Unit 8200 หรือหน่วย 8200 ในภาษาฮิบรูเรียกว่า Shmona Matayim ชโมนา มาตายิม (ชโมนา แปลว่า 8 และมาตายิม แปลว่า 200) เป็นหน่วยงานข่าวกรองทางสัญญาณและสงครามไซเบอร์ สังกัดกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF)จุดเด่นที่สุดของหน่วย 8200 ไม่ใช่แค่เรื่องการทหาร แต่คือระบบการคัดคนและวัฒนธรรมการทำงานที่กลายเป็นรากฐานเทคโนโลยีสำคัญของอิสราเอลแต่ก่อนง่อนชะไร สายลับมักใช้เพียงการดักฟังวิทยุหรือโทรศัพท์เพื่อล้วงข้อมูลของศัตรู แต่ปัจจุบันทุกวันนี้ ได้พัฒนากลายเป็นกองทัพไซเบอร์เชิงรุก หน่วย 8200 มีปฏิบัติการที่สั่นสะเทือนโลกหลายครั้งค.ศ.2007 หน่วย 8200 ร่วมมือกับกองทัพอากาศอิสราเอล เจาะระบบเรดาร์และเครือข่ายป้องกันภัยทางอากาศของซีเรียจนตาบอด เปิดทางให้เครื่องบินรบอิสราเอลเข้าไปทิ้งระเบิดทำลายเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ลับของซีเรียได้อย่างไร้ร่องรอยค.ศ.2010 หน่วย 8200 ปฏิบัติการร่วมกับหน่วย NSA ของสหรัฐฯ สร้างหนอนคอมพิวเตอร์ระดับสูงชื่อ ‘Stuxnet’ ลอบเข้าไปทำลายเครื่องหมุนเหวี่ยงสกัดสารยูเรเนียมในโรงงานนิวเคลียร์นาทานซ์ของอิหร่าน ทำให้โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านต้องล่าช้าไปหลายปี โดยไม่มีการยิงกระสุนแม้แต่นัดเดียว28 กุมภาพันธ์ 2026 อิสราเอลและสหรัฐฯเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ถล่มทำเนียบที่พักในกรุงเตหะราน จนทำให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตหลังจากนั้นไม่กี่วัน จึงได้ทราบว่าหน่วย 8200 ใช้ช่องโหว่ทางไซเบอร์เข้าควบคุมระบบกล้องจราจรเพื่อติดตามเส้นทางการเดินทางของผู้นำระดับสูง รวมถึงผู้นำสูงสุดของอิหร่านและแกนนำกลุ่มติดอาวุธที่เดินทางเข้าออกเมืองหลวงของอิหร่าน ข้อมูลพิกัดแบบเรียลไทม์นี้ถูกส่งต่อให้กับหน่วยรบเพื่อใช้ในการวางแผนและระบุพิกัดในปฏิบัติการลอบสังหารบุคคลได้อย่างแม่นยำ5–6 มิถุนายน 2026 สำนักข่าวเอ็นบีซีนิวส์, เดอะ นิวยอร์กไทม์ส อัลจาซีรา และสื่อชั้นนำของโลก รายงานพร้อมกันว่า หน่วยข่าว กรองกลาโหมสหรัฐฯ (DIA) ยกระดับการเตือนภัยการสอดแนมจากอิสราเอลขึ้นสู่ระดับ ‘วิกฤติ’ เพราะพบพฤติกรรมก้าวร้าวในการล้วงข้อมูลทำเนียบขาวเกี่ยวกับแนวทางการยุติสงครามในอิหร่านสหรัฐฯจงใจปล่อยข่าวสู่สื่อหลักอย่างเอ็นบีซีนิวส์และเดอะ นิวยอร์กไทม์สจนกลายเป็นประเด็นสาธารณะ ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรงไปถึงอิสราเอล พันธมิตรอันดับ 1 ของตนกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯจับได้คาหนังคาเขาว่า มีการลักลอบติดตั้งซอฟต์แวร์ดักฟังการสื่อสารลงในโทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯซึ่งปฏิบัติงานในอิสราเอล เป้าหมายการสอดแนมในรายงานระบุชื่อชัดเจนคือ 1.สตีฟ วิตคอฟฟ์ เพื่อนสนิทและผู้สนับสนุนรายใหญ่ของทรัมป์ ได้รับแต่งตั้งเป็นทูตพิเศษตะวันออกกลาง และเป็นคนที่จะถือเงื่อนไขตรงจากทรัมป์ไปเจรจา 2.เอลบริดจ์ เอ. คอลบี เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านนโยบายกลาโหมสหรัฐฯ เป็นคนที่เตือนว่าสหรัฐฯไม่ควรเอาทรัพยากรและงบประมาณมาติดหล่มในสงครามตะวันออกกลางเป็นเวลานาน และ 3.ไมเคิล พี. ดิไมโน เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงแน่นอนครับ สถานทูตอิสราเอลประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. รีบออกมาปฏิเสธทันทีว่าเป็นเรื่องเท็จโดยสิ้นเชิง นี่คือพฤติกรรมปกติทางการทูตที่เรียกว่า ‘การปฏิเสธเพื่อรักษาหน้า’ ฝั่งอิสราเอลไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด เพราะจะกระทบต่อภาพลักษณ์มหามิตรของสหรัฐฯ และอาจถูกคนอเมริกันมองว่าอิสราเอลเป็นภัยคุกคามเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวบางคนก็ออกมาให้สัมภาษณ์แก้เก้อว่า ข่าวการสอดแนมของอิสราเอลเป็นเท็จ เพื่อควบคุมความเสียหายไม่ให้ความสัมพันธ์ระหว่างกันพังพินาศยับเยิน และไม่ให้ฝ่ายค้านนำไปโจมตีว่ารัฐบาลปล่อยให้พันธมิตรล้วงข้อมูลแต่ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือ เอกสารสรุป 7 หน้าพร้อมแผนภูมิของหน่วยข่าวกรองกลาโหมสหรัฐฯที่ออกไปตามสื่อต่างๆ นั้นเป็นของจริง การแอบเจาะโทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่การทูตและความมั่นคงของมหามิตรอันดับ 1 ในแผ่นดินตัวเอง ถือเป็นการล้ำเส้นทางการทูตอย่างรุนแรงที่สุดสหรัฐฯจำเป็นต้องปรับระเบียบวิธีปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เดินทางเยือนหรือประจำการในอิสราเอล ให้ใช้อุปกรณ์สื่อสารที่มีการเข้ารหัสเฉพาะและห้ามใช้สัญญาณเครือข่ายท้องถิ่นของอิสราเอลอย่างเด็ดขาด‘จงรู้ก่อนที่เขาจะคิด’ เป็นหน้าที่ของหน่วย 8200นี่คือดีเอ็นเอการเอาตัวรอดของยิว ที่แม้แต่มหามิตรอย่างสหรัฐฯก็ไม่ละเว้น.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม