การลงนามถอนสัญชาติไทยของนายเอรีล บลัสทีน นักธุรกิจชาวต่างชาติ ซึ่งเดิมเป็นบุคคลสัญชาติอิสราเอล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ได้ลงนามประกาศกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2569 ฐานมีพฤติการณ์ที่ยังคงใช้สัญชาติเดิม รวมทั้งมีการปกปิดข้อเท็จจริง และแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าหน้าที่โดยปรากฏพยานหลักฐานว่า ถือสัญชาติอุรุกวัยอีกหนึ่งสัญชาติ เคยใช้สัญชาติที่สามเดินทางต่างประเทศหลายครั้ง ก่อนยื่นขอแปลงสัญชาติ แต่ปกปิด ไม่แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และไม่แสดงเจตนาสละสัญชาติที่สาม สะท้อนถึงเจตนาแอบแฝง ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขสำคัญตามพ.ร.บ.สัญชาติ มาตรา 19 วรรคหนึ่ง (1)เมื่อไล่ดูไทม์ไลน์ที่ได้สัญชาติไทย ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2562 และทำบัตรประชาชน ครั้งแรก วันที่ 14 มิ.ย. 2562 แต่ใช้หนังสือ เดินทางในฐานะบุคคลสัญชาติอิสราเอล เดินทางไปยังฮ่องกงในวันเดียวกันทันที และกลับเข้าประเทศไทย วันที่ 23 มิ.ย.2562 ยังสามารถผ่านระบบด่านตรวจคนเข้าเมืองได้อย่างสะดวก โดยไม่ถูกสกัดการแปลงสัญชาติตาม มาตรา 10 ของพระราชบัญญัติสัญชาติ ก็เช่นกันที่กำหนดหลักเกณฑ์พื้นฐานทั่วไป สำหรับคนต่างด้าวไว้ถึง 5 ด่านหลัก แต่ปรากฏว่า มาตรา 11 (1) เปิดช่องข้อยกเว้นผ่อนผันพิเศษ ให้ไม่ต้องมีภูมิลำเนาในราชอาณา จักรไทย ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี และไม่ต้องมีความรู้ภาษาไทย ตามที่กติกากำหนดกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครองกางแนวทางปฏิบัติบุคคลที่เข้าข่ายยกเว้น ต้องมีผลงานประจักษ์ระดับชาติหรือนานาชาติ เช่น นักวิชาการระดับนักวิจัย นักลงทุน ผู้บริหารระดับสูงที่นำนวัตกรรมเข้ามาสร้างงาน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่ประเทศไทยอย่างมหาศาล แต่ต้องมีหนังสือรับรองจากองค์กรระดับกระทรวงนั้นๆด่านต่อไป คือคณะกรรมการกลั่นกรองเกี่ยวกับสัญชาติ ที่มีกรรมการมาจากหน่วยงานความมั่นคงทั้งหมด เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่เกิน 6 คน ที่ รมว.มหาดไทยแต่งตั้ง เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ ประวัติ พฤติการณ์ของผู้ขอสัญชาติอย่างละเอียด โดยยึดมิติมั่นคงของประเทศเป็นหลักก่อนส่งให้ รมว.มหาดไทย ชี้ขาดสัญชาติด้วยดุลพินิจเฉพาะกรณีนี้ มีช่องโหว่หลายมติ อาทิ การเชื่อมฐานข้อมูลของกรมการปกครอง กับระบบตรวจคนเข้าเมืองและกรมสรรพากร ทำให้เข้าออกประเทศได้สะดวก ตั้งแต่ปี 2562 แต่เพิ่งถอนสัญชาติ ปี 2569 รวมถึงความโปร่งใสการทำแฟ้มเอกสารเรื่องนี้ ขนาดบอร์ดฯยึดหลักมิติความมั่นคงของประเทศแล้ว ยังหลุดรอดออกมาได้อย่างไร.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม