"บุศรารัตน์ อัสสรัตนกุล" แม่ทัพหญิงเหล็ก ผู้นำ B-Quik ผงาดศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรอันดับ 1 ของไทย

Business & Marketing

Marketing & Trends

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

"บุศรารัตน์ อัสสรัตนกุล" แม่ทัพหญิงเหล็ก ผู้นำ B-Quik ผงาดศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรอันดับ 1 ของไทย

Date Time: 4 เม.ย. 2569 04:20 น.

Summary

 ในแวดวงศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร คงไม่มีใครไม่รู้จัก “B–Quik” (บี–ควิก) แบรนด์สีเหลือง-ดำที่ยึดหัวหาดอยู่ทั่วไทย!! เบื้องหลังความสำเร็จจาก 28 สาขา สู่กว่า 240 สาขาในปัจจุบัน มีสุภาพสตรี เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ นั่นคือ “คุณเอ๋...บุศรารัตน์ อัสสรัตนกุล”ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายปฏิบัติการ B–Quik

Latest

นมทางเลือก ไม่ได้ดื่มแค่คนแพ้นมวัว แพงกว่าคนยอมจ่าย ดันตลาดโต 4.2 พันล้าน ผู้เล่นเร่งชิงตลาด Mass

 ในแวดวงศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร คงไม่มีใครไม่รู้จัก “B–Quik” (บี–ควิก) แบรนด์สีเหลือง-ดำที่ยึดหัวหาดอยู่ทั่วไทย!! เบื้องหลังความสำเร็จจาก 28 สาขา สู่กว่า 240 สาขาในปัจจุบัน มีสุภาพสตรี เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ นั่นคือ “คุณเอ๋...บุศรารัตน์ อัสสรัตนกุล”ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายปฏิบัติการ B–Quik

เส้นทางธุรกิจของ  “คุณเอ๋”  ไม่ได้เริ่มจากความหลงใหลในเครื่องยนต์ เธอเติบโตจากครอบครัวธุรกิจโรงงานหล่อทองเหลืองส่งออก ที่มีความมุ่งมั่นอยากเป็นหมอแต่ด้วยคำขอของคุณแม่ที่อยากให้เรียนด้านบริหารธุรกิจ เพื่อให้กลับมาช่วยกิจการครอบครัว ดังนั้นหลังจบจากเตรียมอุดมศึกษา เธอจึงเบนเข็มเข้าเรียนคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีฯ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ (เอกการตลาด) ก่อนจะไปคว้าปริญญาโทถึง 2 ใบ ด้าน Marketing International Business และ Logistics จากสหรัฐอเมริกา

เธอเริ่มต้นงานที่ห้างค้าปลีก “แม็คโคร” แม้ในยุคนั้นจะยังไม่มีตำแหน่ง การตลาด แต่เธออยากทำงานที่ได้ร่ำเรียนมา สุดท้ายเธอก็ได้เลือกทำงานที่ “Max Auto” ศูนย์บริการรถยนต์ในเครือ “แม็คโคร” ในยุคบุกเบิก แรกเริ่ม “คุณเอ๋” เล่าว่า ความท้าทายในตอนนั้นคือการเป็นผู้หญิงที่ไม่รู้เรื่องรถเลยแต่อยากสร้างมาตรฐานใหม่ ที่ทำให้ผู้หญิงเดินเข้าศูนย์รถได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวโดนช่างหลอกจากความไม่รู้!!

ที่นี่ เธอไม่ได้แค่ทำงาน แต่ได้ “เรียนรู้ทั้งระบบ” ตั้งแต่ซัพพลายเชน การตลาดไปจนถึงพฤติกรรมลูกค้าทำอยู่ 1–2 ปี ก็มีจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ Ford motor ยักษ์ใหญ่ยานยนต์จากสหรัฐอเมริกา ต้องการขยายธุรกิจศูนย์บริการยานยนต์ในไทย จึงดีลเข้าซื้อกิจการ B–Quik จากกลุ่มเจ้าของเดิม และดึงทีมจาก Max Auto เข้าไปบริหาร “คุณเอ๋” และ “เฮงก์ โยฮัน คิกส์” (MD ชาวดัตช์) จึงก้าวสู่ B–Quik บ้านหลังใหม่ ในปี 2543

ในขณะที่ “คุณเอ๋” กำลังเรียนรู้และสนุกกับงาน ที่ B–Quik เมื่อ Ford ประสบปัญหาวิกฤติการเงิน ในอเมริกาและต้องการขายกิจการที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักออกในปี 2546 ด้วยวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกล เห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจ ทีมบริหารที่นำโดย “คุณเอ๋” และ “คุณเฮงก์” จึงตัดสินใจทำ Management Buyout (MBO) โดยร่วมกับ Venture Capital ซื้อกิจการ B–Quik จาก Ford นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของอาณาจักร B–Quik ภายใต้การบริหารของ “คุณเอ๋” ที่ได้มีส่วนเข้าถือหุ้นร่วมเป็นเจ้าของ และมันคือการเปลี่ยนสถานะจาก “ผู้บริหาร” สู่ “เจ้าของเกม” อย่างแท้จริง แม้ปัจจุบันจะมีกลุ่ม Marubeni จากญี่ปุ่นมาร่วมถือหุ้น หลังซื้อจาก Venture Capital แต่การบริหารจัดการยังอยู่ภายใต้ “คุณเอ๋” และพาร์ตเนอร์

กว่า 23 ปีนับจากวันนั้น ที่ B-Quik มีสาขาอยู่ 28 สาขา ธุรกิจได้เติบใหญ่และขยายสาขาเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องสู่ 240 กว่าสาขาในปี 2569 ให้บริการคนไทยอยู่ทุกหัวมุมถนนในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ขึ้นแท่นเป็นศูนย์บริการรถยนต์ที่ครบวงจรอันดับ 1 ของไทย มีพนักงานและช่างมืออาชีพให้บริการมากกว่า 4,000 คน ตั้งแต่เปลี่ยนยาง เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง แบตเตอรี่ ผ้าเบรก โช้กอัป ช่วงล่าง ฯลฯ โดยมีบริการที่ได้รับความนิยมท็อปฮิตที่สุดคือบริการ “เปลี่ยนล้อรถยนต์” และ “เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง” มีจุดขายสำคัญคือ การรับประกันและบริการหลังการขายที่มีมาตรฐานเดียวกันทุกสาขาทั่วประเทศ!!

จากผู้หญิงที่ไม่รู้เรื่องรถเลย ในวันนี้ “คุณเอ๋” บอกว่า ในฐานะที่เธอเป็นผู้บริหาร ทำให้เธอต้อง “รู้ลึก รู้จริง รู้ทุกเรื่องทุกมิติ” ด้วยความที่มีนิสัยถ้าอยากรู้อะไร เธอจะศึกษาหาข้อมูล จนรู้และเข้าใจอย่างถ่องแท้ ดังนั้นในการทำงาน เธอจึงเป็นคนที่ลงรายละเอียดงานทุกขั้นตอนที่รับผิดชอบ “คุณเอ๋” บอกว่า เธอดูทุกอย่างยกเว้นเรื่องการเงิน ทำหน้าที่ตั้งแต่ดีลกับ ซัพพลายเออร์เอง ต่อรองราคาและกำหนดราคาขายเองรวมทั้งยังร่วมการคิดแผนโปรโมชัน วางระบบ Training ไปจนถึงตัดสินใจเลือกทำเลเปิดสาขาใหม่ เรียกว่าใช้โมเดล “Operator-Driven Business” ทำให้สามารถคุมต้นทุนได้ลึก Scale ได้โดยไม่เสียคุณภาพ และสร้างมาตรฐานเดียวกันได้ทุกสาขา “ทุกวันนี้พี่จำรายละเอียดสินค้าใน B–Quik ได้ทั้งหมด จำได้กระทั่งแพตเทิร์นล้อและถ่ายน้ำมันเครื่องเองได้”

เคล็ดลับสำคัญที่ทำให้ B–Quik เติบโตมาได้อย่างยั่งยืน “คุณเอ๋” ย้ำชัดว่าเธอให้ความสำคัญกับ “คน” เพราะคนคือหัวใจของงาน เธอจึงบริหารพนักงานแบบ “ครอบครัว” ปลูกฝังเป็นวัฒนธรรมองค์กร เป็นผู้บริหารที่เข้าถึงง่าย พนักงานแทบทุกคนมีเบอร์โทรศัพท์ และ Line ส่วนตัวของเธอ “เราทำงานกันแบบครอบครัว ใครมีปัญหาการทำงานสามารถขอคำปรึกษาหรือบอกกันได้โดยตรง”

ที่สำคัญ B–Quik มีนโยบายชัดเจน คือ “ไม่ดึงคนนอกมาเป็นผู้จัดการสาขา ต้องโตจากภายในเท่านั้น” พนักงานกว่า 4,000 คน ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการสาขาหรือผู้จัดการภาค ทุกคนเริ่มจากการเป็น “ช่าง” (Fitter) หรือ “แคชเชียร์” เพื่อให้เข้าใจหน้างานอย่างถ่องแท้ ทุกตำแหน่งมี Career Path ให้เห็นเส้นทางการเติบโตชัดเจน ดังนั้นพนักงานจึงมีความภักดีต่อองค์กร มี Loyalty สูง ทำให้พนักงานอยู่กับเรายาวนาน และ “อินกับองค์กร” จนอยากส่งต่อลูกหลานให้มาร่วมงานด้วย ถือเป็นการสร้าง “ทุนมนุษย์” ที่แข็งแรงที่สุด และ B-Quik ยังให้ความสำคัญกับการอบรมพัฒนาทักษะพนักงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอยู่เสมอ

เมื่อฐานในไทยแข็งแกร่ง B-Quik จึงเริ่มขยายไปต่างประเทศ ตอนนี้เปิดที่อินโดนีเซียแล้ว 40 สาขา เป้าหมายไปต่อที่มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ เป็นการขยับจาก Local Champion สู่ Regional Player

เมื่อถามว่า มีแผนนำ B-Quik ระดมทุนเข้าตลาดหุ้นหรือไม่ “คุณเอ๋” รีบปฏิเสธทันที เธอให้เหตุผลว่า บริษัทเติบโตได้ด้วยกระแสเงินสดของตัวเอง ไม่ต้องการระดมทุนเพียงเพื่อนำเงินมาขยายสาขาให้มากเหมือนธุรกิจอื่น เพราะศูนย์บริการรถยนต์ต้องการช่างผู้เชี่ยวชาญและพนักงานที่มีคุณภาพ สาขาเยอะแต่คุมคุณภาพ ไม่ได้ ไม่ใช่ทางที่เราจะไป B-Quik ไม่ต้องการถูกกดดันจากตลาดทุนที่ต้องมีกำไรสูง เราอาจเดินช้าแต่เดิน ได้ไกลและยั่งยืนกว่า ธุรกิจที่โตเร็ว อาจสร้างได้ด้วยเงิน แต่ธุรกิจที่ “โตไกล” ต้องสร้างด้วย “คน” การสร้าง “คน” คือกำไรที่ยั่งยืนที่สุดของเธอ

“คุณเอ๋” ปิดท้าย เส้นทาง Business on My Way ของเธอว่า ไม่ว่าธุรกิจจะประสบความสำเร็จแค่ไหน การสร้างสมดุลระหว่างงานและชีวิตยังสำคัญที่สุด งานที่ประสบความสำเร็จคือการทำงานที่มีความสุข ตื่นมาแล้วอยากทำงานทุกวัน ทุกวันนี้เธอมีความสุขสนุกกับการคิดงานใหม่ๆ เมื่อกลับบ้านก็ให้เวลาครอบครัวเต็มที่ ขณะที่เธอยังไม่หยุดเรียนรู้ ขออ่านตำราเรียนและเลกเชอร์ของลูกสาว เพื่อร่วมคิดโจทย์ทำการบ้านแลกเปลี่ยนมุมคิดกับลูกสาวที่กำลังเรียน Digital Marketing ที่ลอนดอน เพื่ออัปเดตความรู้ เทรนด์ใหม่ๆของโลกธุรกิจอยู่เสมอ!!

เลดี้แจน


คลิกอ่านคอลัมน์ “Business on my way” เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