เปิดรายชื่อกองทุน ETF ที่ผลตอบแทนเอาชนะ S&P 500 ได้ แม้ย้อนหลัง 10 ปี พุ่งทะลุ 250%

Investment

Fund

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

เปิดรายชื่อกองทุน ETF ที่ผลตอบแทนเอาชนะ S&P 500 ได้ แม้ย้อนหลัง 10 ปี พุ่งทะลุ 250%

Date Time: 5 ต.ค. 2569 15:50 น.

Video

NVIDIA ชิปไม่ใช่โปรดักส์แต่คือ Token | Digital Frontiers

“Summary“

S&P 500 ยังเป็นตัวเลือกยอดนิยมของนักลงทุน แต่ผลตอบแทนย้อนหลังชี้ว่าไม่ได้ชนะทุกสนาม เปิดผลตอบแทน ETF 100 กองที่ใหญ่สุดในโลก พบหุ้นเทคโนโลยี ชิป และตลาดเอเชียบางแห่งทำผลงานแซงหน้าอย่างชัดเจน

Latest


"คิดอะไรไม่ออก ก็ลง S&P 500 ไปก่อน" ประโยคนี้ได้ยินกันบ่อยในวงการลงทุนตอนนี้ และก็เข้าใจได้ เพราะดัชนี S&P 500 คือดัชนีที่รวบรวมหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ 500 บริษัทไว้ในตะกร้าเดียว และช่วงที่ผ่านมาให้ผลตอบแทนที่ไม่ธรรมดา

  • นับจากต้นปี 2569 เพิ่มขึ้น 12.28%
  • ย้อนหลัง 1 ปี เพิ่มขึ้น 14.37%
  • ย้อนหลัง 5 ปี เพิ่มขึ้น 77.58%
  • ย้อนหลัง 10 ปี เพิ่มขึ้น 256.82%

ลองคิดง่าย ๆ ถ้าใครลงเงิน 1 ล้านบาท เมื่อ 10 ปีก่อน วันนี้เงินก้อนนั้นจะโตเป็นราว 3.57 ล้านบาท ซึ่งถือว่าดีมาก สำหรับการลงทุนที่ไม่ต้องนั่งเลือกหุ้นเองสักตัว

และถ้า S&P 500 นายแน่มากขนาดนี้ จะมีกองไหนที่เอาชนะได้บ้าง Thairath Money ชวนเปิดผลตอบแทนย้อนหลังของ ETF เมื่อเรียงตามมาร์เก็ตแคปใหญ่ที่สุด 100 อันดับแรก มาเทียบให้เห็นกันชัด ๆ เพื่อเป็นไอเดียการลงทุน

S&P 500 บวกแรงจริง…แต่ไม่ได้ชนะทุกกองทุน

จากข้อมูล ETF ที่ใหญ่ที่สุด 100 อันดับแรก พบว่าในช่วงตั้งแต่ต้นปี 2569 มี 42 กองจาก 99 กองที่ทำผลงานได้ดีกว่า S&P 500 พอขยับมาดูย้อนหลัง 1 ปี ตัวเลขเพิ่มเป็น 57 กอง ซึ่งเกินครึ่งของทั้งหมด แต่พอมองยาวขึ้นเป็น 5 ปี ผู้ชนะลดลงเหลือ 37 กอง และเมื่อดูย้อนหลัง 10 ปี เหลือเพียง 18 กองเท่านั้น 

พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าเราถือ S&P 500 ยาว ๆ ก็สามารถเอาชนะกองทุนส่วนใหญ่

แต่เรื่องนี้ยังไม่จบแค่นั้น เพราะในกลุ่มที่เป็นคนส่วนน้อยซึ่งชนะได้ มีบางกลุ่มที่ทำผลงานดีกว่าแบบทิ้งห่างแบบเห็นได้ชัด และที่น่าสนใจกว่านั้นคือ บางกอง ไม่ได้ชนะแค่ช่วงใดช่วงหนึ่ง แต่ชนะได้ต่อเนื่องหลายช่วงเวลา

สะท้อนให้เห็นว่า ถ้าเราลงทุนถูกตัว ถูกจังหวะ และยอมเสียเวลาหาความรู้ ศึกษาข้อมูลก่อนลงทุน เราก็อาจได้ผลตอบแทนมากกว่าที่คิด

