ลบภาพจำเดิมๆ ที่ว่าภาคอีสานมีดีแค่ความแห้งแล้งออกไปได้เลย เพราะความจริงแล้วผืนแผ่นดินอีสาน โดยเฉพาะกลุ่ม “เมืองรอง” ซ่อนที่เที่ยวธรรมชาติระดับมาสเตอร์พีซเอาไว้มากมาย

ทั้งเทือกเขาสลับซับซ้อน อากาศหนาวเย็นตลอดคืน ทะเลหมอกสุดอลังการ และโขดหินรูปร่างแปลกตาที่ถ่ายรูปออกมาแล้วได้บรรยากาศเหมือนอยู่ต่างประเทศแบบเป๊ะๆ ที่สำคัญคือค่ากางเต็นท์เริ่มต้นเพียงคนละ 30 - 100 บาทเท่านั้น ได้นอนชมดาวเต็มท้องฟ้าในราคาสบายกระเป๋า ไทยรัฐออนไลน์ ขอชี้เป้า 4 พิกัดเมืองรองภาคอีสานที่สายแคมปิ้งและสายถ่ายรูปต้องรีบตามไปเช็กอิน

5 พิกัดเมืองรองภาคอีสาน ที่สายแคมปิ้งต้องไปเช็กอิน

1. มอหินขาว, ผาหัวนาค จ.ชัยภูมิ

  • เสพวิวสโตนเฮนจ์เมืองไทย ได้ฟีลเหมือนอยู่ยุโรป

ชัยภูมิ คือ หนึ่งในเมืองรองที่สายธรรมชาติต้องหลงรัก โดยเฉพาะ “มอหินขาว” ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นสโตนเฮนจ์เมืองไทย กลุ่มเสาหินแท่งใหญ่สีขาวตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา รายล้อมด้วยทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ ให้บรรยากาศเหมือนหลุดไปอยู่แถบชนบทของประเทศอังกฤษหรือสกอตแลนด์

ขยับขึ้นไปอีกนิดจะพบกับ “ผาหัวนาค” จุดกางเต็นท์สุดปังที่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูง ให้เห็นทัศนียภาพของทิวเขาสลับซับซ้อนแบบ 180 องศา ยามเช้ามีโอกาสได้เห็นทะเลหมอกหนานุ่มไหลผ่านหน้าเต็นท์ ส่วนยามค่ำคืนตรงนี้คือจุดชมดาวที่มืดสนิทและสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง ค่าธรรมเนียมกางเต็นท์ของอุทยานฯ อยู่ที่คนละ 30 บาทเท่านั้น

2. ภูป่าเปาะ อ.นาแห้ว จ.เลย

  • ส่องฟูจิเมืองเลย สัมผัสฟีลลิ่งสวิตเซอร์แลนด์อีสาน

หากพูดถึงจังหวัดเลย หลายคนอาจนึกถึงเชียงคานหรือภูกระดึง แต่ถ้าอยากได้ฟีลต่างประเทศแบบสงบเงียบ ต้องมุ่งหน้ามาที่ “ภูป่าเปาะ” อำเภอหนองหิน จุดเด่นของที่นี่คือจุดชมวิวแบบ 360 องศา ที่มองเห็น “ภูหอ” ภูเขาทรงตัดที่มีรูปร่างคล้ายกับภูเขาไฟฟูจิของประเทศญี่ปุ่นอย่างไร้อย่างนั้น ยิ่งในช่วงฤดูฝนถึงฤดูหนาว ยอดภูหอจะมีหมอกขาวลอยมาปกคลุมส่วนยอด ได้รูปถ่ายฟีลเจแปนสมชื่อ

หากขยับไปที่ “อำเภอนาแห้ว” เมืองเล็กๆ ที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาสูง คุณจะได้พบกับลานกางเต็นท์ริมยอดภูที่มองเห็นทิวทัศน์ธรรมชาติอันเขียวขจี อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ได้บรรยากาศเหมือนกำลังแคมปิ้งอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีจุดกางเต็นท์ของชาวบ้านและหน่วยพิทักษ์ป่าให้บริการในราคาเพียงหลักร้อยบาท

