เบื้องหลัง "แสนสิริ" บนยุทธศาสตร์ The Forefront of Luxury ผู้นำแถวหน้าอสังหาฯ สร้างคุณค่าระยะยาว

Business & Marketing

Marketing & Trends

Content Partnership

Content Partnership

Tag

เบื้องหลัง "แสนสิริ" บนยุทธศาสตร์ The Forefront of Luxury ผู้นำแถวหน้าอสังหาฯ สร้างคุณค่าระยะยาว

Date Time: 19 มี.ค. 2569 15:55 น.
Content Partnership

Summary

ถอดรหัส DNA “แสนสิริ” สร้างบ้านเป็นสินทรัพย์ ยิ่งเก่ายิ่งแพง ด้วยดีไซน์ Timeless + เซอร์วิสพรีเมียม ปั้นพอร์ต SLC มูลค่า 72,000 ล้าน จากหัวหินสู่ “นาราสิริ บรมราชชนนี” บนทำเลแรร์ไอเทม


ตลอดระยะเวลากว่า 4 ทศวรรษ ชื่อของ “แสนสิริ” ไม่ได้ถูกจดจำในฐานะเพียงผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่คือผู้นำที่ยืนหยัดสร้าง “คุณค่าของการอยู่อาศัย” ด้วยวิสัยทัศน์ที่ก้าวนำความต้องการของลูกค้าในทุกยุคสมัย 

จากจุดเริ่มต้นที่สร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับวงการอย่าง “บ้านไข่มุก” แฟล็กชิพระดับตำนานที่พิสูจน์ให้เห็นว่า งานดีไซน์ที่พิถีพิถันสามารถเปลี่ยนที่อยู่อาศัยให้กลายเป็นสินทรัพย์ล้ำค่าที่ส่งต่อมูลค่าได้ไม่สิ้นสุด 

มาถึงวันนี้ แสนสิริยังคงตอกย้ำความเป็น The Forefront of Luxury ด้วยความเข้าใจอินไซต์ลูกค้าอย่างลึกซึ้ง (Consumer Insight) สู่การออกแบบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่เหนือระดับและหาจากที่ไหนไม่ได้

นี่คือเบื้องหลังความแข็งแกร่งที่ทำให้แบรนด์แสนล้านรายนี้ไม่เคยหยุดนิ่ง และพร้อมที่จะยกระดับมาตรฐานอสังหาริมทรัพย์ไทยสู่ระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรีอย่างสง่างาม ท่ามกลางทุกความผันผวนของเศรษฐกิจ 

จนอาจเรียกได้ว่า วันนี้ Sansiri Luxury Collection (SLC) ไม่ใช่แค่พอร์ตโฟลิโอรวมโครงการราคาแพง หากแต่เป็นสัญลักษณ์ที่การันตีมาตรฐานของการพัฒนาโครงการระดับ Legacy ที่มีคุณค่า รวมมูลค่าสะสมสูงถึง 72,000 ล้านบาท 

อีกทั้งแสนสิริกำลังประกาศตัวว่า พวกเขาไม่ได้เป็นแค่ Developer แต่คือ Luxury Real Estate Brand ที่กำลังสร้างระบบนิเวศการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบที่สุดในเอเชีย ภายใต้ 3 Key Values ได้แก่ …

World-Class Design : การก้าวข้ามขีดจำกัดด้านงานดีไซน์ผ่านการร่วมรังสรรค์กับดีไซน์เนอร์ระดับโลก จนเกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมทางความคิดและประสบการณ์ (Cross-Culture Know-how) หล่อหลอมเป็น DNA เฉพาะตัวที่ทำให้ทุกโครงการของแสนสิริมีอัตลักษณ์โดดเด่นในระดับสากล

Materials and Craftsmanship : นิยามใหม่ของความหรูหราที่ไม่ได้วัดเพียงแค่มูลค่าของวัสดุ แต่คือความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด แสนสิริให้ความสำคัญกับการคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดและงานฝีมือ (Craftsmanship) ที่ละเมียดละไมในทุกขั้นตอน เพื่อเปลี่ยนทุกตารางนิ้วให้กลายเป็นงานศิลปะที่กินใจ

