หวั่นเชื้อโรค "ชาวชุมชนคลองหลอแหล" ในซอยเสรีไทย 52 แยก 3 โอดต้องทนอยู่ในสภาพ "น้ำท่วม" มานานกว่า 10 วันแล้ว วอนหน่วยงานเข้าช่วยสูบน้ำออกจากหมู่บ้าน
วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้สถานการณ์น้ำท่วมย่านเสรีไทย เขตคันนายาว จะแห้งแล้วเกือบเต็มพื้นที่ แต่ก็ยังมีอีกหนึ่งชุมชนในซอยเสรีไทย 52 แยก 3 ที่ยังมีน้ำท่วมขัง สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านมานานกว่า 10 วัน
จากการลงพื้นที่ไปซอยเสรีไทย 52 แยก 3 จุดนั้นเรียกว่าชุมชนคลองหลอแหล ซึ่งเป็นคลองเล็กๆ ที่ไหลไปบรรจบกับคลองบึงกุ่ม น้ำจากคลองเอ่อท่วมชุมชนที่อยู่โดยรอบเกือบ 100 หลังคาเรือน รวมถึงห้องเช่า บ้านทุกหลังถูกน้ำท่วมเข้าไปถึงในตัวบ้าน จนเฟอร์นิเจอร์ในบ้านขึ้นเป็นเชื้อรา
ทั้งนี้ ชาวบ้านต่างประสบปัญหาน้ำเน่าส่งกลิ่นเหม็น จนน้ำเปลี่ยนสีเป็นสีดำ และลูกน้ำยุงลาย ซึ่งกังวลใจเรื่องเชื้อโรคที่มากับน้ำ
ทางด้าน คุณแต้ว อายุ 37 ปี ชาวบ้านผู้ประสบภัย เล่าว่า ต้องทนอยู่ในสภาพนี้มา 10 กว่าวันแล้ว ไร้หน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ แม้จะมีข้าวกล่องมาบ้าง แต่ก็ไม่เพียงพอ เพราะมาแจกแค่วันละรอบ ห้องน้ำใช้ไม่ได้ ต้องขึ้นไปอาบน้ำบนระเบียงชั้นสอง ส่วนอุจจาระปัสสาวะก็ต้องจัดการตัวเอง
สำหรับสิ่งที่กังวลคือเชื้อโรคที่มากับน้ำ จึงอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยสูบน้ำออกจากหมู่บ้านลงคลอง อย่างน้อยจะได้กลับเข้าไปล้างทำความสะอาดบ้านบ้าง แต่นี่ผ่านมา 10 กว่าวันก็ยังไม่มีใครผ่านมาเห็น ทุกที่ในเสรีไทยน้ำแห้งหมดแล้วแม้กระทั่งสวนสยาม แต่อยากบอกให้รู้ว่าบ้านของเธอที่อยู่ในชุมชนเล็กๆ ยังเดือดร้อนและไม่มีใครผ่านมาเห็น
ส่วน คุณอี๊ด หนึ่งในผู้เช่าห้องที่อยู่ในซอยนี้ เล่าว่า ตอนนี้น้ำท่วมขังเต็มห้องพักข้าวของที่อยู่ในห้องทุกอย่างได้รับความเสียหาย เธอบอกว่าเธอทำงานโรงงานหาเช้ากินค่ำยังไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาซื้อของใช้หลังน้ำลด ทุกวันนี้ต้องเดินลุยน้ำออกไปทำงานทุกวัน แล้วก็ต้องมาอาศัยนอนที่บ้านของเจ้าของห้อง เพราะห้องเช่าตัวเองนอนไม่ได้
โดยในซอยนี้ยังมีร้านขายของชำของ "ป้าแต๋ว" ที่ถูกน้ำท่วมเสียหายหลายแสนบาท ป้าแต๋วเล่าว่า ขายของมา 30 ปีนี่เป็นครั้งแรกที่น้ำท่วมร้าน จนสินค้าที่สต๊อกไว้บางส่วน ยกหนีไม่ทัน ที่สำคัญตู้แช่เครื่องดื่มประมาณ 5 ตู้ พังเสียหาย โดย 2 ตู้ เป็นของบริษัทจำหน่ายเครื่องดื่ม แต่อีก 3 ตู้ เป็นตู้ที่เธอลงทุนซื้อเอง ราคาต่อตู้ไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท
สำหรับตู้แช่สแตนเลสใบนี้ราคา 5 หมื่นบาท ซื้อเมื่อ 30 ปีที่แล้ว และยังใช้งานมาตลอด ไม่คิดว่าต้องมาพังเพราะน้ำท่วมปีนี้ ซึ่งได้แค่ทำใจ และคิดว่าคงพึ่งพาใครไม่ได้ แม้ว่ารัฐบาลจะมีเงินเยียวยา แต่ก็คงไม่ได้มากพอ และไม่ใช่แค่เธอคนเดียวที่เดือดร้อน สุดท้ายก็ต้องพึ่งพาตัวเอง.