ผู้ตรวจการแผ่นดินเตรียมลุยราชบุรี สางปมสมคบคิดต่างด้าวสวมสิทธิ์อมินีล้งมะพร้าวฮั้วราคา ทำราคามะพร้อมน้ำหอมดิ่งเหว


วันที่ 30 มีนาคม 2569 นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยความคืบหน้ากรณีรับเรื่องร้องเรียนปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำ โดยเตรียมนำคณะลงพื้นที่จังหวัดราชบุรีในวันที่ 3 เมษายนนี้ เพื่อรับฟังปัญหาจากเกษตรกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังพบข้อสงสัยว่าอาจมีการสมคบกันกำหนดราคา (ฮั้วราคา) ในกลุ่มล้งมะพร้าว รวมถึงปัญหากลุ่มทุนต่างชาติสวมสิทธิ์นอมินี

นายทรงศักบอกว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้เชิญหน่วยงานหลัก อาทิ กรมการค้าภายใน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เพื่อวางมาตรการแก้ไข 2 ระยะ โดยระยะสั้นจะตรวจสอบกระบวนการรับซื้อว่ามีการฮั้วราคาจริงหรือไม่ พร้อมเร่งหามาตรการแทรกแซงราคาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าให้เกษตรกร และระยะยาวจะปรับปรุงโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ตั้งแต่สวนมะพร้าว ระบบโลจิสติกส์ ไปจนถึงการส่งออก และส่งเสริมให้สหกรณ์เกษตรกรมีความเข้มแข็งในการบริหารจัดการผลไม้เอง

“เราต้องไปดูว่าจุดอ่อนของกระบวนการอยู่ตรงไหน ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางที่กระจายสินค้าไปยังค้าปลีกค้าส่ง เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่สมบูรณ์ที่สุด” นายทรงศักระบุและยอมรับว่า ปัจจุบันมีปัจจัยลบหลายด้านทั้งปริมาณผลผลิตในปี 2568 ที่ออกมามาก และประเด็นนอมินีต่างชาติที่เข้ามาตั้งล้ง ซึ่งหากเป็นการตั้งโรงคัดบรรจุเพื่อส่งออก 100% กฎหมายปัจจุบันยอมรับให้ถือหุ้นได้ 100% โดยไม่ต้องมีสัดส่วนคนไทย 51% จุดนี้กลายเป็นช่องโหว่ที่ทำให้กลุ่มทุนต่างชาติมีอำนาจเหนือตลาดในการกำหนดราคา

ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินย้ำว่า หากพบมีการก้าวข้ามไปกว้านซื้อที่ดินสวนผลไม้ จะถือว่ามีความผิดชัดเจนตาม พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจคนต่างด้าว แต่ยอมรับว่าการเอาผิดยังทำได้ยาก เนื่องจากกฎหมายนอมินีฉบับใหม่ รวมถึงกฎหมายการยึดที่ดินคืนเป็นของแผ่นดินยังอยู่ระหว่างการแก้ไขและยังไม่มีผลบังคับใช้

...

สำหรับข้อเสนอเรื่องการจัดตั้ง “ล้งกลาง” เพื่อบริหารจัดการรับซื้อสินค้าเกษตรจากภาครัฐ นายทรงศักกล่าวว่าขอรับฟังข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ก่อนว่ามีความเป็นไปได้เพียงใด ทั้งนี้เตรียมเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เพื่อผลักดันกฎหมายนอมินีให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว โดยผลสรุปจากการลงพื้นที่ครั้งนี้จะเร่งทำเป็นข้อเสนอแนะส่งถึงรัฐบาลทันที