กระแสยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย กลายเป็นเวทีสำคัญที่บริษัทรถยนต์ชั้นนำต่างเร่งขับเคี่ยวกันอย่างไม่หยุดยั้ง และในช่วงเวลาสำคัญนี้ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนในการก้าวสู่อนาคต บุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าถึง 2 รุ่นใหม่ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม - 5 เมษายน 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือการเปิดตัวแนะนำอย่างเป็นทางการ The All-Electric Mazda6e ยนตรกรรมรถไฟฟ้า 5 ประตูในรูปแบบ “NeoFastback” ที่มาพร้อมกับความสง่างามและความอเนกประสงค์ การันตีความสง่างามด้วยการเป็น 1 ใน 3 ของรถยนต์ที่เข้าชิง World Car Design of the Year ประจำปี 2026 มาพร้อมแนวคิด “Electrified Perfection in Oneness” จุดประกายความสมบูรณ์แบบให้เป็นหนึ่งเดียว มั่นใจตอบทุกความต้องการของลูกค้าที่อยากได้จากรถไฟฟ้าจากญี่ปุ่น
The All-Electric Mazda6e อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะและสมรรถนะที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างครบถ้วน ระยะทางการขับขี่สูงสุดถึง 654 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง พร้อมความสามารถในการชาร์จไฟจาก 30% ถึง 80% ได้ภายในเวลาเพียง 15 นาที ช่วยลดข้อจำกัดและความกังวลในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ
มาสด้าชูจุดเด่นที่เหนือกว่ารถยนต์ไฟฟ้าทั่ว ๆ ไป พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ทุกมิติ ออกแบบสง่างามดุจงานศิลปะชิ้นเอกจาก โคดะ ดีไซน์ ระบบช่วงล่างทั้งแน่นและหนึบการันตีโดยทีมวิศวกรมาสด้าประเทศญี่ปุ่น ด้วยคุณภาพการผลิตที่การคัดสรรเฉพาะวัสดุเกรดพรีเมียมมาตรฐานยุโรป เทคโนโลยีอัจฉริยะล้ำอนาคต โชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานทั่วประเทศ 84 แห่ง คุณภาพการบริการหลังการขายเต็มประสิทธิภาพ พร้อมช่องซ่อมเร่งด่วน Fast Track ศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง 40 แห่ง ศูนย์กระจายอะไหล่ใหญ่สุดหนึ่งเดียวในประเทศไทยและส่งออกทั่วอาเซียน การรับประกันคุณภาพนานสูงสุด 8 ปี 160,000 กิโลเมตร การสำรองอะไหล่แท้ครอบคลุมทุกชิ้นส่วน รวมทั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนระบบการจัดส่งอะไหล่ภายใน 24 ชั่วโมง
นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้ามั่นใจอย่างยิ่งว่าการเปิดตัวแนะนำ The All-Electric Mazda6e ซึ่งผลิตจากโรงงานมาสด้าที่เกิดจากความร่วมมือกับพันธมิตรในเมืองนานจิง ประเทศจีน ซึ่งเป็นโรงงานที่ผลิตรถยนต์มาสด้าเพียงยี่ห้อเดียว คาดว่าจะเป็นที่ถูกอกถูกใจของลูกค้าชาวไทย และเป็นสเปกเดียวกันกับที่ขายในทวีปยุโรป
เพราะเราเข้าใจถึงความต้องการอย่างท่องแท้ของลูกค้าจึงคัดกรองแต่สิ่งที่ดีที่สุดมาให้ลูกค้าชาวไทย การนำเสนอรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนทรงพลัง และเปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจในรูปแบบ BEV ยุคใหม่ โดยทีมวิศวกรของมาสด้ามุ่งมั่นพัฒนาให้ได้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ด้วยแนวคิดที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง สร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมาสด้า มอบประสบการณ์การขับขี่แบบ จินบะ-อิตไต และความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนกับรถ การตอบสนองของรถยนต์สอดคล้องกับองศาการเหยียบคันเร่ง มีการปรับแต่งพวงมาลัยและระบบเบรก เพื่อให้รถตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ได้อย่างสมดุล