Service and Unparalleled Living : การสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เหนือระดับและไร้คู่เทียบ ด้วยบริการหลังการขายที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด โดยเชื่อว่า     “หัวใจของการใช้ชีวิต” คือการดูแลที่ต่อเนื่องและยั่งยืน เพื่อมอบความอุ่นใจและเอกสิทธิ์เฉพาะตัวที่หาจากที่ไหนไม่ได้

มากกว่ามาตรฐานทั่วไป เมื่อการดูแลต้อง “คิดก้าวนำ” ไลฟ์สไตล์ลูกค้า 

ในยุคที่ลูกค้ากลุ่ม Wealth มีความต้องการที่ลึกซึ้งและ Selective มากขึ้น โจทย์สำคัญคือการบริหารจัดการ “เวลา” ที่มีจำกัดของลูกค้า แสนสิริจึงไม่ได้หยุดเพียงแค่การสร้างบ้านที่สวยงาม แต่ยัง "คิดก้าวนำ" ไปถึงการดูแลที่เหนือความคาดหมาย ด้วยการเปิดตัวบริการ “Sansiri Luxury Collection Life Curator”

นี่คือบริการใหม่ที่ถูกปั้นขึ้นเพื่อเติมเต็ม Unmet Needs โดยเฉพาะ เปรียบเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยดูแลการใช้ชีวิตในทุกช่วงเวลาสำคัญตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่แค่เรื่องการดูแลบ้าน แต่ครอบคลุมถึงทุกโมเมนต์สำคัญในไลฟ์สไตล์ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกวินาทีของการอยู่อาศัยภายใต้มาตรฐานแสนสิริ คือความสมบูรณ์แบบที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง

จาก DNA “บ้านไข่มุก” สู่ Sansiri Luxury Collection การเป็นของสะสมระดับ Generational Asset

Thairath Money ร่วมสัมภาษณ์พิเศษ “ศรีอำไพ รัตนมยูร” ประธานผู้บริหารสายงานการตลาด บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ถึงเบื้องหลังเส้นทางความสำเร็จที่ไม่ได้มาง่ายๆ ทำอย่างไร ให้แบรนด์แสนสิริกลายเป็นตัวแทนของคำว่า “แรร์ไอเทม”ส่งต่อรุ่นสู่รุ่น 

โดยผู้บริหารเล่าว่า จุดเริ่มต้นของความหรูหราที่แสนสิริยึดถือมาตลอด 40 ปี ไม่ได้วัดกันที่ชื่อแบรนด์เท่านั้น  แต่วัดกันที่ “คุณค่าที่เพิ่มขึ้นตามกาลเวลา” เหมือนเช่น บ้านไข่มุก โครงการแฟล็กชิพแรกในปี 2531 ที่เริ่มต้นจากราคาหลักล้าน สู่การเป็นแรร์ไอเทมที่มีราคาขายพุ่งสูงถึง 80 ล้านบาทในปัจจุบัน หรือเพิ่มขึ้นกว่า 1,000% จากวันเปิดตัว

นี่คือ DNA ที่ถูกถ่ายทอดสู่โครงการระดับไอคอนิกอย่าง 98 Wireless ถ.วิทยุ ที่ทุบสถิติราคาขายต่อ (Resale) สูงสุดในไทยที่ 1 ล้านบาทต่อตารางเมตร เช่นกัน  หรือ บ้านแสนสิริ พัฒนาการ ที่กลายเป็นต้นแบบของบ้านเดี่ยวในรูปแบบของสะสม (Collectibles)

“นิยามของคำว่าลักซ์ชัวรีในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องของการใช้วัสดุหรือการมีราคาที่แพง แต่แสนสิริสร้าง Luxury Living Ecosystem ที่เน้นความ Timeless และการสร้างมูลค่าเพิ่มระยะยาว เพื่อให้บ้านเป็น Generational Asset ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นได้จริง” 

การมองข้ามช็อตจากการเป็นผู้สร้างบ้าน ไปสู่การสร้าง “มรดก” คือสิ่งที่ทำให้พอร์ต SLC แตกต่าง แสนสิริเลือกที่จะไม่ “สวยตะโกน” แต่เลือกความ “สวยนาน” ผ่าน 3 แกนหลัก คือ 

  • World-Class Design การออกแบบระดับเวิลด์คลาส
  • Material & Craftsmanship คุณค่าแห่งวัสดุและหัตถศิลป์อันประณีต 
  • Service and Unparalleled Living ที่สุดแห่งบริการเหนือระดับ

