รถสองแถวอยุธยา อ่วม เผชิญพิษน้ำมันแพง ต้นทุนพุ่งต่อเนื่อง ยอมรับลังเลจะปรับขึ้นค่าโดยสาร แต่ก็เห็นใจชาวบ้าน หรืออาจจะหยุดวิ่งไปเลย ลั่น “พี่เค้าจะลอยตัวเท่าไหร่ก็เรื่องของเขาเหอะ เพราะเลือกเขาไปแล้วนิ”

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ประกอบการรถโดยสารสองแถวในพื้นที่ต่างได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อต้นทุนการเดินรถและมีแนวโน้มจำเป็นต้องปรับขึ้นค่าโดยสารในอนาคต หรือหยุดวิ่งไปเลย หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น

นอกจากนี้ คนขับรถสองแถวสายอยุธยา–บางไทร รายหนึ่ง เผยว่า ตนเองได้ขับเส้นทางนี้มานานแล้ว ปัจจุบันวิ่งให้บริการวันละ 2 เที่ยว คือช่วงเช้าและเย็น โดยเก็บค่าโดยสารตลอดสายประมาณ 25 บาท ระยะทางเกือบ 40 กิโลเมตร ตั้งแต่ขนส่งอำเภอพระนครศรีอยุธยา ถึงขนส่งอำเภอบางไทร แต่หากราคาน้ำมันยังปรับสูงขึ้น อาจจำเป็นต้องปรับค่าโดยสารเป็น 50 บาท แน่นอน เนื่องจากตนเองก็ไม่ไหวเช่นเดียวกัน แต่บางครั้งตนเองก็อาจจะหยุดวิ่งไปเลยก็ได้ เนื่องจากวิ่งไม่ไหวกับเรื่องการใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้นกับค่าน้ำมัน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ปรับขึ้น เนื่องจากเห็นใจผู้โดยสารที่ใช้บริการเป็นประจำ และต้องรอดูสถานการณ์ไปก่อน

“ก็ปล่อยเหอะ พี่เค้าจะลอยตัวเท่าไหร่ก็เรื่องของเขาเหอะ เพราะเลือกเขาไปแล้วนิ”

ขณะที่คนขับรถสองแถวสายอยุธยา–บางบาล อายุ 70 ปี ซึ่งขับรถมานานกว่า 40 ปี เล่าว่า ตั้งแต่สมัยก่อนค่าโดยสารเพียง 5 บาท ปัจจุบันเก็บอยู่ที่ 30 บาทตลอดสาย แต่ต้นทุนน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน จากเดิมเติมน้ำมันเพียง 300 บาทต่อรอบ ปัจจุบันต้องจ่ายกว่า 400 บาท ทำให้กำไรลดลงอย่างมาก เกิดความเสียหายมากขึ้น เนื่องจากกำไรน้อย ทำให้ประสบปัญหากับเรื่องเงินมากขึ้นในการหาเงินมาเติมน้ำมันรถ

...




หากราคาน้ำมันยังเพิ่มขึ้น อาจต้องหยุดวิ่งหรือปรับขึ้นค่าโดยสาร ซึ่งยังไม่สามารถตัดสินใจได้ พร้อมวิงวอนภาครัฐให้ช่วยดูแลราคาน้ำมัน เนื่องจากมีผู้ประกอบการบางรายต้องหยุดวิ่งไปแล้ว ประมาณ 2-3 คันที่อยู่ด้านข้างกัน เนื่องจากรับภาระค่าน้ำมันไม่ไหวเลยหยุดวิ่งไปก่อน เหลือเพียงไม่กี่คันที่อยู่ด้วยกันข้างๆ แต่อีกหน่อยก็อาจจะหยุดวิ่งเช่นเดียวกัน หากราคาน้ำมันสูงขึ้น เพราะแบกรับต้นทุนไม่ไหว คนขับรถโดยสารใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวผมหงอก

ด้านผู้โดยสารที่ใช้บริการ ต่างยอมรับว่าหากมีการปรับขึ้นค่าโดยสารก็มีความจำเป็นต้องจ่าย เนื่องจากไม่มีทางเลือกในการเดินทาง และเข้าใจถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการ แต่ก็อยากให้ภาครัฐเข้ามาดูแลราคาน้ำมัน เพราะขณะนี้ค่าครองชีพสูงขึ้นทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคและค่าเดินทาง ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง

ทั้งนี้ สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นยังคงสร้างแรงกดดันต่อทั้งผู้ประกอบการและประชาชน ซึ่งต่างต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และหวังให้มีมาตรการช่วยเหลือ