The All-Electric Mazda6e มีด้วยกัน 2 รุ่น คือ รุ่น Premium มาพร้อมกับภาพลักษณ์สปอร์ต ตกแต่งภายในห้องโดยสารอย่างพิถีพิถัน ด้วยหนังสีดำ สะท้อนความประณีตในทุกจุดสัมผัส และ รุ่น Exclusive ถ่ายทอดความสง่างามและความหรูหราในระดับ Masterpiece ห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุ Nappa Suede สีแทน พร้อมดีไซน์พิเศษในทุกองค์ประกอบ เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางสู่ความสมบูรณ์แบบอีกขั้น
ขณะเดียวกันในงานนี้ มาสด้ายังได้ประกาศเดินหน้าเต็มรูปแบบเพื่อก้าวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศไทย ต่อยอดด้วยเทคโนโลยียานยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ด้วยการเผยโฉมยนตรกรรมไฟฟ้าครอสโอเวอร์เอสยูวี THE ALL-NEW MAZDA CX-6e ครั้งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Premiere) ที่ลูกค้าจะได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด
“ALL-NEW MAZDA CX-6e เป็นครอสโอเวอร์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% ที่ผสานเอกลักษณ์อันโดดเด่นเฉพาะตัวของยนตรกรรมมาสด้าเข้ากับเทคโนโลยีอันล้ำสมัย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคสมัยใหม่ และการสร้างมิติใหม่ให้กับธุรกิจของมาสด้าในประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการเปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดลงสู่ตลาดท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันที่ร้อนแรง”
ALL-NEW MAZDA CX-6e โดดเด่นด้วยดีไซน์หรูหราและทันสมัย มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ตามปรัชญา จินบะ-อิตไต ให้ความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างผู้ขับขี่กับรถ มอบความสนุกสนานในการขับขี่สไตล์มาสด้า อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ช่วยให้การใช้งานทั้งภายในและภายนอกเป็นไปอย่างราบรื่น ตอบโจทย์ความต้องการและความชื่นชอบที่หลากหลายของลูกค้าชาวไทย รถยนต์รุ่นนี้ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นที่สองของมาสด้าที่เปิดตัวในประเทศไทย ภายใต้กลยุทธ์ Multi-solution เพื่อมอบทางเลือกที่หลากหลายให้กับลูกค้า ตามความปรารถนาอันแรงกล้าของมาสด้าที่ยึดมั่นในการส่งมอบความเป็นกลางทางคาร์บอนเพื่อโลกของเรายังคงสวยงามตลอดไป
ด้านการออกแบบ รถไฟฟ้ารุ่นนี้สะท้อนแนวคิด “Soulful Futuristic Modern” ผสานความงดงามอย่างประณีต ผนวกกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ในขณะที่ยังคงสมรรถนะการขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ของมาสด้าไว้อย่างเต็มเปี่ยม สำหรับกลุ่มครอบครัวยุคใหม่ ด้วยการยกระดับแนวคิด “Jinba-Ittai” ขึ้นไปอีกระดับ ผ่านการปรับจูนการควบคุมและความนุ่มนวลในการขับขี่ ให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบสั่งงานด้วยเสียง และท่าทาง ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง กระจกมองข้างและกระจกมองหลังแบบดิจิทัล (Digital Side and Rear View Mirror)
ในโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การตัดสินใจของมาสด้าในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการประกาศศักดาอย่างสง่างามว่า พวกเขาพร้อมแล้วที่จะก้าวสู่อนาคต และไม่เพียงแค่ตามกระแส แต่ยังตั้งใจจะเป็นหนึ่งในผู้กำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างแท้จริง