3. อุทยานแห่งชาติภูผาเทบ จ.มุกดาหาร

  • ตะลุยประติมากรรมหินแปลกตา ฟีลเหมือนคัปปาโดเกีย

มุกดาหาร เมืองริมฝั่งโขงที่มีเสน่ห์ซ่อนอยู่มากมาย โดยเฉพาะ “อุทยานแห่งชาติภูผาเทบ” ที่เต็มไปด้วยกลุ่มประติมากรรมหินธรรมชาติรูปร่างแปลกตา ทั้งหินรูปเห็ด หินรูปมงกุฎ และลานหินกว้างใหญ่ที่เกิดจากการกัดเซาะของลมและน้ำมานานหลายร้อยปี เมื่อถ่ายรูปออกมาจะได้บรรยากาศดิบๆ เท่ๆ คล้ายกับแนวดินแดนหินแปลกในเมืองคัปปาโดเกีย ประเทศตุรกี หรือแนวแกรนด์แคนยอนในอเมริกา

ลานกางเต็นท์ของอุทยานฯ ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่เงียบสงบ มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานครบครัน ค่ากางเต็นท์คนละ 30 บาท เหมาะสำหรับคนที่ชอบนอนดูดาวและตื่นมาต้อนรับแสงเช้าท่ามกลางลานหินอันยิ่งใหญ่

4. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จ.บึงกาฬ

  • ปักหมุดลานหินกลางป่าใหญ่ ฟีลจูราสสิกปาร์ค

บึงกาฬ จังหวัดน้องใหม่แห่งภาคอีสานที่เต็มไปด้วยขุนเขาและผืนป่าอันสมบูรณ์ จุดกางเต็นท์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว เป็นอีกหนึ่งพิกัดลับที่สายลุยห้ามพลาด พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นลานหินกว้างขวาง โอบล้อมด้วยป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณที่แน่นขนัด ให้ฟีลลิ่งเหมือนกำลังหลุดเข้าไปในโลกยุคจูราสสิกปาร์ค

ช่วงปลายฝนต้นหนาว ลานหินบนภูวัวจะมีทุ่งดอกไม้ดินขนาดเล็กแข่งกันบานสะพรั่ง และมีสายน้ำไหลผ่านลานหินกลายเป็นน้ำตกขนาดเล็กทั่วบริเวณ การได้มาตั้งเต็นท์นอนฟังเสียงธรรมชาติในราคาค่าเข้าและค่ากางเต็นท์หลักร้อย ถือเป็นการชาร์จแบตชีวิตที่คุ้มค่าและได้ภาพสวยแปลกตาไม่ซ้ำใครแน่นอน

5. อุทยานแห่งชาติภูผายล จ.สกลนคร

  • อ่างเก็บน้ำกลางหุบเขา ได้ฟีลแคมป์ปิ้งริมทะเลสาบนิวซีแลนด์

สกลนครคือเมืองรองที่สายรักความสงบต้องมาเยือน ไฮไลต์ของการมากางเต็นท์ที่อุทยานแห่งชาติภูผายล คือลานกางเต็นท์บริเวณ “อ่างเก็บน้ำห้วยหวด” ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาเขียวขจีแบบ 360 องศา

ยามเช้าผิวน้ำจะนิ่งสงบจนสะท้อนเงาของภูเขาเหมือนกระจกบานใหญ่ มีไอหมอกลอยเหนือน้ำบางๆ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังนั่งผิงไฟอยู่ริมทะเลสาบในเกาะใต้ของประเทศนิวซีแลนด์ เป็นจุดที่ถ่ายรูปแสงเช้าและแสงเย็นได้สวยงามจับใจ ในราคาค่าพื้นที่กางเต็นท์เพียงคนละ 30 บาท ถือเป็นอีกหนึ่งพิกัดลับที่คุ้มค่าทุกนาทีที่ได้ไปเยือนจริงๆ

ข้อแนะนำสำหรับการเที่ยวแคมปิ้งเมืองรองภาคอีสาน

เตรียมตัวเรื่องอากาศ: แม้จะเป็นภาคอีสาน แต่บริเวณยอดภูในยามค่ำคืนจะมีอุณหภูมิลดต่ำลงและมีลมพัดตลอดเวลา ควรเตรียมเสื้อกันหนาว ถุงนอน และอุปกรณ์กันลมไปให้พร้อม

เช็กการจองพื้นที่: สำหรับพื้นที่อุทยานแห่งชาติ แนะนำให้จองคิวเข้าอุทยานและจ่ายค่าธรรมเนียมผ่านแอปพลิเคชัน QueQ ล่วงหน้า เพื่อความสะดวกในการเข้าพื้นที่

ช่วยกันรักษาความสะอาด: หัวใจสำคัญของการท่องเที่ยวธรรมชาติ คือการไม่ทิ้งขยะ ขยะทุกชิ้นที่นำขึ้นไปกางเต็นท์ควรนำกลับลงมาทิ้งด้านล่าง เพื่อรักษาความสวยงามของผืนป่าเมืองรองให้อุดมสมบูรณ์ต่อไป

ภาพ : istock