การรับประทานอาหารเมนูปลาเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะ "ก้างปลาติดคอ" สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกวัย และหลายครั้งมักมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับวิธีปฐมพยาบาลแบบเดิมๆ ที่สืบทอดกันมา ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายรุนแรงยิ่งขึ้น ไทยรัฐออนไลน์จะพามาเช็กว่าหากเกิดเหตุก้างปลาติดคอต้องทำอย่างไร จึงจะปลอดภัย
อาการก้างปลาติดคอ เป็นอย่างไร
- รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาทันทีตรงจุดที่ก้างทิ่ม
- มีอาการระคายเคืองหรือเจ็บมากขึ้นขณะกลืนน้ำลาย
- มักระบุตำแหน่งที่รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมค้างอยู่ได้ค่อนข้างชัดเจน
สิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาด เมื่อก้างปลาติดคอ
เมื่อมีเศษก้างปลาปักอยู่ในคอ หลายคนมักใช้วิธีตามความเชื่อโบราณอย่างเช่น การกลืนข้าวเหนียว แต่จริงๆ แล้ววิธีเหล่านี้อาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี
- ห้ามกลืนก้อนข้าวเหนียว ก้อนขนมปัง หรือกลืนกล้วย : การกลืนอาหารก้อนใหญ่ลงไป หวังให้ช่วยดันก้างปลาหลุด อาจไปเพิ่มแรงดันทำให้ก้างปลาปักลึกยิ่งขึ้น หรือปักทิ่มจนเนื้อเยื่อลำคอฉีกขาดเป็นแผลอักเสบ
- ห้ามเอานิ้วล้วงคอ : การใช้นิ้วมือล้วงเข้าไปในลำคอเพื่อควานหาก้างปลา อาจส่งผลให้ก้างปลาเคลื่อนตัวไปปักในตำแหน่งที่ลึกขึ้น และเล็บมือที่ไม่สะอาดอาจนำเชื้อโรคเข้าสู่บาดแผลจนติดเชื้อได้
- ห้ามใช้นวดบริเวณลำคออย่างรุนแรง : การนวดกดหรือกอดคอจากภายนอก จะยิ่งกดให้ปลายก้างปลาทิ่มแทงเข้าสู่ผนังลำคอหรือหลอดอาหารลึกขึ้น
ก้างปลาติดคอทำยังไง? เปิด 4 ขั้นตอนปฐมพยาบาลเบื้องต้น
| ขั้นตอน | การปฏิบัติตัว | ข้อควรระวัง |
| 1. ตั้งสติและหยุดกลืนอาหาร | นั่งพักเฉยๆ หยุดรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำปริมาณมาก | ป้องกันไม่ให้อาหารใหม่ดันก้างปลาลึกลงไปอีก |
| 2. ดื่มน้ำสะอาดแล้วจิบเบาๆ | จิบน้ำสะอาดเล็กน้อยแล้วลองกลืนเบาๆ | หากเป็นก้างปลาขนาดเล็กมากๆ อาจหลุดออกเองได้ |
| 3. ไอเบาๆ (ถ้าก้างอยู่ตื้น) | ลองกระแอมหรือไอออกเบาๆ | ใช้ได้เฉพาะกรณีที่ก้างปลาปักอยู่บริเวณคอหอยส่วนบน |
| 4. ส่องไฟฉายตรวจดู | ให้ผู้อื่นใช้ไฟฉายส่องดูในช่องปาก | ทำได้เฉพาะ เมื่อเห็นก้างปลาปักชัดเจนที่ทอนซิลหรือโคนลิ้น และใช้คีมสะอาดหนีบออกเบาๆ เท่านั้น |
"ก้างปลาติดคอ" อาการแบบไหนที่ต้องไปพบแพทย์ทันที
ในกรณีที่ปฏิบัติตามขั้นตอนเบื้องต้นแล้ว ก้างปลายังไม่หลุด หรือมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบเดินทางไปพบแพทย์ เพื่อใช้เครื่องมือเฉพาะทางส่องตรวจและคีบออกทันที
- รู้สึกเจ็บปวดรุนแรงขณะกลืนน้ำลาย หรือเวลากลืนอาหาร
- มีอาการกลืนลำบาก แน่นหน้าอก หรือหายใจไม่สะดวก
- มีเลือดออกจากช่องปากหรือลำคอ
- เริ่มมีไข้ คอบวมแดง หรือรู้สึกว่ามีก้างติดอยู่นานเกิน 24 ชั่วโมง ซึ่งอาจเกิดการอักเสบติดเชื้อแล้ว
หากเกิดเหตุ ก้างปลาติดคอ สิ่งสำคัญที่สุดคือการหยุดรับประทานอาหารทันที หลีกเลี่ยงการกลืนก้อนข้าวเหนียวหรือเอานิ้วล้วงคอเพื่อไม่ให้ก้างปลาปักลึกกว่าเดิม หากการจิบน้ำหรือไอเบาๆ ไม่ช่วยให้หลุดออก ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาอย่างถูกต้องและปลอดภัยที่สุด