ลองนึกถึงเงิน 1 ล้านบาทเมื่อ 10 ปีก่อน ถ้าอยู่ใน S&P 500 ที่ให้ผลตอบแทน 256.82% วันนี้จะโตเป็นราว 3.57 ล้านบาท แต่ถ้าอยู่ในกองทุนอย่าง VGT (Vanguard Information Technology ETF) ที่ให้ผลตอบแทนในเวลาเดียวกัน 754.19% ก็จะกลายเป็นเงินราว 8.54 ล้านบาท ส่วนต่างราว 5 ล้านบาทนี้ ซึ่งได้มาจากการเลือกกองต่างกันเพียงอย่างเดียว

แต่อย่าลืมว่ากองที่ชนะ S&P 500 ได้ในรอบ 10 ปีมีไม่มาก และผู้ชนะส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งมาพร้อมความผันผวนที่สูงกว่า ดังนั้น การหากองที่ "ใช่" จึงไม่ใช่แค่ดูว่าปีไหนใครวิ่งแรง แต่ต้องทำความเข้าใจว่ากองนั้นลงทุนในอะไร เสี่ยงแค่ไหน และเราทนความผันผวนได้หรือเปล่า

เพราะกองที่ร้อนแรงที่สุดในปีนี้ ไม่ได้การันตีว่าจะเป็นผู้ชนะในปีหน้า ดังนั้น การหาข้อมูลและศึกษาก่อนลงทุน เป็นต้นทุนที่คุ้มค่า ทั้งในแง่ของโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนมากขึ้น และการหลีกเลี่ยงการเลือกผิดตัวจากแค่กระแส

ETF ที่เอาชนะ S&P 500 ได้ ลงทุนอะไรบ้าง?

แม้ S&P 500 จะทำผลงานได้โดดเด่น แต่ในตลาดยังมี ETF บางกลุ่มที่สามารถทำผลตอบแทนเอาชนะดัชนีได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี ชิป และตลาดหุ้นบางประเทศ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เช่น

1. VGT (Vanguard Information Technology ETF) กองนี้ลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ทั้งซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และชิป โดยถือหุ้นหลายร้อยตัว แต่น้ำหนักส่วนใหญ่อยู่ที่บริษัทยักษ์ใหญ่ เช่น Apple, Microsoft และ Nvidia พูดง่าย ๆ คือ เป็นการเจาะลงทุนเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ตั้งแต่บริษัทขนาดใหญ่ไปจนถึงขนาดเล็ก แทนที่จะกระจายลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ ทั้งตลาด

  • นับจากต้นปี 2569 เพิ่มขึ้น 34.73%
  • ย้อนหลัง 1 ปี เพิ่มขึ้น 35.07%
  • ย้อนหลัง 5 ปี เพิ่มขึ้น 153.46%
  • ย้อนหลัง 10 ปี เพิ่มขึ้น 754.19%

2. XLK (Technology Select Sector SPDR Fund) แนวคิดคล้าย VGT มาก คือลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี แต่ XLK เลือกเฉพาะ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่อยู่ในดัชนี S&P 500 เท่านั้น จึงมีจำนวนหุ้นน้อยกว่า VGT และกระจุกตัวที่หุ้นตัวใหญ่ ๆ มากกว่า ผลงานจึงใกล้เคียงกัน และปีนี้วิ่งแรงกว่าเล็กน้อย ซึ่งผลตอบแทน

  • นับจากต้นปี 2569 เพิ่มขึ้น 37.20%
  • ย้อนหลัง 1 ปี เพิ่มขึ้น 39.11%
  • ย้อนหลัง 5 ปี เพิ่มขึ้น 165.18%
  • ย้อนหลัง 10 ปี เพิ่มขึ้น 738.66%

3. 0050 (Yuanta/P-shares Taiwan Top 50 ETF) ETF ที่ลงทุนใน หุ้นใหญ่ 50 ตัวแรกของตลาดหุ้นไต้หวัน ซึ่งมีบริษัทผลิตชิปยักษ์ใหญ่อย่าง TSMC เป็นตัวหลักที่มีน้ำหนักมากที่สุด จึงเรียกได้ว่าเป็นอีกทางหนึ่งในการลงทุนตามกระแส ชิปและ AI ที่ปีนี้ร้อนแรงมาก กองนี้ซื้อขายในตลาดไต้หวัน ผลตอบแทนจึงอาจได้รับผลจากค่าเงินด้วย

  • นับจากต้นปี 2569 เพิ่มขึ้น 75.53%
  • ย้อนหลัง 1 ปี เพิ่มขึ้น 95.69%
  • ย้อนหลัง 5 ปี เพิ่มขึ้น 251.06%
  • ย้อนหลัง 10 ปี เพิ่มขึ้น 546.30%

4. QQQ (Invesco QQQ Trust) ติดตามดัชนี Nasdaq 100 คือ 100 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดบนตลาด Nasdaq ที่ไม่ใช่กลุ่มการเงิน ส่วนใหญ่เป็นยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น Apple, Microsoft, Nvidia, Amazon และ Alphabet เป็นต้น

  • นับจากต้นปี 2569 เพิ่มขึ้น 20.89%
  • ย้อนหลัง 1 ปี เพิ่มขึ้น 23.48%
  • ย้อนหลัง 5 ปี เพิ่มขึ้น 109.08%
  • ย้อนหลัง 10 ปี เพิ่มขึ้น 532.40%

5. SPYG (State Street SPDR Portfolio S&P 500 Growth ETF) และ (IVW iShares S&P 500 Growth ETF) 2 กองนี้มีแนวคิดเดียวกัน แต่เป็นคนละบริษัทจัดการ โดยลงทุนเฉพาะหุ้นใน S&P 500 ที่มีลักษณะเติบโตสูง ไม่ได้ถือหุ้นทั้ง 500 ตัว ผลงานจึงดีกว่าดัชนีหลักอย่างชัดเจน และกองทั้งสองให้ตัวเลขเกือบเหมือนกัน

  • นับจากต้นปี 2569 เพิ่มขึ้นราว 15%
  • ย้อนหลัง 1 ปี เพิ่มขึ้นราว 18%
  • ย้อนหลัง 5 ปี เพิ่มขึ้นราว 93%
  • ย้อนหลัง 10 ปี เพิ่มขึ้นราว 374%

6. ETF ญี่ปุ่น 1320, 1321, 1330 กลุ่มนี้เป็น ETF ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ผลตอบแทนติดตามดัชนี Nikkei 225 ซึ่งรวมบริษัทใหญ่ของญี่ปุ่น 225 แห่ง ทั้งยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และค้าปลีก ผลงานของทั้งสามกองเกือบเท่ากัน เพราะตามดัชนีเดียวกัน และปีนี้เป็นอีกกลุ่มที่ปรับตัวอย่างร้อนแรง

  • นับจากต้นปี 2569 เพิ่มขึ้นราว 37%
  • ย้อนหลัง 1 ปี เพิ่มขึ้นราว 55%
  • ย้อนหลัง 5 ปี เพิ่มขึ้นราว 55%
  • ย้อนหลัง 10 ปี เพิ่มขึ้นราว 150%

หมายเหตุ: ข้อมูลจาก Tradingview ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2569

นอกจากนี้ ถ้าเรามีข้อมูลมากพอที่จะเลือกกองทุนได้ถูกตัว และจับจังหวะลงทุนได้แม่นยำในกองที่มีแนวโน้มให้ผลตอบแทนดี ก็อาจได้ผลตอบแทนมากกว่านี้อีกหลายเท่า เช่น ถ้า 1 ปีที่แล้วเลือกลงทุนใน SOXX วันนี้จะได้ผลตอบแทนสูงถึง 109.20% หรือถ้า 5 ปีที่แล้วเลือกลงทุนใน SMH จะได้ผลตอบแทน 395.44%

แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการมองย้อนกลับไปในอดีต ขณะที่จากนี้ไป นักลงทุนยังต้องพิจารณาและเลือกกองทุนให้เหมาะสมกับเป้าหมายและความเสี่ยงของตัวเอง เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง และผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต


อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney 


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