรับผู้ที่ต้องการลดการรับประทานเนื้อสัตว์ติดมัน ควรนำหนังไก่ออกและปรุงด้วยวิธีต้ม นึ่ง อบ ย่าง หรือผัดโดยใช้น้ำมันแต่น้อย โดยควรลดปริมาณการรับประทานเมนูไก่ทอดหรือหนังไก่ เพราะอาจทำให้ได้รับไขมันมากขึ้นกว่าที่ควร
8. ไข่ขาว
ไข่ขาวเป็นอาหารที่ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบสามารถรับประทานได้ นำมาทำเมนูไข่ขาวต้ม ไข่ขาวตุ๋น หรือใส่ในแกงจืด เพื่อเพิ่มโปรตีนให้กับมื้ออาหารโดยไม่ต้องผ่านการทอด แต่หากมีโรคประจำตัวหรืออยู่ระหว่างคุมอาหารตามคำแนะนำของแพทย์ ควรรับประทานในปริมาณที่แพทย์แนะนำ
9. เต้าหู้
แหล่งโปรตีนที่สามารถเลือกกินสลับกับเนื้อสัตว์ได้ เหมาะสำหรับนำมาปรุงเป็นเมนูที่ใช้น้ำมันน้อย เช่น แกงจืดเต้าหู้ เต้าหู้นึ่ง หรือผัดผักใส่เต้าหู้โดยใช้น้ำมันเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้ ควรระวังเมนูเต้าหู้ทอด รวมถึงซอสและเครื่องปรุงรสที่มีโซเดียมสูง เพราะจะเป็นการเพิ่มปริมาณไขมันและรสเค็มโดยไม่รู้ตัว
10. ผักและผลไม้สด
ผักและผลไม้เป็นแหล่งของวิตามินและใยอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะผลไม้ที่มีกากใยมาก เช่น ฝรั่งและแก้วมังกร ส่วนผักควรกินให้หลากหลายและสลับสี เพื่อให้ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนมากขึ้น ควรเน้นผลไม้สดมากกว่าน้ำผลไม้หรือผลไม้แปรรูป และหลีกเลี่ยงการเติมน้ำตาล น้ำเชื่อม หรือน้ำจิ้มรสเค็มในปริมาณมาก
สำหรับผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูง ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารเพื่อวางแผนการรับประทานที่เหมาะกับสุขภาพของตนเอง และไม่ควรใช้อาหารทดแทนยาหรือการรักษาที่แพทย์กำหนด
ขอบคุณข้อมูล : โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