หลายคนคงเคยเห็นข่าวหรือคนรอบตัวที่หุ่นดี ผอมเพรียว ไม่แตะบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า แต่วันดีคืนดีกลับต้องเข้ารักษาตัวด้วยอาการ “หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน” จากภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบ จนเกิดคำถามในใจว่า ขนาดดูแลตัวเองดีขนาดนี้ โรคร้ายยังถามหาได้อย่างไร?

ภาพจำที่ว่าโรคหัวใจและเส้นเลือดหัวใจตีบจะเกิดกับคนอ้วนหรือคนที่ใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงเท่านั้น อาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด เพราะรูปร่างภายนอกไม่ได้บอกสภาพความแข็งแรงของหลอดเลือดภายในเสมอไป แม้จะผอม ไม่ดื่ม ไม่สูบ แต่ก็มีปัจจัยแฝงอีกหลายอย่างที่แอบสะสมคราบไขมันในท่อเลือดจนทำให้เกิดอันตรายได้

5 สาเหตุแฝง ทำคนผอมเสี่ยงเส้นเลือดหัวใจตีบ

ภาพจาก AI
ภาพจาก AI

  1. พันธุกรรมตระกูลไขมันสูง: แม้จะกินน้อยและผอม แต่ถ้าร่างกายมีพันธุกรรมที่ตับสร้างไขมันเลวขึ้นมาเองมากกว่าปกติ หรือกำจัดไขมันเลวได้ช้า ก็ทำให้ไขมันไปเกาะตามผนังเส้นเลือดได้เท่ากับคนอ้วน
  2. ภาวะ "ผอมนอก อ้วนใน" (Thin Outside, Fat Inside: TOFI หรือ Skinny Fat): คนที่ไม่ออกกำลังกาย อาจมีน้ำหนักตัวปกติ แต่เนื้อเยื่อภายในสะสม “ไขมันพอกอวัยวะ” เช่น ตับหรือหัวใจ เอาไว้เยอะ ไขมันส่วนนี้จะปล่อยสารอักเสบเข้าสู่กระแสเลือด คอยกัดเซาะหลอดเลือดจนแข็งตัวและตีบแคบ
  3. ความเครียดสะสม และการอดนอน: การทำงานหนัก นอนน้อย หรือเครียดเรื้อรัง ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียด ซึ่งไปกระตุ้นให้หัวใจทำงานหนัก ความดันพุ่งสูง และเกิดการอักเสบในเส้นเลือดตลอดเวลา
  4. ภัยเงียบจาก “ความดันโลหิตสูง”: ความดันสูงมักไม่มีอาการเตือน เปรียบเหมือนแรงดันน้ำที่แรงเกินไป คอยฉีดอัดใส่ผนังหลอดเลือดจนเกิดรอยแผลเล็กๆ และกลายเป็นจุดที่ไขมันเข้าไปเกาะได้ง่ายขึ้น
  5. สายหวาน สายเค็ม แต่ไม่ใช่อาหารทอด: บางคนไม่กินของมันเพราะกลัวอ้วน แต่ชอบกินขนมหวาน ชาไข่มุก หรืออาหารรสเค็มจัด น้ำตาลส่วนเกินจะเปลี่ยนเป็นไขมันในเลือด ส่วนโซเดียมจะทำให้เส้นเลือดเกร็งตัว

ความเข้าใจผิด VS ข้อเท็จจริง เรื่องสุขภาพหัวใจ

ความเข้าใจผิด
ข้อเท็จจริง
ผอมแปลว่าไม่มีไขมันในเลือด
คนผอมอาจมีไขมันเลวในเลือดสูง
จากพันธุกรรมและการกินน้ำตาล
ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า 
= ปลอดโรคหัวใจ 100%
ความเครียด การนอนดึก และความดันสูง
ก็ทำลายหลอดเลือดได้เช่นกัน
ไม่มีอาการแน่นหน้าอก 
แปลว่าหัวใจแข็งแรงดี
เส้นเลือดหัวใจตีบสะสมทีละน้อย 
มักไม่แสดงอาการ
จนกว่าจะตีบไปแล้วกว่า 70%


สัญญาณเตือนที่ต้องสังเกตคือ หากเริ่มมีอาการแน่นหน้าอกเหมือนมีของหนักทับ หายใจไม่สะดวก ร้าวไปที่แขนหรือฟันกราม โดยเฉพาะเวลาออกแรงหรือเครียด และมีอาการเหงื่อออกตัวเย็นร่วมด้วย ไม่ควรปล่อยผ่าน เพราะอาจเป็นสัญญาณของหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน

การดูแลหัวใจไม่ควรมองแค่ตัวเลขบนเครื่องชั่งน้ำหนัก คนผอมก็ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี เช็กระดับไขมันในเลือด ค่าความดัน และการทำงานของหัวใจ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้ระบบไหลเวียนเลือด รับประทานอาหารให้หลากหลาย และบริหารความเครียด เพื่อให้หัวใจแข็งแรงจากข้างในอย่างแท้จริง

ข้อมูลอ้างอิง: สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, มูลนิธิโรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, American Heart Association (AHA)