
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศขณะนี้ ส่งผลให้ฟาร์มเลี้ยงกุ้งจำนวนมาก ทั้งขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ โดยเฉพาะในภาคตะวันออก ที่เปรียบเหมือนเมืองหลวงกุ้งของไทย เพราะมีพื้นที่ 1 ใน 5 หรือ 20% ของพื้นที่เลี้ยงกุ้งทั่วประเทศ ต้องเผชิญกับน้ำท่วมรุนแรง หลายฟาร์ม ไม่สามารถเตรียมมาตรการรับมือได้ทัน คาดว่า จะสร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมกุ้งมหาศาล แต่ขณะนี้ ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ เพราะสถานการณ์น้ำยังไม่ถึงจุดสิ้นสุด
นอกจากนี้ ยังคาดว่า ฟาร์มกุ้งในภาคกลาง แถบสุพรรณบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม มีโอกาสได้รับผลกระทบจากมวลน้ำขนาดใหญ่จากภาคเหนือ ที่กำลังไหลลงสู่อ่าวไทยมาอย่างต่อเนื่อง และอาจสร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมกุ้งมากกว่าน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้เมื่อปี 68 โดยภาคใต้ เป็นพื้นที่เลี้ยงกุ้งคิดเป็น 11% ของทั้งประเทศ แม้ในครั้งนั้น รัฐบาลเยียวยาเกษตรกรไร่ละ 3,000 บาท แต่ไม่ครอบคลุมความเสียหายทั้งหมด
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมกุ้ง ประเมินว่า สถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้ จะซ้ำเติมปัญหาของอุตสาหกรรมให้สาหัสมากขึ้น จากเดิมที่ได้รับผลกระทบจากมาเลเซียห้ามนำเข้ากุ้งไทยชั่วคราว 5 สายพันธุ์ ได้แก่ กุ้งลายเสือ, กุ้งแชบ๊วย, กุ้งขาวแวนนาไม, กุ้งกุลาดำ และกุ้งน้ำเงิน ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.69 เพื่อตอบโต้กรณีที่ไทยตรวจสอบสารตกค้างในปลากะพงขาวนำเข้าจากมาเลเซียอย่างเข้มงวด จนถึงขณะนี้ การเจรจาของรัฐบาลทั้ง 2 ประเทศยังไม่ได้ข้อยุติ และมีทีท่าจะไม่ทันช่วงที่ผลผลิตกุ้งภาคใต้รอบใหม่จะออกสู่ตลาดราวเดือนต.ค.นี้
ดังนั้น จึงส่งผลให้ตั้งแต่เดือนมิ.ย.69 มาเลเซียนำเข้ากุ้งไทยลดลงมากเมื่อเทียบเดือนเดียวกันของปี 68 โดยเดือนมิ.ย.69 นำเข้า 57 ตัน ลดลง 81% จาก 307 ตัน, เดือนก.ค.69 นำเข้า 143 ตัน ลดลง 40% จาก 239 ตัน และเดือนส.ค.69 นำเข้า 191 ตัน ลดลง 22% จาก 246 ตัน
นอกจากนี้ กุ้งไทยยังมีปัญหาเก่าที่เกิดขึ้นช่วงหลายปีที่ผ่านมา และยังไม่สามารถแก้ไขได้ จนทำให้กุ้งไทยเสียแชมป์ส่งออกของโลก เพราะเกิดโรคระบาดหลายโรคนับตั้งแต่กุ้งตายด่วน (EMS) เมื่อปลายปี 54 ทำให้ผลผลิตเสียหายรุนแรง จากที่เคยผลิตได้ปีละ 600,000 ตัน เหลือเพียง 250,000 ตัน ต่อด้วยโรคระบาดอีกหลายโรค ทั้งโรคตัวแดงดวงขาว (WSSV) และโรคขี้ขาว จนทำให้ส่งออกลดลงอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด ช่วง 8 เดือน (ม.ค.-ส.ค.) ปีนี้ ส่งออกได้ 78,259 ตัน มูลค่า 23,332 ล้านบาท ปริมาณ และมูลค่า ลดลง 3% และ 6% ตามลำดับเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปี 68 ที่ส่งออกได้ 80,539 ตัน มูลค่า 24,711 ล้านบาท แม้กลุ่มอุตสาหกรรมกุ้งไทย เรียกร้องให้รัฐบาลผลักดันการแก้ปัญหากุ้งให้เป็นวาระแห่งชาติ พร้อมเสนอยุทธศาสตร์แก้ปัญหาครอบคลุมทุกด้าน แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบสนอง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ พันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทยและสมาคมกุ้งไทย ได้เข้าพบนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อชี้แจงปัญหา และขอให้เร่งช่วยเหลือ และได้เร่งช่วยเหลือ โดยจัดแฮกกาธอน (Hackathon) กิจกรรมการระดมสมอง สร้างนวัตกรรมร่วมกัน พร้อมอนุมัติงบประมาณดำเนินโครงการเลี้ยงกุ้งในพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออก เพื่อหาแนวทางป้องกันโรค แต่โครงการดังกล่าว ยังไม่ทันได้เริ่ม ก็เกิดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคตะวันออกเสียก่อน