สงครามตะวันออกกลางจ่อจบยาก ล่าสุด “อิหร่าน” ส่งขีปนาวุธถล่มอิสราเอลระลอกใหม่ หลังข้อตกลงหยุดยิงกับสหรัฐฯครบสองเดือน อ้างตอบโต้ที่อิสราเอลยังถล่มเลบานอนไม่หยุด พร้อมประกาศกร้าวตาต่อตาฟันต่อฟัน เล็งโจมตีเป้าหมายทางทหารต่อเนื่อง 7 วัน ขณะที่อิสราเอลโต้กลับยิงจรวดพิสัยไกลใส่กรุงเตหะรานและอีกหลายเมืองสำคัญที่ตั้งฐานผลิตอาวุธ ด้าน “ทรัมป์” ต่อสายด่วนคุย “เนทันยาฮู” นายกฯยิวปรามเล่นสนุกกันพอแล้ว ห่วงหากเกิดการปะทะรุนแรงรอบใหม่ ส่งผลกระทบข้อตกลงยุติศึก อ้างใกล้ปิดดีลกับอิหร่านสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียดในวันที่ 8 มิ.ย.เมื่อกองทัพอิหร่านเปิดปฏิบัติการโจมตีประเทศอิสราเอลรอบใหม่ เพื่อส่งคำเตือนถึงรัฐบาลอิสราเอลให้ยุติการทิ้งระเบิดใส่กรุงเบรุตของเลบานอน โดยทางสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพอิหร่านใช้ขีปนาวุธโจมตีใส่อิสราเอลอย่างน้อย 20 ลูก มีเป้าหมายหลักคือฐานทัพอากาศรามัต เดวิด ในพื้นที่เมืองไฮฟาทางตอนเหนือของอิสราเอล รวมถึงเป้าหมายทางการทหารในพื้นที่ภาคกลางของอิสราเอล และส่งผลให้ต่อมากองทัพอากาศอิสราเอลเปิดฉากโจมตีตอบโต้ทันทีต่อประเทศอิหร่านในพื้นที่ภาคตะวันตก รวมถึงกรุงเตหะราน ปฏิบัติการทางทหารที่เกิดขึ้นถือเป็นการปะทะกันโดยตรงครั้งแรกระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล นับตั้งแต่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาประกาศหยุดยิงเมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมาทั้งนี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับสำนักข่าวแอกซิออสและสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ว่า จะรีบโทร.หานายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ทันที เพื่อเตือนว่าหากอิสราเอลเอาคืนเมื่อใด สถานการณ์ก็จะกลับไปเหมือนตลอด 47 ปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ ใกล้จะปิดดีลกับอิหร่านได้แล้ว จะเป็นข้อตกลงที่ดี ไม่อยากให้ทุกอย่างพังเพราะสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งสองฝ่ายเล่นสนุกกันพอแล้ว อิสราเอลได้ยิงแล้วอิหร่านได้ยิงแล้วไม่อยากได้การปะทะรุนแรงรอบใหม่ อย่างไร ก็ตาม สำนักข่าวแอกซิออสรายงานอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐฯ อีกว่า การโทรศัพท์หารือระหว่างนายทรัมป์กับนายเนทันยาฮูนั้น ทางผู้นำอิสราเอลได้ตอบกลับมาว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ตอบโต้ พร้อมกับรับปากว่าจะลดการใช้กำลัง แต่ทีมงานของผู้นำสหรัฐฯมองว่าเป็นการรับปากแบบส่งๆต่อมาสถานการณ์เลวร้ายลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อกองกำลังติดอาวุธกลุ่มฮูตีในประเทศเยเมน ได้ร่วมผสมโรงยิงขีปนาวุธโจมตีพื้นที่ภาคใต้ของอิสราเอล รวมถึงโจมตีใส่ฐานทัพอากาศพรินซ์ สุลต่าน ของซาอุดีอาระเบีย แต่ไม่มีการเปิดเผยความเสียหายที่ชัดเจน ทั้งทางกองทัพอิสราเอลยังยืนยันว่า กองทัพอิหร่านยังคงยิงขีปนาวุธมาอย่างต่อเนื่อง ภายหลังการโจมตีระลอกแรก และกองทัพอิสราเอลได้ตอบโต้เพิ่มเติมใส่กรุงเตหะราน เมืองทาบริซ อิสฟาฮาน คาราจ และเคอร์มันชาห์ของอิหร่าน เป้าหมายคือฐานยิงขีปนาวุธ โรงงานผลิตโดรนพิฆาต ระบบต่อสู้อากาศ รวมถึงการโจมตีโรงงานผลิตปิโตรเคมีในเมืองมาห์ชาห์ร ทางภาคใต้ของอิหร่าน นอกจากนี้ สำนักข่าวต่างประเทศยังรายงานว่า มีการระเบิดในพื้นที่สนามบินนานาชาติเมห์ราบัด และพื้นที่อาคารกระทรวงต่างประเทศอิหร่านในกรุงเตหะรานด้วยเช่นกันกระนั้น กองทัพอิสราเอลยืนยันว่า ไม่ได้มีการส่งเครื่องบินรบเข้าไปในน่านฟ้าของอิหร่าน ปฏิบัติการที่เกิดขึ้นคือ ใช้เครื่องบินรบยิงจรวดพิสัยไกลจากน่านฟ้าของอิรักและทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกองทัพอิสราเอลยังเปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ช่อง 14 ในอิสราเอลว่า กองทัพอิสราเอลได้รับคำสั่งให้รบอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 2-3 วัน โดยมีเป้าหมายคืออิหร่านและเครือข่ายกองกำลังติดอาวุธของอิหร่านในภูมิภาคขณะที่กองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ยืนยันว่ากองทัพยิงโจมตีเพิ่มเติมใส่โรงงานปิโตรเคมีของอิสราเอลในเมืองไฮฟา เพื่อให้เป็นไปในรูปแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน หากมีการโจมตีเป้าหมายที่ไม่ใช่การทหาร อิหร่านก็จะโจมตีเป้าหมายที่ไม่ใช่การทหารเช่นกัน ขอเตือนอีกครั้งว่า หากกองทัพอิสราเอลคิดจะโจมตีเป้าหมายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน กองทัพจะถือว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาคที่มีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลอิสราเอลและสหรัฐฯ ย่อมเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรม แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้คือกองทัพจะปฏิบัติการโจมตีอิสราเอลด้วยขีปนาวุธและโดรนพิฆาตแบบเป็นระลอกไปอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วัน เพื่อลดขีดความสามารถในการทำศึกของศัตรู และเพื่อยับยั้งการก่ออาชญากรรมต่อเลบานอนขณะที่นายอิสมาอิล บากอยี โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯต้องมีส่วนรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะนโยบายของสหรัฐฯช่วยสนับสนุนการกระทำของอิสราเอล รัฐบาลอิหร่านและปากีสถานที่เข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยได้ย้ำมาตลอดว่า การหยุดยิงในเลบานอนคือส่วนหนึ่งของเงื่อนไขการหย่าศึก และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้จะยิ่งเป็นการเพิ่มความหวาดระแวง อีกทั้งท่าทีที่ย้อนแย้งอยู่ตลอดเวลาของฝ่ายสหรัฐฯ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ยิ่งเป็นการสร้างความโกลาหลต่อกระบวนการทางการทูต ส่วนนายโมฮัมหมัด กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน มองว่าการสู้รบรอบใหม่ได้ทำให้ฐานทัพของสหรัฐฯ ในภูมิภาค ถือเป็นเป้าหมายทางการทหารที่ชอบธรรมตามเดิมอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่