
Apple เปิดตัว Siri AI ในงาน WWDC 2026 พร้อมชูเรื่อง AI ในอุปกรณ์และระบบนิเวศที่จะผสานกันอย่างสมบูรณ์ แต่หลังจากเปิดตัวหุ้นกลับร่วงลงทันที ด้านนักลงทุนมองว่าการเปิดตัวนี้แม้จะเลทมา 2 ปีแต่ในปีนี้กลับยังไม่มีกำหนดการที่ชัดเจน
เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ณ คูเปอร์ติโน ซานตาคลารา แคลิฟอร์เนีย ที่สำนักงานใหญ่ของ Apple ถึงเวลาของงานใหญ่ประจำปีอย่าง Worldwide Developers Conference หรือ WWDC 2026 ซึ่งความพิเศษของปีนี้ Apple ได้ออกมาเปิดตัวโปรดักต์ AI ที่เคยสัญญาไว้เมื่อสองปีก่อน
แม้จะเปิดภาพ Siri AI ออกมาให้ผู้ติดตามได้ตื่นเต้น แต่หุ้นของ Apple กลับร่วงลง 2% ในช่วงวันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นวันที่แย่ที่สุดในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจาก Apple ยังไม่สามารถกำหนดวันที่แน่นอนในการเปิดตัว Siri AI ได้
ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2024 ที่ Apple ได้แนะนำ Apple Intelligence และ AI ให้โลกรู้จักและตั้งตารอ แต่บริษัทกลับเลื่อนกำหนดการเปิดตัวออกไปหลายครั้ง จนนักลงทุนที่ก่อนหน้านี้ยังมองในแง่ดี ตอนนี้กลับมองว่า Apple อาจไล่ตามคู่แข่งไม่ทันในวันที่ AI เดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว
ในงาน WWDC ปีนี้ นักลงทุนหลายฝ่ายคาดการณ์ว่า Apple จะสามารถเปิดตัว Siri AI ภายในเดือนกันยายนปีนี้ ซึ่งเว็บไซต์ทางการของ Apple ได้ยืนยันด้วยว่าจะเปิดตัวเวอร์ชั่น Beta ช่วงปลายปีนี้ แต่กลับยังไม่มีกำหนดการที่ชัดเจน อีกทั้งยังมีข้อจำกัดการใช้งานในบางพื้นที่อีกด้วย
Siri ได้รับการยกเครื่องใหม่ในรอบหลายปี ซึ่งครั้งนี้ Siri ได้ปรับเปลี่ยนไปเป็น Siri AI อย่างเป็นทางการ และจะขับเคลื่อนโดย Apple Intelligence การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จะผันจาก Siri ที่ตอบโต้ด้วยเสียงแข็งทื่อตามที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้า ไปสู่ AI Agent ตัวแทนที่จะเข้าใจบริบทและหลอมรวมกับทั้งระบบของ Apple อย่างลึกซึ้ง
Craig Federighi หัวหน้าฝ่ายซอฟต์แวร์ของ Apple เปิดเผยว่า Siri AI นี้จะผสานการทำงานร่วมกับ Gemini ซึ่งทาง Apple ได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ Google เพื่อพัฒนาโมเดลพื้นฐาน โดยตอนนี้ Siri AI จะได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเบื้องหลังของ Gemini เพื่อการใช้เหตุผลขั้นสูงและความรอบรู้ในระดับสากล
โดยความสามารถเด่น ๆ ของ Siri AI ที่มีการกล่าวถึงบนเวทีคือ การเข้าใจบริบทบนหน้าจอ โดย Siri AI จะสามารถอ่านสิ่งที่อยู่บนหน้าจออุปกรณ์ของผู้ใช้ และตีความว่าผู้ใช้ต้องการอะไรได้ นอกจากนี้ยังสามารถติดตามการสนทนาก่อนหน้า และค้นหารายละเอียดที่กระจัดกระจายอยู่ตามแอปฯ ต่าง ๆ เช่น การดึงที่อยู่ของเพื่อนจากข้อความเก่า ๆ แม้ว่าผู้ใช้จะไม่เคยบันทึกไว้ในรายชื่อผู้ติดต่อก็ตาม
อีกทั้งยังสามารถสั่งให้ Siri AI จัดการงานที่มีหลายขั้นตอนข้ามแอปฯ ต่าง ๆ ได้ เช่น การร่างอีเมลหรือการตอบกลับข้อความที่เลียนแบบสไตล์การสื่อสารที่เป็นธรรมชาติของผู้ใช้เอง
