“มิรา” อดีตแฟนสาว “เสือ ดุสิต” เน็ตไอดอลสายดาร์ก เข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ หลังคู่กรณีถูกดำเนินคดีส่งตัวเข้าเรือนจำ กลุ่มเพื่อนผู้ต้องหาปล่อยคลิปลับเป็นภาพอนาจารโพสต์ลงโซเชียลฯ ชี้ถูกละเมิดซ้ำอีกครั้ง ขณะที่ตำรวจเร่งหาตัวคนปล่อยคลิปและเตือนเกรียนคีย์บอร์ดแชร์คลิปต่อมีความผิดตามกฎหมาย“มิรา” เข้าแจ้งความตำรวจไซเบอร์ถูกปล่อยคลิปลับ เปิดเผยเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 8 มิ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง พา น.ส.มิรา อายุ 36 ปี นางแบบสาวแนวเซ็กซี่ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน บก.สอท.2 เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ ดำเนินคดีกับผู้ที่เผยแพร่ ซื้อขาย และข่มขู่จะปล่อยคลิปลับส่วนตัวของ น.ส.มิราในลักษณะเป็นภาพอนาจาร มี พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท.ร่วมรับคำร้องทุกข์กล่าวโทษนายกัณฐัศว์เปิดเผยว่า จากกรณีที่นายสัมฤทธิ์ ริมเถื่อน หรือ “เสือ ดุสิต” อายุ 40 ปี ก่อเหตุทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสและบังคับขืนใจ น.ส.มิรา อดีตแฟนสาว คู่กรณีที่ตกเป็นผู้ต้องหาและถูกดำเนินคดีจนถูกส่งตัวเข้าเรือนจำไปแล้วก่อนหน้านี้ ภายหลังพบว่ากลุ่มเพื่อนของผู้ต้องหาเริ่มเคลื่อนไหว และนำคลิปส่วนตัวออกมาเผยแพร่ในโลกออนไลน์ในหลายช่องทาง ทำให้ผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัวและได้รับผลกระทบทางจิตใจอย่างหนัก น้องมิราเป็นผู้ถูกกระทำแต่กลับต้องมาเผชิญกับการละเมิดซ้ำอีกครั้ง จากการถูกนำภาพและคลิปลับส่วนตัวไปเผยแพร่ บางคนถึงขั้นนำไปซื้อขายหรือข่มขู่ว่าจะปล่อยคลิปเพิ่ม เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งด้าน น.ส.มิราเปิดเผยว่า หลังจากเกิดเรื่องเป็นคดีความ เสือ ดุสิต ติดต่อมาหาตั้งแต่ในวันแรกแต่ตนได้บล็อกทุกช่องทาง ขณะเดียวกันเพื่อนของเสือ ดุสิต ทักมากดดันและด่าทอ ยืนยันว่าเสือ ดุสิต มีภาพส่วนตัวของตน ส่วนประเด็นที่สังคมเข้าใจผิดในเรื่องที่ตนไปแจ้งความว่าข่มขืนตอนที่คบหากับเสือ ดุสิต มานาน 8 เดือน ทำไมถึงยังแจ้งความเอาผิด ในส่วนนี้เป็นเพราะหลังจากที่เสือ ดุสิต ทำร้ายร่างกายในวันเกิดเหตุ กระทำชำเราโดยที่ตนไม่ได้ยินยอม ตัดสินใจแจ้งความในข้อหาข่มขืนด้วย ขอยืนยันว่าสิ่งที่เสือ ดุสิตพูดก่อนเข้าเรือนจำมีเรื่องที่จริงและไม่เป็นความจริง อยากให้สังคมพิจารณาขณะที่ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. กล่าวว่า สำหรับในเรื่องนี้ตำรวจไซเบอร์จะรับเรื่องเพื่อไปดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเผยแพร่ รวมถึงกลุ่มแชตและช่องทางออนไลน์ต่างๆที่นำคลิปไปซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนกัน และรวบรวมพยานหลักฐานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในระบบคอมพิวเตอร์ ในส่วนของกฎหมายหากพบการกระทำผิดจะเข้าข่ายในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (4) ครอบคลุมกรณีผู้ที่นำข้อมูลหรือคลิปลักษณะดังกล่าวเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หรือเผยแพร่ต่อสาธารณะ ส่วนมาตรา 14 (5) ครอบคลุมผู้ที่แชร์หรือส่งต่อข้อมูลดังกล่าว ทั้งผู้โพสต์และผู้แชร์ต่างมีความผิดตามกฎหมายเช่นเดียวกันรอง ผบช.สอท. กล่าวอีกว่า หลายคนเข้าใจผิดว่าคนแชร์ไม่มีความผิด ความเป็นจริงผู้ที่นำข้อมูลลามกอนาจารหรือข้อมูลที่กระทบต่อผู้เสียหายไปเผยแพร่ต่อ มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท พร้อมกันนี้ยังฝากเตือนไปยังประชาชนว่า หากพบเห็นคลิปหรือข้อมูลในลักษณะดังกล่าวควรใช้วิธีรายงาน (Report) ต่อแพลตฟอร์ม ไม่ควรส่งต่อหรือแชร์ให้ผู้อื่นดู เพราะนอกจากจะเป็นการซ้ำเติมผู้เสียหายแล้ว ยังอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายด้วยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่