นายกฯ เผย มีการกักตุนน้ำมันออกนอกเส้นทาง ยันสงกรานต์น้ำมันบริการปกติ “รุทธพล” แจง ที่ สุราษฎร์ธานี น้ำมันหายระหว่างเดินเรือ 57 ล้านลิตร สั่งเป็นคดีพิเศษแล้ว ยันโรงกลั่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกักตุน
วันที่ 3 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำแถลงข่าว ภายหลังเรียกฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายเศรษฐกิจ หารือเรื่องสถานการณ์น้ำมันส่อกักตุน พร้อมด้วยพล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พ.ต.ต. ยุทธนา แพรคำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พล.ร.อ. ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ/เลขาธิการ ศรชล. นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน รศ.พล.ต.อ. ดร.ธัธชัย ปิตะพีละบุตร รอง ผบ.ตร. /ผอ. ศปนม.ตร. นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร และนายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต
นายกฯ กล่าวว่าที่มาแถลงข่าววันนี้ เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามความพยายามของผู้กักตุนและลักลอบขายน้ำมันออกไปจากระบบของประเทศ ทำให้น้ำมันของเราถูกขายไปอย่างผิดกฎหมาย โดยรัฐบาลได้ตั้งศูนย์ ศบก. มาเพื่อตรวจสอบติดตามบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่กักตุนน้ำมันทำให้ประชาชนเกิดความเดือดร้อนโดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยึดหลักการในการดำเนินการนี้ไม่ว่าใครที่เอาเปรียบหรือมีอิทธิพลก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
ทางกระทรวงยุติธรรมร่วมกับ DSI และศรชล ได้ร่วมกันตรวจสอบติดตามผู้ค้าน้ำมันโดยพบว่าการตรวจสอบได้พบการกักตุนเพื่อเก็งกำไรพบว่า 1.มีการประวิงเวลาการขนส่งน้ำมันทางทะเลเพื่อหวังจะรอประกาศเพิ่มราคาขายปลีกน้ำมัน เพื่อให้ได้กำไรมากขึ้น 2. มีการปฏิเสธการจ่ายน้ำมันจากคลังน้ำมันขนาดใหญ่ไปยังสถานีบริการน้ำมัน 3. มีการขนส่งน้ำมันออกนอกเส้นทางเพื่อกักตุน
...
โดยขณะนี้ทางรัฐบาลกำลังตรวจสอบและขยายผลว่าเกี่ยวข้องกับบุคคลใดเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันที่ขนส่งกลางทะเล ที่เชื่อว่ามีการลักลอบขนถ่ายโดยกำลังเร่งดำเนินการสืบสวนพร้อมทั้งพบความผิดปกติของข้อมูลปริมาณที่ได้ตรวจพบจากการรายงานจากกรมเจ้าท่า และ กรมธุรกิจพลังงานกับข้อมูลน้ำมันที่ออกจากโรงกลั่น โดยจะตรวจสอบการเดินเรือกับศรชล และการขนส่งทางบกไปยังประเทศเพื่อนบ้านว่ามีการขนส่งน้ำมันเกินกว่าที่อนุญาตไว้หรือไม่เพราะเป็นการค้ากำไรเกินควรจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในห้วงที่เกิดวิกฤตพลังงาน ปัจจุบันกองทุนน้ำมันได้ชดเชยขาดทุนกว่า 5 หมื่นล้านบาท ที่ต้องการสนับสนุนให้กับคนไทยไม่ใช่สนับสนุนให้เกิดการกักตุนและนำไปขายต่างประเทศจึงจะเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพราะเป็นการแสวงหากำไรและทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำมันในประเทศ นอกจากนี้จะมอบ DSI ขยายผลเพื่อเป็นคดีพิเศษและดำเนินการอย่างเฉียบขาด
"ตนเองในฐานะหัวหน้ารัฐบาลยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาเหล่านี้และได้ดำเนินการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเพื่อให้สังคมรับทราบข้อเท็จจริงหลังจากนี้จะใช้มาตรการเชิงป้องกันควบคู่ไปกับการดำเนินคดี"
พบ ที่ สุราษฎร์ธานี น้ำมันหายระหว่างเดินเรือ 57 ล้านลิตร
