เข้าสู่ช่วงหน้าฝนและสถานการณ์น้ำท่วม “โรคน้ำกัดเท้า” คือปัญหาที่หลายคนเลี่ยงไม่ได้ มาดูวิธีป้องกันน้ำกัดเท้าและดูแลสุขอนามัยหลังลุยน้ำขัง เพื่อให้เท้าสะอาด ปลอดภัย ไร้เชื้อรากวนใจ

ทำความรู้จัก “โรคน้ำกัดเท้า” ภัยเงียบที่มากับน้ำท่วม-น้ำขัง

ทุกครั้งที่เข้าสู่ฤดูฝนหรือเกิดสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทย “โรคน้ำกัดเท้า” มักเป็นหนึ่งในโรคยอดฮิตที่สร้างความรำคาญใจและส่งผลเสียต่อสุขภาพของประชาชน ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าโรคนี้เกิดจากการติดเชื้อราในกลุ่มเดอร์มาโทไฟต์ ซึ่งเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่อับชื้น โดยเฉพาะเมื่อเท้าของเราต้องแช่อยู่ในน้ำสกปรกเป็นเวลานาน

อาการเบื้องต้นมักเริ่มจากการคันตามง่ามนิ้วเท้า ผิวหนังลอก แดง และหากปล่อยไว้อาจเกิดตุ่มน้ำใส แตกเป็นแผล จนนำไปสู่การติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนได้

รวม 5 วิธีป้องกันน้ำกัดเท้าแบบง่ายๆ รับมือช่วงหน้าฝนและน้ำท่วมจัง

การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา แนะนำในการดูแลตัวเองในช่วงหน้าฝนและน้ำท่วม ที่สามารถทำตามได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน

วิธีป้องกันที่ตรงจุดที่สุดคือการหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำขัง
วิธีป้องกันที่ตรงจุดที่สุดคือการหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำขัง

1. หลีกเลี่ยงการลุยน้ำ หรือสวมรองเท้าบูตกันน้ำ

วิธีป้องกันที่ตรงจุดที่สุดคือการหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำขัง แต่หากมีความจำเป็นต้องเดินทางผ่านพื้นที่น้ำท่วม ควรเลือกสวมรองเท้าบูตยางกันน้ำที่มีความสูงเหนือระดับน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เท้าสัมผัสกับสิ่งสกปรกและเชื้อโรคโดยตรง

2. ล้างเท้าให้สะอาดทันทีหลังลุยน้ำ

หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงการลุยน้ำได้ เมื่อถึงที่หมายหรือกลับถึงบ้าน ควรล้างเท้าด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันที โดยเน้นทำความสะอาดบริเวณซอกนิ้วเท้าซึ่งเป็นจุดที่สิ่งสกปรกมักเข้าไปสะสม

3. เช็ดเท้าให้แห้งสนิทเสมอ

ความชื้นคือตัวการสำคัญของการเกิดเชื้อรา หลังจากล้างเท้าแล้วควรใช้ผ้าขนหนูที่สะอาดและแห้ง เช็ดเท้าให้แห้งสนิททุกครั้ง โดยเฉพาะบริเวณง่ามนิ้วเท้า หากรู้สึกว่าเท้ายังมีความชื้น อาจใช้แป้งฝุ่นโรยบางๆ เพื่อช่วยดูดซับความชื้น

การสวมรองเท้าหรือถุงเท้าที่อับชื้นเป็นเวลานานเป็นการสร้างสภาวะที่เหมาะสมให้เชื้อราเติบโต
การสวมรองเท้าหรือถุงเท้าที่อับชื้นเป็นเวลานานเป็นการสร้างสภาวะที่เหมาะสมให้เชื้อราเติบโต

4. ไม่สวมรองเท้าหรือถุงเท้าที่เปียกชื้น

การสวมรองเท้าหรือถุงเท้าที่อับชื้นเป็นเวลานานเป็นการสร้างสภาวะที่เหมาะสมให้เชื้อราเติบโต ควรทำความสะอาดรองเท้าเป็นประจำและนำไปตากแดดให้แห้งสนิท นอกจากนี้ไม่ควรใช้ผ้าเช็ดตัว รองเท้า หรือถุงเท้าร่วมกับผู้อื่น เพื่อลดความเสี่ยงในการรับหรือแพร่กระจายเชื้อ

5. หมั่นสังเกตความผิดปกติของเท้า

หมั่นตรวจเช็กสภาพผิวหนังบริเวณเท้าของตนเอง หากพบว่ามีรอยแดง คัน ลอก หรือมีบาดแผล ควรรีบทำความสะอาดและทายารักษาเชื้อราเบื้องต้น หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการบวมแดงรุนแรง ควรรีบพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที

โรคน้ำกัดเท้าแม้จะเป็นโรคที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าฝน แต่เราสามารถป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายๆ โดยเน้นที่การรักษาความสะอาดและความแห้งของเท้าเป็นหลัก เพียงเท่านี้ก็สามารถลุยกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัยจากเชื้อราและโรคผิวหนังที่มากับน้ำขัง

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง