
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศึกตลาดสุกี้และชาบูในปี 2569 มีแนวโน้มแข่งขันรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง หลังผู้ประกอบการรายใหญ่ต่างเร่งปรับกลยุทธ์รับกำลังซื้อที่ยังเปราะบางและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยล่าสุด “สุกี้ตี๋น้อย” ยอมรับได้รับผลกระทบจากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ขณะที่ MK GROUP เดินหน้าทวงส่วนแบ่งตลาดสุกี้ผ่านกลยุทธ์บุฟเฟต์และการขยายแบรนด์ใหม่อย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด “สุกี้ตี๋น้อย” โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ และกระทบต่อจำนวนลูกค้าอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัทจึงตัดสินใจใช้ช่วงเวลาดังกล่าวปิดปรับปรุงสาขาที่เปิดให้บริการมานานกว่า 6 ปี จำนวน 3 สาขา ได้แก่ สาขาลำลูกกา คลอง 2 เริ่มวันที่ 9 มิถุนายน สาขาเดอะเซ้นส์ ปิ่นเกล้า เริ่มวันที่ 17 มิถุนายน และสาขาลาดพร้าว-วังหิน เริ่มวันที่ 23 มิถุนายน
ทั้งนี้ ทั้ง 3 สาขาจะได้รับการปรับโฉมใหม่และมีกำหนดกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในเดือนตุลาคม 2569 หลังสิ้นสุดโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส”
ปัจจุบัน สุกี้ตี๋น้อยมีสาขารวม 133 สาขาทั่วประเทศ และยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่รวม 60 สาขาภายในปีนี้ ครอบคลุมทั้งแบรนด์ตี๋น้อย ตี๋น้อย พลัส ตี๋น้อย บาร์บีคิว ตี๋น้อย โกลด์ รวมถึงแบรนด์ใหม่ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา
ขณะที่ MK GROUP กำลังเร่งเครื่องทวงส่วนแบ่งตลาดสุกี้อย่างจริงจัง หลังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากผู้เล่นในตลาดบุฟเฟต์ โดยบริษัทเดินหน้ารุกตลาดกลุ่มแมสและตลาดราคาประหยัดผ่านแบรนด์ “โบนัส สุกี้” ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568
ปัจจุบัน “โบนัส สุกี้” สามารถขยายสาขาได้แล้ว 38 สาขาภายในระยะเวลา 1 ปี และมีแผนเปิดสาขาใหม่อย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ โดยตั้งเป้าขยายสาขาแตะ 90 แห่งภายในสิ้นปีนี้
นางสาวทานตะวัน ธีระโกเมน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แคมเปญ “MK บุฟเฟต์ คุ้มเกินคุ้ม 299 บาท” ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยสามารถสร้างยอดขายรับประทานในร้านเติบโตมากกว่า 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตราการกลับมาใช้บริการซ้ำสูงถึง 39.5%
ล่าสุด บริษัทได้เพิ่มเมนูซีฟู้ดอีก 4 รายการ ได้แก่ ปลาแพนกาเซียสดอร์รี่ ปลาหมึกกรอบ หนวดปลาหมึก และแมงกะพรุน ส่งผลให้ปัจจุบันบุฟเฟต์ของ MK มีเมนูรวม 33 รายการ โดยยังคงราคาเดิมที่ 299 บาทสุทธิ ไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่มและไม่มีค่าบริการเพิ่มเติม
ภาพรวมธุรกิจปี 2569 MK GROUP ตั้งเป้ารายได้เติบโต 12% พร้อมวางยุทธศาสตร์บริหารพอร์ตแบรนด์ให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ตั้งแต่ตลาดแมส กลุ่มครอบครัว ไปจนถึงกลุ่มพรีเมียม เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีความหลากหลายมากขึ้น
ด้าน “ลัคกี้ สุกี้” อีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญในตลาด ปัจจุบันมีสาขารวม 40 แห่ง โดยหลังได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป (CRG) ในฐานะผู้ถือหุ้น ได้ช่วยเสริมศักยภาพการขยายธุรกิจทั้งด้านเงินทุน การบริหารจัดการ และการเข้าถึงทำเลศักยภาพในศูนย์การค้าและคอมมูนิตี้มอลล์ทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาดร้านอาหารที่แข่งขันรุนแรงขึ้น
ตลาดสุกี้ไทยกำลังเข้าสู่การแข่งขันรอบใหม่ โดยฝั่งตี๋น้อยยังเดินหน้าขยายสาขาและพัฒนาแบรนด์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ MK กำลังเร่งทวงส่วนแบ่งตลาดผ่านกลยุทธ์บุฟเฟต์และการขยายแบรนด์โบนัส สุกี้ ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดสุกี้มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น