ด้านพล.ต.ท. รุทธพล กล่าวว่า ได้ให้ DSI ตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางและคลังน้ำมัน ได้ตรวจพบการกระทำผิดหลายราย เช่น อ่างทอง แม่สอด และ นครสวรรค์ ส่วนการตรวจสอบทางต้นทาง กรณีที่จ.สุราษฎร์ธานี มีเรือเดินทางออกจากคลังน้ำมัน 96 เที่ยว 217 ล้านลิตร ระหว่างเดินทางเหลือ 160 ล้านลิตร หายไป 57 ล้านลิตร โดยจะดำเนินการในรูปแบบเดียวกัน และจะเอาผิดต่อไป
ด้านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สุ่มตรวจสถานีบริการน้ำมันที่ปิดตัวลง มีประมาณ 6 แห่งจาก 39 แห่งที่น่าสงสัย ที่น่าเชื่อว่ามีการกักตุน เช่นมีน้ำมันในคลังแต่จ่ายน้อยลง พบว่าบางคลังมีน้ำมันอยู่ 18 ล้านลิตร แต่ช่วงเดือนมีนาคม จ่ายเพียง 11 ล้านลิตร เข้าข่ายลักษณะเก็งกำไร และพบว่ามีการลักลอบส่งออกที่แม่สอด 45,000 ลิตร ส่วนเรื่องของเรือประมงของชาวกัมพูชา ใน แอปพลิเคชัน ติ๊กต็อก ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นของคนไทย กำลังสอบสวนขยายผล
นายกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเองได้สั่งการให้ รมว.ยุติธรรม และ รมว.กลาโหม ในยุคที่วิกฤตยังมีคนเอาเปรียบประชาชน ที่เห็นแก่เล็กน้อย จึงต้องมาดำเนินการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด โดยตั้งแต่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา ไทยใช้น้ำมัน 67 ล้านลิตร/วัน และรัฐบาลพยายามควบคุม แต่ก็มียอดตัวเลขพุ่งถึง 85 ล้านลิตร/วัน แสดงว่ามีการซื้อและถ่ายน้ำมันออกไปภายนอกจำนวนมาก เพราะไปตรวจสอบในภาคเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม ที่ต้องไปใช้น้ำมัขนาดนี้ จึงเชื่อว่ามีการลักลอบและการกักตุน พอตรวจสอบจึงพบสิ่งผิดปกติ
ศรชล เผย พบมี 20 เที่ยวเรือผิดปกติ
พล.ร.อ. ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ/เลขาธิการ ศรชล. กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำมันในเดือนมีนาคม นายกฯ ได้สั่งการงดการส่งน้ำมันไปยังกัมพูชา ที่ผ่านมาได้ตรวจสอบในจ.สุราษฎร์ธานี จำนวนเที่ยวเรือ 96 เที่ยว พบความผิดปกติการเดินช้ากว่าปกติ จากการประวิงเวลา พบว่ามี 20 เที่ยวเรือ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม พบว่ามีผิดปกติ 13 เที่ยวเรือ จำนวน 35 ล้านลิตร อีกกลุ่ม เข้าเทียบเรือเป็นเวลานาน 7 เที่ยว จำนวน 16 ล้านลิตร รวมกันเกือบ 50 ล้านลิตร ที่ต้องตรวจสอบต่อไป และดำเนินการอย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้เล็ดรอดออกไป
พ.ต.ต. ยุทธนา แพรคำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า เรื่องน้ำมันหายกลางทะเล จะต้องใช้เวลาพิสูจน์ แต่ที่พบเลยคือเรื่องการกักตุนน้ำมัน และการประวิงเวลาการขนส่ง ซึ่งพฤติการณ์มีความร้ายแรง และนำเข้าสู่คดีพิเศษเพื่อร่วมบูรณาการต่อไป
ตั้งวอร์รูมอยู่ที่ DSI ตรวจสอบ ยันโรงกลั่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกักตุนน้ำมัน
พล.ต.ท. รุทธพล กล่าวว่า เรื่องคดี จะมีการตั้งวอร์รูมอยู่ที่ DSI โดยยืนยันว่าจากการตรวจสอบเอกสาร โรงกลั่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกักตุนน้ำมัน มีเพียงบางส่วนที่ไม่สามารถดึงขึ้นมาได้ และไม่สามารถยึดได้ เพราะไม่พบการกระทำผิดแต่อย่างใด
นายกฯ ยืนยันว่า ในช่วงสงกรานต์มีน้ำมันบริการประชาชนอย่างปกติ จึงขออย่าตุนไว้ และได้ประสานผู้ประกอบการให้สแตนด์บายรถขนส่งน้ำมันมากเป็นพิเศษ เพื่อให้ประชาชนคลายความกังวล
