
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ได้มีการเชื่อมโยงข้อมูล USDT กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการในการตรวจสอบธุรกรรมการฝาก และถอนสินทรัพย์ดิจิทัล รวมทั้งเส้นทางการเงิน หลังพบความผิดปกติในการซื้อขาย USDT ในศูนย์การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) เพื่อเร่งวิเคราะห์และเชื่อมโยงข้อมูล ก่อนส่งต่อข้อมูลดังกล่าวให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบสวนต่อไป หากพบธุรกรรมต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับเงินเทานั้น
เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมาศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ออกรายงานระบุเกี่ยวกับการซื้อขาย USDT ในปี 2568 พบว่า สัดส่วนมูลค่าซื้อขาย USDT มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยต่อวันในเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมาเพิ่มสูงขึ้นเป็น 55% ของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของไทย สูงกว่ามูลค่าการซื้อขายบิทคอยน์ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 16% โดยมีความนิยมใช้ USDT เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนหรือโอนย้ายข้ามแพลตฟอร์ม เนื่องจากมีสภาพคล่องสูง ขณะเดียวกัน ยังพบว่า สัดส่วน 43% ของบัญชีในการซื้อขาย USDT เป็นนักลงทุนต่างชาติ แบ่งเป็น นิติบุคคลต่างชาติ 25% และเป็นบุคคลต่างชาติ 18%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุด้วยว่า หลังพบการซื้อขาย USDT เพิ่มขึ้นผิดปกติ ส่งผลให้ในช่วงที่ผ่านมา ภาครัฐเริ่มจับตาพฤติกรรมนักลงทุนต่างชาติ และมีข้อสงสัยว่าอาจถูกใช้เป็นช่องทางฟอกเงิน โดยมีข่าวออกมาว่า คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) เตรียมยกระดับบังคับใช้ Travel Rule หรือ กฎระเบียบระดับสากลที่กำหนดให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องเก็บรวบรวมและส่งต่อข้อมูลของผู้โอนและผู้รับเงิน ในการโอนคริปโตเคอร์เรนซีทุกครั้ง เป้าหมายหลักเพื่อป้องกันการฟอกเงิน การสนับสนุนการก่อการร้าย เพื่อติดตามเส้นทางทางการเงินของ Digital Asset โดยเน้นธุรกรรมที่มาจากต่างประเทศเป็นพิเศษ