ยุคสมัยของ Young Successors และความต้องการที่ “ซับซ้อน” กว่าเดิม

ความน่าสนใจของพอร์ต Sansiri Luxury Collection คือการ “อ่านเกมขาด” ในเรื่องความต้องการพื้นที่ โดยเฉพาะเมื่อโลกก้าวผ่านวิกฤติโควิด-19 พฤติกรรมลูกค้ากลุ่ม Wealth เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แสนสิริพบอินไซต์ว่าลูกค้ากลุ่มนี้อายุน้อยลงเรื่อยๆ หรือที่เรียกว่า Young Successors ซึ่งมักเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 40 ปี

คนกลุ่มนี้ไม่ได้มองหาแค่ “บ้านสวย” เพื่อโชว์ฐานะ แต่พวกเขามองหา “Space” ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ซับซ้อนและการเห็นโลกมามาก นำมาสู่การวางกลยุทธ์โปรดักส์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน 

  • The Monument Thong Lo (เดอะ มูโนเมนต์ ทองหล่อ): แม้จะเปิดตัวมาก่อนหน้านี้ แต่แสนสิริวางหมากด้วยแนวคิด “Space is Luxury” มาตั้งแต่ต้น การให้พื้นที่ห้องขนาดใหญ่เหมือนอยู่บ้านใจกลางทองหล่อ กลายเป็นคำตอบที่ใช่ที่สุดเมื่อเข้าสู่ยุคโควิดที่คนต้องใช้เวลาในที่พักมากขึ้น สะท้อนว่าแสนสิริไม่ได้ออกแบบเพื่อเทรนด์ชั่วคราว แต่เป็นการออกแบบเพื่อคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน
  • BuGaan (บูก้าน): เอ็กซ์คลูซีฟเรสซิเดนท์ที่สร้างขึ้นเพื่อเขย่าใจกลุ่ม Young Successors โดยเฉพาะ ด้วยการดีไซน์พื้นที่ขนาดใหญ่ในแต่ละห้อง (Massive Space) เพื่อรองรับกิจกรรมเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นการสะสมของรัก การปาร์ตี้ หรือการทำงานที่บ้านในรูปแบบใหม่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง
  • The Luxury of Well-being: อีกหนึ่งความหรูหราที่มองไม่เห็น แต่แสนสิริให้ความสำคัญเหนือใคร คือเรื่องสุขภาพและคุณภาพชีวิตภายในบ้าน เช่น ระบบกรองอากาศที่ฝังอยู่ในผนังทุกห้อง เพราะแสนสิริเชื่อว่า “คุณภาพการนอนที่ดี คือความลักซ์ชัวรีที่แท้จริง” ซึ่งเป็นรายละเอียดที่คู่แข่งหลายรายยังเข้าไม่ถึง แต่เป็นสิ่งที่กลุ่มผู้บริโภคที่พิถีพิถันในการใช้ชีวิตและให้ความสำคัญกับสุขภาวะ (Well-being) กำลังมองหา

“แต่ละโครงการใช้เวลาสร้างนาน 3-5 ปี เราเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ก่อนว่า คนที่จะมาอยู่คือใครจากนั้นค่อยพัฒนาแนวคิด ดีไซน์ และเลือกวัสดุจากทั่วโลก แต่ไม่ใช่การหยิบวาง หากแต่เฟ้นหาของที่ดีที่สุดมาให้ลูกค้า”

“วันนี้โลกหมุนเร็ว เราอยู่ในโลกการแข่งขัน ฉะนั้นการจะตอบสนองลูกค้าได้ คือการคิดนำลูกค้า เพราะลูกค้าไม่ได้มองหาแค่บริการพื้นฐาน แต่เขามองหาสิ่งที่จะมายกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว”

จากคำบอกเล่าดังกล่าว สะท้อนถึงการออกแบบที่ต้องก้าวล้ำกว่าความต้องการปัจจุบันของลูกค้าเสมอ และวิธีคิดแบบนี้เอง ที่ทำให้โครงการแต่ละแบรนด์ของแสนสิริมี คาแรกเตอร์ที่แตกต่างไม่ใช่แค่บ้านแพงแต่เป็น งานออกแบบที่มีเรื่องเล่า

