การไปเที่ยวต่างประเทศไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสายการบินเสมอไป เพราะปัจจุบันเทรนด์การนั่งรถไฟข้ามพรมแดนกำลังมาแรงสุดๆ 

โดยเฉพาะเส้นทางจากไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาวและมาเลเซีย ที่ตอบโจทย์ทั้งสายสโลว์ไลฟ์ที่หลงใหลในเสน่ห์ของการเดินทาง และสายประหยัดที่อยากคุมงบให้อยู่หมัด 

ไทยรัฐออนไลน์ ขอเปิดคู่มือแนะนำ 2 เส้นทางรถไฟระหว่างประเทศ ที่จะพาคุณไปสัมผัสวิวสองข้างทางหลักล้าน ในราคาตั๋วเดินทางหลักร้อยถึงหลักพันต้นๆ ที่ใครก็จับต้องได้

เส้นทางสายอีสานมุ่งหน้าสู่เวียงจันทน์ สปป.ลาว

เริ่มต้นกันที่เส้นทางขบวนรถเร็ว 133 และ 134 ซึ่งเป็นเส้นทางตรงจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ มุ่งหน้าสู่สถานีคำสะหวาด นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว 

การเดินทางนี้จะพาคุณลัดเลาะผ่านทุ่งนาและเสน่ห์ของภาคอีสาน ก่อนจะข้ามแม่น้ำโขงเพื่อเข้าสู่ฝั่งลาวแบบรวดเดียวจบโดยไม่ต้องต่อรถให้วุ่นวาย

ส่วนเรื่องค่าโดยสารก็บอกเลยว่ามิตรกับกระเป๋าเงินสุดๆ โดยมีราคาโดยสารประมาณการตามประเภทที่นั่ง เริ่มต้นเพียงประมาณ 280–300 บาท สำหรับรถนั่งชั้น 3 แบบพัดลม เหมาะสำหรับคนที่อยากนั่งรับลมชมวิวธรรมชาติแบบชิลๆ หรือถ้าอยากนั่งสบายในห้องแอร์ ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 570–600 บาทสำหรับรถนั่งชั้น 2 แต่ถ้าอยากนอนหลับพักผ่อนยาวๆ ตื่นมาถึงเวียงจันทน์พอดี ขอแนะนำรถนอนชั้น 2 ปรับอากาศ ในราคาประมาณ 780–880 บาท (ขึ้นอยู่กับเตียงบน หรือเตียงล่าง) 

เมื่อไปถึงแล้วคุณก็สามารถเช่ารถสกายแลปตะเวนไหว้พระธาตุหลวง แวะคาเฟ่สไตล์เฟรนช์โคโลเนียล หรือชิมแซนด์วิชบาแกตต์รสชาติต้นตำรับ ถือเป็นทริปต่างประเทศที่จ่ายค่าเดินทางหลักร้อย แต่ได้ความประทับใจแบบจัดเต็ม

ล่องใต้ข้ามพรมแดนสู่ปาดังเบซาร์ มุ่งหน้ามาเลเซีย

หากใครชอบกลิ่นอายของวัฒนธรรมที่ผสมผสานและวิวธรรมชาติที่เขียวขจี เส้นทางล่องใต้ข้ามประเทศไปยังมาเลเซียคือคำตอบที่ใช่ การเดินทางเริ่มต้นจากการนั่งรถไฟด่วนพิเศษ ขบวน 45 จากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่สถานีปาดังเบซาร์ ชายแดนไทย-มาเลเซีย โดยราคาตั๋วสำหรับรถนอนชั้น 2 ปรับอากาศจะอยู่ที่ประมาณ 900–1,000 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากกับความสะอาดและเตียงที่นุ่มสบาย ช่วยให้คุณพักผ่อนชาร์จพลังได้อย่างเต็มอิ่มตลอดคืน

เมื่อถึงสถานีปาดังเบซาร์และผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว คุณสามารถต่อรถไฟของฝั่งมาเลเซียเข้าเมืองได้ง่ายๆ โดยจ่ายเพิ่มอีกแค่หลักร้อยบาท หากอยากไปเสพสตรีทอาร์ตและกินของอร่อยที่ปีนัง ก็จ่ายค่าตั๋วรถไฟชานเมือง KTM Komuter เพียงประมาณ 100 กว่าบาท เพื่อไปลงสถานีบัตเตอร์เวิร์ธแล้วนั่งเรือข้ามฟากไป หรือถ้าอยากสัมผัสความเจริญของตึกแฝด ก็เพิ่มงบประมาณ 600–800 บาท เพื่อจองตั๋วรถไฟความเร็วสูง ETS ยิงยาวเข้าสู่กัวลาลัมเปอร์ได้ทันที เส้นทางนี้จะได้เห็นการเปลี่ยนผ่านของสถาปัตยกรรมอย่างชัดเจน เป็นประสบการณ์ที่มองลงมาจากเครื่องบินก็ไม่สามารถสัมผัสได้

การนั่งรถไฟเที่ยวต่างแดนอาจจะใช้เวลาเดินทางนานกว่าการบินตรง แต่สิ่งที่คุณจะได้กลับมาคือเรื่องราวระหว่างทาง การได้มองดูวิถีชีวิตผู้คนที่เปลี่ยนไปตามระยะทาง และความภาคภูมิใจที่สามารถจัดทริปต่างประเทศได้ในงบประมาณสบายกระเป๋า