ในยุคที่ผู้หญิงต้องรับบทบาทหลากหลาย ทั้งการทำงาน ดูแลครอบครัว และดูแลตัวเอง สุขภาพของผู้หญิงจึงต้องได้รับความใส่ใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ “โรคทางสูตินรีเวช” ที่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์ ฮอร์โมน และความสมดุลของร่างกาย ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยหมดประจำเดือน และเพื่อให้ผู้หญิงทุกวัยรู้เท่าทัน และดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม มาดูกันว่า “โรคใกล้ตัวของผู้หญิงยุคใหม่” มีอะไรบ้างในแต่ละช่วงวัย 

วัยรุ่น (อายุ 13–20 ปี) ฮอร์โมนเปลี่ยน วัยเริ่มต้นของการดูแลสุขภาพผู้หญิง 

ช่วงวัยนี้เป็นช่วงที่ฮอร์โมนเพศเริ่มทำงาน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและอารมณ์ หากดูแลไม่ถูกวิธี อาจเกิดโรคทางนรีเวชได้ เช่น 

  • ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ จากฮอร์โมนไม่คงที่ หรือภาวะเครียด 
  • ถุงน้ำรังไข่ชนิดไม่อันตราย (Functional Cyst) ที่มักเกิดจากรอบเดือนผิดปกติ 
  • ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PMOS) ทำให้ประจำเดือนขาด น้ำหนักขึ้นง่าย มีขนดก สิวเยอะ 
  • การติดเชื้อในช่องคลอด จากการดูแลความสะอาดไม่ถูกวิธีหรือการใช้ผ้าอนามัยไม่เหมาะสม

ดังนั้นจึงควรรักษาความสะอาดบริเวณจุดซ่อนเร้น หลีกเลี่ยงการสวนล้าง ควรหมั่นสังเกตรอบเดือน หากขาดบ่อยหรือมีอาการผิดปกติ ควรมาพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม 

วัยทำงาน (อายุ 21–40 ปี) ช่วงสร้างครอบครัว และการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย 

เป็นวัยที่ร่างกาย และฮอร์โมนมีความสมดุล แต่ก็เป็นช่วงที่ผู้หญิงเผชิญความเครียดจากงาน และการใช้ชีวิต ส่งผลต่อสุขภาพทางนรีเวช เช่น 

  • เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) ปวดท้องประจำเดือนรุนแรง มีผลต่อภาวะมีบุตรยาก 
  • เนื้องอกมดลูก (Myoma Uteri) พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยทำงาน อาจทำให้ประจำเดือนมามาก ปวดท้อง หรือมีบุตรยาก 
  • การติดเชื้อ HPV (Human Papillomavirus) สาเหตุสำคัญของมะเร็งปากมดลูก 
  • ภาวะมีบุตรยาก จากปัญหาฮอร์โมน หรือท่อนำไข่อุดตัน

ในช่วงวัยนี้จึงควรได้รับการตรวจภายใน และตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap smear / HPV test) เป็นประจำทุกปี รวมถึงฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก รักษาสมดุลชีวิต ลดความเครียด และพักผ่อนให้เพียงพอ 

วัยก่อนหมดประจำเดือน (อายุ 41–50 ปี) ฮอร์โมนเริ่มลดลง เสี่ยงโรคเรื้อรัง และโรคทางสตรี 

เมื่อเข้าสู่วัยนี้ รังไข่จะเริ่มทำงานลดลง ส่งผลต่อฮอร์โมนเพศหญิง ทำให้เกิดอาการ และโรคหลายอย่าง เช่น 

  • ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ก่อนหมดประจำเดือน 
  • ซีสต์หรือเนื้องอกในมดลูกและรังไข่ ซึ่งบางชนิดอาจพัฒนาเป็นมะเร็งได้ 
  • มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก และมะเร็งรังไข่ ที่มักพบในช่วงวัยนี้ 
  • อาการวัยทอง เช่น ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกมาก อารมณ์แปรปรวน

ช่วงวัยก่อนหมดประจำเดือนก็ควรได้รับการตรวจสุขภาพสตรีทุกปี โดยเฉพาะอัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่ ปรึกษาแพทย์เรื่องการปรับฮอร์โมนอย่างปลอดภัย รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เพื่อป้องกันโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวานและความดัน 

วัยทองและหลังหมดประจำเดือน (50 ปีขึ้นไป) ช่วงเวลาที่ต้องดูแลสุขภาพแบบองค์รวม 

เมื่อหมดประจำเดือนแล้ว ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงอย่างมาก ทำให้เสี่ยงโรคทั้งทางนรีเวชและระบบอื่น ๆ เช่น 

  • มะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ 
  • ภาวะช่องคลอดแห้ง กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ จากฮอร์โมนลดลง 
  • กระดูกพรุน เพราะร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลง 
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของไขมันในเลือด

ช่วงวัยทอง หรือวัยหมดประจำเดือน ควรได้รับการตรวจสุขภาพสตรี และมะเร็งเต้านมเป็นประจำ (Mammogram) รวมถึงดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เสริมแคลเซียม และวิตามินดี รับประทานอาหารที่สมดุล และตรวจสุขภาพทั่วไปปีละ 1 ครั้ง 

สุขภาพของผู้หญิงเปลี่ยนแปลงไปตามวัย และแต่ละช่วงวัยก็มีโรคเฉพาะที่ควรใส่ใจ การตรวจสุขภาพสตรีอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันโรคและรักษาได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะโรคทางสูตินรีเวชที่หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะสามารถดูแลและรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณมีอาการผิดปกติทางนรีเวช เช่น ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ปวดท้องรุนแรง มีตกขาวผิดปกติ หรืออยู่ในวัยที่ควรตรวจสุขภาพสตรีประจำปี ขอแนะนำให้เข้ารับการตรวจและปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เพื่อให้ผู้หญิงทุกคนมีสุขภาพที่ดี สมดุล และมั่นใจในทุกช่วงวัย  

ข้อมูลโดย : พญ. ถนอมศิริ สติฐิตสูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช และมะเร็งวิทยาศูนย์สุขภาพหญิง  โรงพยาบาลพญาไท 2