ครั้งแรกกับ “Sansiri Luxury Collection Life Curator” เมื่อเวลาคือสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดของคนรวย

เจาะสิ่งที่ทำให้แสนสิริก้าวนำคู่แข่งไปอีกขั้น คือการเปิดตัว “Sansiri Luxury Collection Life Curator” บริการที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็ม Unmet Needs ของลูกค้ากลุ่ม Wealth ที่มองว่า “เวลา” คือสิ่งที่มีค่าที่สุด

บริการนี้ไม่ใช่แค่การดูแลบ้านแบบพื้นฐาน แต่เป็น Life-Long Partnership ที่คอยดูแลโมเมนต์สำคัญของชีวิต เช่น การช่วยหาช่างฝีมือดีมาซ่อมแซมของรักที่มีมูลค่าทางจิตใจอย่างตุ๊กตาเก่าแก่, การช่วยจัดเตรียมสถานที่ (Props) สำหรับการสัมภาษณ์ลงนิตยสารระดับโลก หรือแม้แต่การจัดการพิธีทำบุญบ้านแบบเบ็ดเสร็จเพื่อให้เจ้าของบ้านไม่ต้องกังวลกับรายละเอียด

นี่คือส่วนหนึ่งของ Luxury Living Ecosystem ที่แข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึงการบริหารจัดการโดย Plus Property เพื่อรักษามาตรฐานโครงการให้คงสภาพสมบูรณ์ที่สุดแม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี เพื่อให้มั่นใจว่า "ยิ่งเก่า เซอร์วิสดูแลรักษาดี ยิ่งแพง"

เปิดตัว “นาราสิริ บรมราชชนนี” สานต่อความสำเร็จพอร์ต 

บทพิสูจน์ความสำเร็จที่ชัดเจนที่สุดคือการเดินหน้าเขย่าตลาดบ้านอัตราลักชัวรี ผ่านแบรนด์ระดับท็อปสุดในปีนี้ อย่าง “นาราสิริ” (Narasiri) ที่แสนสิรินำตำนานกลับมาในรอบ 10 ปี หลังจากเมื่อ 2 ปีก่อน เคยสร้างปรากฏการณ์ Sold Out นาราสิริ กรุงเทพกรีฑา มูลค่า 6,000 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 1 เดือน 

ล่าสุดได้ส่งไม้ต่อให้ “นาราสิริ บรมราชชนนี” มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท โครงการนี้คือที่สุดของงานคราฟต์บนทำเลฝั่งตะวันตก ด้วยดีไซน์ Regency Revival ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Buckingham Palace ความเอ็กซ์คลูซีฟที่มีเพียง 77 ยูนิต ในราคา 55-120 ล้านบาท กลายเป็นกระแส Talk of the Town อีกครั้ง เมื่อบ้านตัวอย่างราคา 180 ล้านบาท ถูกจับจองไปเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ

ส่องกลยุทธ์พอร์ต Sansiri Luxury Collection ในปี 2569

  • นาราสิริ บรมราชชนนี มูลค่า 5,000 ล้านบาท  ดีไซน์สไตล์อังกฤษ Regency Revival เอ็กซ์คลูซีฟ 77 ยูนิต 
  • นาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา ที่กวาดยอดขายพรีเซลล์เกือบ 1,000 ล้านบาท 
  • คอนโดมิเนียม  ทำเล Rare Item สุขุมวิท 51 
  • ไอคอนิก สารสิน, ชิดลม (เตรียมสร้างตำนานบทใหม่เร็วๆนี้)

ทั้งนี้ อาจสรุปได้ว่า ด้วยความเชี่ยวชาญกว่า 4 ทศวรรษ และความเข้าใจในกลุ่มลูกค้าระดับบนอย่างลึกซึ้ง ทำให้แสนสิริไม่ได้เป็นเพียงผู้พัฒนาที่ดิน แต่เป็นผู้สร้าง "คุณค่า" ที่จับต้องได้จริงในระยะยาว วันนี้ SLC จึงเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย แต่มันคือการลงทุนในไลฟ์สไตล์และอนาคตที่ทัดเทียมกับระดับเอเชียและระดับโลกอย่างแท้จริง.



Author

Content Partnership

Content Partnership