“ค้าปลีก” เร่งพลิกเกมธุรกิจสู้ตลาดดันรายได้ ถอยฉากไฮเปอร์มาร์เก็ตสู่ซูเปอร์มารก็ต

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

“ค้าปลีก” เร่งพลิกเกมธุรกิจสู้ตลาดดันรายได้ ถอยฉากไฮเปอร์มาร์เก็ตสู่ซูเปอร์มารก็ต

Date Time: 17 ก.พ. 2569 09:32 น.

Summary

  • ธุรกิจไฮเปอร์มาร์เก็ตของไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญในรอบ 30 ปี
  • จากการเผชิญแรงกดดันจากพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ซื้อถี่ขึ้นแต่ปริมาณลดลง
  • ขณะที่การแข่งขันออมนิแชนแนลและบริการส่งด่วนเข้ามาแย่งบทบาทสาขาขนาดใหญ่
  • ส่งผลไฮเปอร์มาร์เก็ตถูกปรับย่อส่วนลงเป็นซูเปอร์มาร์เก็ต 
  • บิ๊กซีเป็นรายล่าสุดต้องเร่งปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่ที่มั่นคงกว่า
  • เปลี่ยนผ่านจากยุคค้าปลีกขายสินค้าไปสู่ยุคบริหารพื้นที่และประสบการณ์ในรูปแบบไลฟ์สไตล์มอลล์
  • ให้ลูกค้าใช้เวลาในพื้นที่นานขึ้นผ่านกิจกรรมร้านค้าและบริการที่หลากหลายบนฐานสมาชิกกว่า 22 ล้านราย

Latest

นมทางเลือก ไม่ได้ดื่มแค่คนแพ้นมวัว แพงกว่าคนยอมจ่าย ดันตลาดโต 4.2 พันล้าน ผู้เล่นเร่งชิงตลาด Mass

โมเดลไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่กว่า 10,000 ตารางเมตร ที่อยู่คู่ค้าปลีกไทยมากว่า 30 ปี กำลังพลิกเกม

ครั้งใหญ่ เมื่อบิ๊กซีประกาศยุทธศาสตร์ “Big Move” ลดบทบาทผู้ขายสินค้า สู่การเป็นผู้พัฒนาพื้นที่เต็มตัว รับมือพฤติกรรมซื้อบ่อยแต่ซื้อน้อยลง และศึกออมนิแชนแนลที่รุนแรงขึ้น


โมเดลไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่กว่า 10,000 ตารางเมตร ที่อยู่คู่ค้าปลีกไทยมากว่า 3 ทศวรรษ กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ประกาศยุทธศาสตร์ “Big Move” ปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ ลดบทบาทการเป็นเพียงผู้ขายสินค้า แล้วขยับสู่การเป็น “ผู้พัฒนาพื้นที่” หรือ Space Developer เต็มตัว รับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ซื้อบ่อยแต่ซื้อน้อยลง และการแข่งขันออมนิแชนแนลที่รุนแรงขึ้นต่อเนื่อง


นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล และ นางฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี เปิดเผยว่า เป้าหมายต่อไปของ Big C (บิ๊กซี) ไม่ใช่เพียงเพิ่มจำนวนทราฟฟิกของลูกค้า แต่ต้องสร้าง Quality Traffic ให้ลูกค้าใช้เวลานานขึ้นและมีกิจกรรมหลากหลายมากขึ้นบนพื้นที่เดียวกัน โดยมีฐานสมาชิกกว่า 22 ล้านรายเป็นจุดแข็ง พร้อมเสนอภาครัฐพิจารณาใช้ศูนย์การค้าขนาดใหญ่เป็นกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากสามารถหมุนเม็ดเงินในระบบได้หลายต่อ


