
ท่ามกลางความท้าทายจากรอบทิศและการแข่งขันขับเคี่ยวรุนแรง สถาบันการเงินแห่งแรกของชาวไทยอย่าง “ธนาคารไทยพาณิชย์” (SCB) หนึ่งในเสาหลักสำคัญที่ขับเคลื่อนประเทศไทยมายาวนานกว่าศตวรรษ กำลังเร่งปรับโครงสร้างขนานใหญ่ เพื่อมุ่งสู่การเป็นธนาคารแห่งอนาคต “AI-First Bank” และ “Digital Bank with Human Touch” เต็มรูปแบบ โดยหนึ่งในภารกิจสำคัญคือ การพัฒนา “คน” ให้มีความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพื่อมุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
วรวัจน์ สุวคนธ์ Chief People Officer ธนาคารไทยพาณิชย์ เล่าถึงภารกิจสำคัญในการยกเครื่ององค์กรว่า ตั้งแต่ต้นปี 2568 ธนาคารเริ่มเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่ง ด้วยการปรับโครงสร้างธุรกิจลูกค้าบุคคลเป็น “กลุ่มธุรกิจ Consumer Banking” โดยควบรวม 5 หน่วยงานทางด้านผลิตภัณฑ์และช่องทางบริการเป็นหนึ่งเดียว เน้นการบริหารและให้บริการด้วยแนวคิดที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยต้องการเป็นคู่คิดทางการเงินที่สามารถตอบโจทย์ให้กับลูกค้าบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพครอบคลุมทุกช่วงชีวิต
ตั้งแต่การเริ่มต้นออมเงินเพื่อสร้างความมั่นคง จนถึงแผนการสืบทอดความมั่งคั่ง พร้อมกำหนดเป้าหมายการเป็น “ธนาคารที่ลูกค้าไว้วางใจในทุกช่วงชีวิต” ภายในปี 2571 โดยหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักคือ การเพิ่มทักษะพนักงาน มุ่งยกระดับพนักงานจากบทบาทผู้ให้บริการสู่การเป็นที่ปรึกษาทางการเงินแบบครบวงจร ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างเฉพาะเจาะจงมากขึ้น
วรวัจน์ เล่าต่อไปว่า หลังวิกฤติโควิด-19 ธนาคารไทยพาณิชย์มีพนักงานอยู่ราว 18,000-19,000 คน ซึ่งก็มีการทยอยลดขนาดขององค์กรลงมาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยคาดว่าจะมีการปรับสัดส่วนกำลังคนตามโครงสร้างใหม่ ควบคู่กับการพัฒนาทักษะและสร้างโอกาสการเติบโตให้พนักงาน เพื่อให้พนักงานมีความสามารถและมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และมีความเข้าใจในด้านเทคโนโลยีที่จะเข้ามาส่งเสริมการทำงานของธนาคาร
ขณะที่ในส่วนของสาขาของธนาคาร ปัจจุบันมีอยู่ราว 651 สาขา ได้มีการทยอยปิดสาขาต่อเนื่อง และจะทยอยลดสาขาของธนาคารให้เหลือราว 500 สาขาในอนาคต ซึ่งธนาคารต้องการผลักดันให้ลูกค้าของไทยพาณิชย์มาใช้บริการการทำธุรกรรมการเงินผ่านช่องทาง SCB EASY มากขึ้น โดยปัจจุบันมีผู้ใช้งาน SCB EASY กว่า 17 ล้านราย
ทำไม SCB ให้ความสำคัญมากกับการพัฒนาบุคลากรยุคใหม่
ตอนนี้ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญของอุตสาหกรรมธนาคารในประเทศไทย เรายังต้องเผชิญความท้าทายจากอีกหลายปัจจัยทางเศรษฐกิจ ทั้งจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลก, ปัญหาหนี้ครัวเรือน, การแข่งขันจากธนาคารไร้สาขา และความก้าวหน้าของ AI การพัฒนาคนให้พร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นภารกิจระยะยาวที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายของเราคือการพัฒนากำลังคน, กระบวนการทำงาน และเทคโนโลยี ให้พนักงานของ SCB พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายการเป็นธนาคารแห่งอนาคต
อะไรคือกุญแจสู่การเป็น “Digital Bank with Human Touch”
SCB เชื่อว่าความยั่งยืนในยุค AI ไม่ได้เริ่มจากเทคโนโลยี แต่เริ่มจาก “คน” ที่เรียนรู้, ปรับตัว และเติบโตไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลง
“People Strategy” ของ SCB มีหัวใจสำคัญอยู่ตรงไหน
กลยุทธ์การพัฒนาบุคลากรยุคใหม่ของ SCB ประกอบด้วย 3 เสาหลักคือ “Productivity” ยกระดับประสิทธิภาพองค์กร ด้วยโครงสร้างที่เหมาะสม เปิดโอกาสให้มีการทำงานข้ามสายงาน และการใช้ Data บวก AI เป็นเครื่องมือช่วยสนับสนุนการตัดสินใจ โดยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างรอบคอบและใส่ใจพนักงาน “Resilience” เรามุ่งพัฒนาคนให้พร้อมรับมือกับความไม่แน่นอน ผ่านวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต, การเรียนรู้จากงานจริง และการพัฒนาผู้นำด้วย Coaching Culture ส่วนอีกหนึ่งเสาหลักได้แก่ “Sustainability” เราพร้อมดูแลการเติบโตของพนักงานควบคู่กับองค์กร โดยช่วยสร้างเส้นทางอาชีพที่ยืดหยุ่น พร้อมดูแลสุขภาวะและสมดุลชีวิตการทำงานอย่างรอบด้าน
การพัฒนา “คน” ของ SCB ถูกขับเคลื่อนด้วยกลไกอะไรเป็นหลัก