นอกจากนี้ ยังนับว่าเป็นครั้งแรกที่ Siri จะมีแอปพลิเคชันแยกต่างหากเป็นของตัวเอง ซึ่งจะซิงค์ข้อมูลร่วมกันทั้งบน iPhone, iPad และ Mac แอปฯ นี้จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการย้อนดูการสนทนาในอดีต ติดตามงาน และใช้งานเครื่องมือช่วยเขียน (Writing Tools) ที่รวมอยู่ในระบบ
อย่างไรก็ตาม Apple ระบุด้วยว่า Siri AI ยังมีข้อจำกัดในบางประการ จะมีขีดจำกัดในการใช้งาน ซึ่งผู้ใช้ที่เป็น Power Users หรือใช้งานหนัก ๆ อาจต้องจ่ายค่าบริการอัปเกรดเพื่อเข้าถึงการประมวลผลความจุสูงแบบไม่จำกัด
ยิ่งไปกว่านั้น ระบบ Siri AI จะเปิดตัวในเวอร์ชัน Beta ที่เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นภายในปลายปีนี้ แต่เนื่องจากอุปสรรคด้านกฎข้อบังคับ Siri AI จะยังไม่เปิดให้ใช้งานบน iOS/iPadOS ในสหภาพยุโรปในช่วงแรก และถูกสั่งห้ามใช้งานโดยสิ้นเชิงในประเทศจีน
กลยุทธ์หลักของ Apple สำหรับ AI ในยุคถัดไปคือการผสาน Apple Intelligence เข้ากับทุกระบบอย่างสมบูรณ์ หรือที่เรียกว่า Systemic Integration เพื่อให้เกิดการทำงานที่ต่อเนื่องแบบข้ามอุปกรณ์ในระบบนิเวศได้อย่างราบรื่น
นอกจากการทำงานของ Siri AI ที่สามารถจัดการข้ามแอปฯ ได้แล้ว Apple ยังได้ผสาน Apple Intelligence ในระบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น
นอกจากนี้ Apple ก็ยังได้อัพเกรด Liquid Glass มีการเปลี่ยนชื่อซอฟต์แวร์เวอร์ชันถัดไปของ Mac ที่จะใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า macOS Golden Gate และก็ยังไม่ทิ้งเรื่องความปลอดภัย เปิดตัวฟีเจอร์ Ask to Browse (ขออนุญาตก่อนท่องเว็บ) เป็นค่าเริ่มต้น ซึ่งกำหนดให้เด็กต้องขออนุญาตจากผู้ปกครองก่อนเข้าชมเว็บไซต์ใหม่ทุกครั้ง อีกทั้งจะเบลอภาพและวิดีโอที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรุนแรงหรือภาพอุจาดเลือดสาดโดยอัตโนมัติเป็นค่าเริ่มต้น
นอกจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ของ Apple แล้ว บนเวที WWDC ครั้งนี้ยังถือว่าเป็นครั้งสุดท้ายของ Tim Cook ซีอีโอของ Apple ที่จะหมดวาระในเดือนกันยายนนี้ และจะมี John Ternus ขึ้นมารับตำแหน่งซีอีโอแทน
บนเวที Tim Cook ได้กล่าวถึงกองทัพนักพัฒนาผู้ขับเคลื่อนระบบนิเวศของ Apple ว่า “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกคุณได้ช่วยให้ผู้คนสามารถเชื่อมต่อ สร้างสรรค์ เรียนรู้ และสัมผัสกับโลกใบนี้ในรูปแบบใหม่ ๆ อันน่าทึ่ง”
“และด้วยความสามารถอันเหลือเชื่อที่เราได้เปิดตัวในวันนี้ รวมถึงสิ่งอื่น ๆ อีกมากมายที่กำลังจะตามมา ผมเชื่อมั่นอย่างแท้จริงว่าสิ่งที่ดีที่สุดยังคงรออยู่ข้างหน้า”
“สำหรับ Apple แล้ว การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดในโลกเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ช่วยเติมเต็มชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น คือเข็มทิศนำทางของเราเสมอมา” Tim Cook กล่าว
ก่อนที่จะทิ้งท้ายว่า การได้ทำงานที่ Apple ถือเป็น “เกียรติยศสูงสุดในชีวิต” ของเขาเลยทีเดียว
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง: 15 ปี Tim Cook อำลาตำแหน่ง CEO ผู้สร้าง Apple ให้ไร้คู่แข่ง จักรวาลเทคโนโลยีแข็งแกร่งที่สุดในโลก
ที่มา: Apple, CNBC, Business Insider, Bloomberg, TradingView
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney