นาทีนี้คงไม่มีเมนูไหนมาแรงไปกว่า "หม่าล่าทัง" แบบชั่งน้ำหนักอีกแล้ว ความสนุกของเมนูนี้คือการได้ถือคีมและกะละมังเดินเลือกวัตถุดิบที่ชอบได้ตามใจ
ความสยองขวัญมักจะไปอยู่ที่หน้าเครื่องชั่ง เพราะเผลอคีบเพลินตามใจอยากทีไร บิลออกมาทะลุสามสี่ร้อยบาททุกทีแถมยังได้แต่ลูกชิ้นแป้งๆ
ไทยรัฐออนไลน์ ขอเปิดคลาสติวเข้มวิชาคีบหม่าล่าทังให้คุ้มค่า ได้สารอาหารครบถ้วน และที่สำคัญคือเงินในกระเป๋าไม่ฉีก
1. เทคนิคสะบัดน้ำ คัดของเบา เอาให้คุ้มทุกกรัม
จำไว้เสมอว่า "น้ำคือศัตรูของความคุ้มค่า" เพราะร้านหม่าล่าทังคิดราคาตามน้ำหนัก ดังนั้นเวลาคีบวัตถุดิบที่แช่อยู่ในน้ำ เช่น เต้าหู้ปลา ปลาหมึกกรอบ หรือผักกาดขาวก้านอวบๆ ให้สะบัดน้ำออกเบาๆ หรือรอให้น้ำหยดออกจนหมดก่อนหย่อนลงกะละมัง นอกจากนี้ควรเน้นวัตถุดิบที่มีน้ำหนักเบาแต่ฟูแผ่กว้าง เช่น เห็ดเข็มทอง เห็ดหูหนู หรือฟองเต้าหู้ ซึ่งจะช่วยให้ชามดูใหญ่และอิ่มท้องโดยที่น้ำหนักบนตาชั่งเบาหวิว
2. จัดบาลานซ์สารอาหาร เน้นโปรตีนแท้ เลี่ยงของแปรรูป
เพื่อให้ได้สารอาหารครบ 5 หมู่แบบสุขภาพดี ควรเริ่มจากการเลือก "คาร์โบไฮเดรต" อย่างเส้นมันเทศหนึบหนับ รากบัว หรือฟักทองในปริมาณที่พอเหมาะ ตามด้วยการจัดเต็ม "โปรตีน" จากเนื้อสัตว์แท้ๆ เช่น เนื้อหมูสไลซ์ เนื้อวัวสไลซ์ ไข่ไก่ หรือเต้าหู้
แนะนำให้เลี่ยงพวกไส้กรอก ปูอัด หรือลูกชิ้นหลากสี เพราะนอกจากจะหนักตาชั่งแล้วยังเต็มไปด้วยแป้งและโซเดียม จากนั้นเสริม "วิตามินและแร่ธาตุ" ด้วยผักใบเขียวอย่างปวยเล้ง หรือกะหล่ำปลี ส่วน "ไขมัน" นั้นเราจะได้รับจากน้ำซุปหม่าล่าและเนื้อสัตว์อยู่แล้ว จึงได้ความอร่อยแบบสารอาหารครบถ้วนพอดี
3. ทริกคุมความหิว สติต้องมาก่อนคีบ
กฎเหล็กข้อสำคัญคือ "อย่าเดินเข้าร้านหม่าล่าตอนหิวจัด" เพราะความหิวจะสั่งให้คุณคีบทุกอย่างที่ขวางหน้า ก่อนคีบให้ลองตั้งงบในใจไว้ก่อน เช่น มื้อนี้จะกินไม่เกิน 200 บาท (ตกประมาณ 300-400 กรัม แล้วแต่เรทราคาของแต่ละร้าน) ให้ใช้วิธีกะปริมาณด้วยสายตา ผักหยิบมือ เนื้อสัตว์หยิบมือ และเส้นอีกนิดหน่อย เมื่อรู้สึกว่าเริ่มเยอะให้หยุดคีบทันที เพราะเมื่อนำไปต้มรวมกับน้ำซุปแล้ว วัตถุดิบจะพองตัวและดูเยอะกว่าตอนอยู่ในกะละมังเสมอ
เพียงแค่ใช้เทคนิคการสะบัดน้ำ เลือกเนื้อสัตว์แท้ๆ และคีบอย่างมีสติ มื้อหม่าล่าทังของคุณก็จะกลายเป็นมื้อที่ทั้งอร่อย คุ้มค่า และดีต่อสุขภาพมากขึ้นเยอะ