ปัญหา "ห้องเหม็นอับ" ถือเป็นหนึ่งในปัญหาชวนปวดหัวที่คนอยู่บ้าน หอพัก หรือคอนโดมิเนียมต้องเผชิญอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพอากาศมีความชื้นสูง ฟ้าฝนตกต่อเนื่อง หรือในห้องที่ปิดทึบไม่มีหน้าต่างระบายอากาศ กลิ่นอับเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความรำคาญใจและรบกวนการพักผ่อนเท่านั้น แต่ในทางวิทยาศาสตร์ กลิ่นอับยังเป็นสัญญาณเตือนของการสะสมความชื้น ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดสปอร์เชื้อราและไรฝุ่นที่ส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจ

วันนี้ไทยรัฐออนไลน์จึงได้มัดรวมไอเทมเด็ดในการ แก้ห้องเหม็นอับ ทั้งในกลุ่มนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า ตัวช่วยดูดความชื้น ไปจนถึงของใช้ก้นครัวใกล้มือ เพื่อช่วยให้ทุกคนสามารถกู้คืนห้องหอมสะอาดสดชื่นกลับมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3 ไอเทมเด็ดเคลียร์ความชื้นและกลิ่นอับ ในบ้านและคอนโด

การแก้ไขปัญหากลิ่นอับที่ต้นตอ จำเป็นต้องจัดการกับ "ความชื้นสัมพัทธ์" ในอากาศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม (ประมาณ 40-60%) โดยปัจจุบันมีไอเทมยอดนิยมในท้องตลาดที่ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ดังนี้

1. ใช้เครื่องดูดความชื้น

เครื่องใช้ไฟฟ้ายอดฮิตสำหรับห้องนอนหรือห้องคอนโดที่ไม่มีช่องระบายลม ทำหน้าที่ดูดอากาศชื้นในห้องเข้ามาผ่านแผงทำความเย็นเพื่อกลั่นความชื้นในอากาศให้กลายเป็นหยดน้ำตกลงในถังเก็บ และปล่อยอากาศแห้งที่สะอาดกลับคืนสู่ห้อง จากสถิติเชิงวิศวกรรมพบว่าการเปิดเครื่องดูดความชื้นสามารถลดระดับความชื้นสัมพัทธ์ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานได้อย่างรวดเร็ว ช่วยตัดวงจรการเจริญเติบโตของเชื้อราและลด กลิ่นอับในห้องนอน ได้อย่างถาวร

2. ใช้กล่องดูดความชื้น

...

ตัวช่วยขนาดกะทัดรัดที่เหมาะสำหรับพื้นที่จำเพาะ เช่น ตู้เสื้อผ้า ตู้รองเท้า หรือมุมห้องขนาดเล็ก ภายในกล่องจะบรรจุสารจำพวกแคลเซียมคลอไรด์ (Calcium Chloride) ที่มีคุณสมบัติในการดักจับและดูดซับความชื้นในอากาศเข้ามาเก็บไว้ในรูปแบบของเหลว มีข้อดีคือราคาประหยัด ไม่ใช้ไฟฟ้า และใช้งานง่าย เพียงตั้งทิ้งไว้ในจุดที่อับชื้น

3. ใช้สเปรย์ปรับอากาศและเจลดับกลิ่น

สเปรย์หรือเจลประเภทนี้จะไม่ใช่แค่การฉีดน้ำหอมเพื่อกลบกลิ่นอับชื้นชั่วคราว แต่จะผสมสารที่มีคุณสมบัติในการยับยั้งแบคทีเรียและเชื้อราในอากาศ รวมถึงเข้าทำลายโมเลกุลของกลิ่นไม่พึงประสงค์โดยตรง เหมาะสำหรับการเคลียร์กลิ่นในสภาวะเร่งด่วน

ของดีก้นครัว ทางเลือกประหยัดงบสำหรับวิธีกำจัดกลิ่นอับ

สำหรับผู้ที่พักอาศัยอยู่ในหอพักหรือต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย สามารถใช้วัสดุธรรมชาติใกล้ตัวในการช่วยบรรเทาปัญหากลิ่นอับชื้นได้เช่นเดียวกัน

  • ถ่านหุงต้ม มีโครงสร้างรูพรุนขนาดเล็กจำนวนมากรอบตัว ทำหน้าที่ตามธรรมชาติในการดูดซับทั้งความชื้นและโมเลกุลกลิ่นอับได้อย่างดีเยี่ยม เพียงนำใส่ภาชนะวางไว้ตามมุมห้อง
  • เบกกิ้งโซดา  ผงสีขาวที่มีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนๆ มีคุณสมบัติในการลดความชื้นและปรับค่าความเป็นกรด-ด่างของอากาศรอบบริเวณ ช่วยลดกลิ่นเหม็นอับที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียได้ดี

ทำไมเราจึงไม่ควรปล่อยให้ห้องเหม็นอับ?

ข้อมูลจากสมาคมโรคภูมิแพ้และวิทยาภูมิคุ้มกันระบุว่า ห้องที่มีความชื้นสะสมสูงเกินกว่า 60% จะกลายเป็นสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการขยายพันธุ์ของไรฝุ่นและเชื้อราได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งผู้ที่อาศัยอยู่ในห้องที่เหม็นอับเป็นเวลานาน มีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการไอ จาม ระคายเคืองดวงตา ผื่นคันตามผิวหนัง และอาจพัฒนาไปสู่โรคภูมิแพ้หรือโรคหอบหืดรุนแรงได้ในระยะยาว

ดังนั้น การใช้ไอเทมช่วยลดความชื้นควบคู่ไปกับการเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทอย่างน้อยวันละ 15-30 นาที จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเพื่อสุขอนามัยที่ดีของทุกคนในบ้าน