ทั้งนี้ บิ๊กซีได้เปิดโมเดลธุรกิจใหม่ภายใต้แบรนด์ “The Color” เป็นศูนย์การค้าในรูปแบบไลฟ์สไตล์มอลล์ ซึ่งจะลดสัดส่วนพื้นที่ไฮเปอร์มาร์เก็ตหรือซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่จากเดิม 10,000 ตารางเมตร ลงประมาณ 70% เหลือราว 4,000 ตารางเมตร อธิบายง่าย ๆ คือย่อขนาดลงเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่เล็กลง แต่ยังคงเน้นจุดขายการเป็นดิสเคาน์สโตร์และเพิ่มความคุ้มค่าให้ผู้บริโภค


ขณะเดียวกัน ได้เพิ่มพื้นที่เช่า–ไลฟ์สไตล์เป็น 40–50% ของโครงการ เน้นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม แฟชั่น รวมถึงพื้นที่ Co-working Space และ Rooftop เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง รองรับพฤติกรรมคนเมืองยุคใหม่ โดยสาขานำร่องที่แจ้งวัฒนะ คาดมีทราฟฟิกไม่ต่ำกว่า 30,000 คนต่อวัน


ก่อนทยอยขยายเพิ่ม 8–10 สาขาภายในปี 2573 ทั้งทำเลพระราม 4 ภูเก็ต และเชียงใหม่ ใช้งบลงทุนเฉลี่ย 4,000–5,000 ล้านบาทต่อสาขา ครอบคลุมทั้งการรีโนเวทบิ๊กซีเดิมและการลงทุนในทำเลใหม่


การเปิด The Color ถือเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการปรับโครงสร้างรายได้ให้สะท้อนทิศทางใหม่อย่างชัดเจน แม้รายได้จากการขายสินค้ายังคงมีสัดส่วนสูง แต่กำไรสุทธิหลักกลับมาจากค่าเช่าพื้นที่ ซึ่งคิดเป็น 50–54% ของกำไรทั้งหมด


ปัจจุบันบิ๊กซีมีผู้เช่ากว่า 7,000 รายทั่วประเทศ การเพิ่มสัดส่วนพื้นที่เช่าจึงเป็นการเสริมความแข็งแกร่งในฐานะ “แลนด์ลอร์ด” สร้างรายได้ที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ควบคู่แผนรีโนเวท 300 สาขา และขยายบิ๊กซี มินิ อีก 200 สาขา เจาะระดับตำบล พร้อมใช้ดาต้าและระบบ Customer Relationship Management (CRM) เป็นเครื่องมือเก็บข้อมูลและวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าเชิงลึก


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ Lotus’s (โลตัส) ได้ปรับโมเดลในทิศทางเดียวกัน ลดขนาดไฮเปอร์มาร์เก็ตจากกว่า 10,000 ตารางเมตร เหลือ 3,000–4,000 ตารางเมตร แล้วเพิ่มพื้นที่เช่าในแนวคิด Smart Community และ Smart Retail ดึงแบรนด์ไลฟ์สไตล์เข้ามาเสริมพอร์ต ผลักดันรายได้ค่าเช่าเติบโตเฉลี่ยราว 10% ต่อปี ขณะที่ยอดขายสินค้าเติบโตเพียง 2–3% พร้อมเร่งขยายบริการ Quick Commerce ส่งด่วน 15–45 นาที ใช้สาขาเป็นฮับกระจายสินค้าใกล้บ้าน


นอกจากนี้ โลตัส แตกโมเดลศูนย์การค้าเป็น “Happy Mall” และ “Oasis” รองรับทั้งเมืองใหญ่และต่างจังหวัด ตอกย้ำทิศทางใหม่สู่การเป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ของชุมชนในยุคออมนิแชนแนลเต็มรูปแบบ.


ทิศทางดังกล่าวสะท้อนชัดว่า สมรภูมิค้าปลีกไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุค “ห้างใหญ่ขายของครบ” สู่ยุค “ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ของชุมชน” ที่พื้นที่เชิงพาณิชย์มีบทบาทมากกว่าการวางสินค้าเพียงอย่างเดียว และรายได้ค่าเช่ากลายเป็นหัวใจทำกำไรในระยะยาว


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