เราใช้ “SCB Academy” เป็นกลไกหลัก ทำหน้าที่เชื่อมการเรียนรู้, การทำงานจริง และการเติบโตในอาชีพ ครอบคลุมทุกอย่างเพื่อยกระดับทักษะพนักงานสู่การเป็นคนรุ่นใหม่ ตั้งแต่ Upskill/Reskill ด้าน Data, AI และ Digital ไปจนถึงการสร้างระบบนิเวศน์ด้านการเรียนรู้ ผ่าน DE Space, Purple Belt และ Skill Marketplace ขณะเดียวกันก็ปลูกฝังวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิตทั้งองค์กร
ทำอย่างไรพนักงานจะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังเพราะปรับตัวไม่ทัน
แม้องค์กรต้องปรับตัวขนานใหญ่ แต่อนาคตของพนักงานต้องไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เพราะ “คน” คือหัวใจของการเติบโตอย่างยั่งยืน SCB ยึดหลัก “People-first” เรามีโครงการสำคัญอย่าง “SCB Be With You” เพื่อส่งคนให้ถึงฝั่ง ด้วยการเตรียมทักษะ, การแนะแนวอาชีพ, การเชื่อมโยงงานกับพันธมิตร และเปิดโอกาสการทำงานในรูปแบบใหม่
อะไรคือคุณลักษณะสำคัญของ “คน” ที่จะเติบโตไปกับ SCB ยุคใหม่
คนที่จะเติบโตและอยู่รอดในโลกดิจิทัล ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต และปรับตัวตลอดเวลา ที่สำคัญต้องรู้จักใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยให้ทำงานได้เก่งขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น คนไม่ยอมปรับตัวและอยู่ในคอมฟอร์ตโซนเดิมๆจะไม่ได้ไปต่อในอนาคต ตลอดเวลาที่ผ่านมา SCB ส่งเสริมการทำงานข้ามสายงาน และคนที่รักการเรียนรู้ พร้อมปรับตัวและเติบโตไปกับการเปลี่ยนแปลง
การพัฒนา “ทุนมนุษย์” ไม่ได้จำกัดแค่ภายในองค์กร?
SCB มีโครงการ “AFAST” (เอ-ฟาสต์) เป็นโครงการพัฒนาทุนมนุษย์ ที่มุ่งเน้นการมอบองค์ความรู้, ทักษะสำคัญ, ผู้เชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีทันสมัย เพื่อเสริมสร้างศักยภาพคนไทย ให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัลอย่างรอบด้าน สอดคล้องกับค่านิยมของธนาคารในเรื่อง “Sustainability to the Core” การสร้างความยั่งยืนที่เริ่มต้นจากตัวบุคคล สู่การพัฒนาองค์กรและสังคมในระยะยาว
เพราะอะไร SCB จึงทุ่มเทพัฒนาศักยภาพคนไทย
SCB ตั้งใจส่งมอบการเรียนรู้สู่สังคมไทยในทุกช่วงวัย ตั้งแต่นักเรียน, ครู, นิสิตนักศึกษา, คนทำงาน ไปถึงวัยเกษียณ โดยเปิดให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ได้ฟรี ผ่านหลักสูตรออนไลน์บนแพลตฟอร์ม “SCB Academy” พลเมืองดิจิทัล และแพลตฟอร์มต่างๆของพันธมิตร นอกจากนี้ยังสร้างโอกาสในการพัฒนาทักษะและอาชีพ ผ่านการออกแบบกิจกรรม, เวิร์กช็อป, บูทแคมป์ และโครงการสร้างอาชีพ เพื่อยกระดับทักษะการทำงาน, การสร้างรายได้ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน เป็นการบูรณาการนวัตกรรมด้านการบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทั้งในมิติขององค์ความรู้, ทักษะ, ผู้เชี่ยวชาญ และเทคโนโลยี ผ่านความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆภายในธนาคาร และพันธมิตรภายนอกองค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 40 องค์กร SCB มุ่งยกระดับทักษะคนไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้เทคโนโลยี และ AI เป็นหัวใจสำคัญ พร้อมจับมือกับภาคการศึกษา, ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริง และขยายผลสู่การพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน
เพราะเราเชื่อว่า ทักษะการเรียนรู้ คือความจำเป็นเร่งด่วนของคนไทยในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การลงทุนพัฒนาศักยภาพบุคคลจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นภารกิจระยะยาวที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง เมื่อปี 2568 เราได้เปิดตัว 3 โครงการหลักคือ “AFAST Smart School” เน้นพัฒนาครูและนักเรียนสู่ห้องเรียนแห่งอนาคต ด้วยการเรียนรู้เชิงสมรรถนะ, การใช้ EdTech และการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ของครู “AFAST Smart University” เตรียมนิสิตนักศึกษาให้พร้อมทำงานจริง ผ่านทักษะนอกห้องเรียน, เครื่องมือ AI และการเชื่อมโยงภาคการศึกษากับอุตสาหกรรม “AFAST Smart Retiree” พัฒนาศักยภาพผู้สูงวัยและกลุ่มใกล้เกษียณ สู่การสร้างคุณค่าใหม่ทางเศรษฐกิจและสังคม ทั้ง 3 โครงการสะท้อนความเชื่อมั่นของ SCB ว่า “คน” คือจุดเริ่มต้นของความยั่งยืน และการลงทุนในความรู้กับทักษะของบุคคล คือกลไกสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ประเทศไทย