ครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม การดำเนินคดีผู้รับผิดชอบ การเยียวยาเหยื่อ และการเดินหน้าฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหาย คืบหน้ามากแค่ไหน?
วันที่ 28 มีนาคม 2569 ครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหวเมียนมา คร่าชีวิตแรงงานกว่า 95 ราย ยังสูญหายอีก 1 ราย ตึกสูงขนาด 30 ชั้นแห่งนี้ สร้างขึ้นในวงเงินงบประมาณกว่า 2,136 ล้านบาท โดยหลังเกิดเหตุได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง 3 กลุ่ม คือ กลุ่มหน่วยงานรัฐและฝ่ายปกครอง กลุ่มสถาบันการศึกษาและวิชาการ รวมถึงกลุ่มองค์กรวิชาชีพควบคุม และผลสอบตึกจาก 4 สถาบันวิศวกรรม รวมถึงมีการเดินหน้าดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
ผลการตรวจสอบ พบความบกพร่องในกระบวนการออกแบบและวิธีการก่อสร้าง โดยเฉพาะในประเด็น “ผนังรับแรงเฉือน” ที่พบการวิบัติเริ่มพังถล่มจากชั้น 1-4 โดยผลทดสอบคอนกรีตจากผนังรับแรงเฉือนพบรับแรงได้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
นอกจากนี้ยังพบแบบรายละเอียดที่ใช้ในการก่อสร้างไม่เป็นไปตามกฎหมายบังคับ รวมถึงระยะฝังของเหล็กเสริมที่จุดต่อของ Link Beam กับผนังรับแรงเฉือนน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้อาคารรับแรงกระทำได้น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด
...
ขณะที่ความคืบหน้าด้านการดำเนินคดี แบ่งเป็น 4 ส่วนหลักๆ ดังนี้
คดีอาญาหลัก
หลังเกิดเหตุตึกถล่ม วันที่ 22 ก.ค.2568 พนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ สรุปสำนวนคดีที่มีความยาวมากกว่า 90,000 หน้า ส่งให้อัยการพิจารณา และต่อมาอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญาได้สั่งฟ้องผู้ต้องหา 23 ราย ทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ซึ่งรวมถึง นายเปรมชัย กรรณสูตรผู้บริหารบริษัทอิตาเลียนไทย
โดยข้อหาในคดีนี้คือความผิดเกี่ยวกับการออกแบบ ควบคุม และก่อสร้างไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์จนทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย รวมถึงความผิดร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม ตามกฎหมายควบคุมอาคาร และกฎหมายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ
เมื่อ 1 ธ.ค.68 ที่ผ่านมา ศาลอาญานัดตรวจพยานหลักฐานครั้งแรก (คดีหมายเลขดำ อ 2201/2568) และจะมีการนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกในวันที่ 23 ก.ค. 69 นี้
คดีทุจริตและฮั้วประมูล
เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.68 DSI แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบ คดีพิเศษที่ 58/2568 พบเจ้าหน้าที่รัฐกว่า 72 ราย เกี่ยวข้องกับการฮั้วประมูล โดยเฉพาะกรณีการทุจริตล็อกสเปกในกระบวนการออกแบบ ก่อสร้าง และควบคุมงาน ซึ่งเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542
DSI มีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐรวม 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
1. ผู้บริหารองค์กรอิสระ (สตง.)
2. คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องรวม 10 ชุด ในกระบวนการออกแบบ ก่อสร้าง และควบคุมงาน
3. คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างฯ มาตรา 27
ความคืบหน้าล่าสุด คดีอยู่ในชั้นไต่สวนของ ป.ป.ช. เพื่อชี้มูลความผิดทางวินัยและอาญา
คดีนอมินี
DSI ได้สอบสวนคดีพิเศษที่ 32/2568 กรณีของ บริษัทไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด เข้าเป็นกิจการร่วมค้า ITD-CREC คู่สัญญาก่อสร้างตึก สตง.แห่งใหม่ โดยมีความผิดปกติคือไม่เคยมีประสบการณ์ก่อสร้างอาคารสูงในไทยมาก่อน แต่ชนะประมูลโครงการรัฐมูลค่าสูง
ในวันที่ 23 พ.ค.68 DSI ได้มีมติเสนอให้อัยการสั่งฟ้องบริษัท ไชน่าเรลเวย์ นัมเบอร์ 10 กับพวก รวม 5 คน ในความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (พ.ร.บ.นอมินีฯ) เป็นคนต่างด้าวฝ่าฝืนประกอบธุรกิจที่คนไทยยังไม่มีความพร้อมที่จะแข่งขันในการประกอบกิจการกับคนต่างด้าว (งานก่อสร้าง) โดยไม่ได้รับอนุญาต และให้คนไทยให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุน หรือร่วมประกอบธุรกิจ
ความคืบหน้าล่าสุด คดีอยู่ในชั้นศาล และจะมีการเริ่มสืบพยานในช่วงเดือนกันยายน 2569 นี้
คดีแพ่ง-การเยียวยา
ในส่วนของการเยียวยาผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และครอบครัวนั้น ได้มีการเยียวยาแล้ว 129.85 ล้านบาท โดยเป็นการเยียวยาจากทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และบริษัทประกันภัยร่วมดำเนินการ โดยมี คปภ.กำกับดูแลให้บริษัทประกันภัยจ่ายค่าสินไหมตามกรมธรรม์และกฎหมายอย่างเคร่งครัด
...
ในส่วนของภาครัฐ กระทรวงมหาดไทยได้มอบเงินช่วยเหลือผู้เสียชีวิตรายละ 100,000 บาท และช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ รวมเป็นเงิน 9.5 ล้านบาท ขณะที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้เยียวยาผู้เสียหายรายละไม่เกิน 200,000 บาท รวมเป็นเงิน 18,403,932 บาท
นอกจากนี้ยังมีการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมจากบริษัทผู้รับจ้าง โดยมอบเงินแก่ทายาทผู้เสียชีวิตรายละ 1 ล้านบาท และค่าทำศพ 5 หมื่นบาท ขณะที่ผู้บาดเจ็บได้รายละ 2 แสนบาท พร้อมเงินเบื้องต้นอีกรายละ 1 หมื่นบาท
ด้านผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สตง. ได้มอบเงินเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละ 1 หมื่นบาท ผู้บาดเจ็บ 5 พันบาท
ในส่วนของคดีทางแพ่ง เมื่อวันที่ 23 มี.ค.2569 นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าฯ สตง. ในฐานะโฆษก สตง. แถลงว่า ปัจจุบัน สตง. ได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้างก่อสร้างและควบคุมงานแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาข้อกฎหมาย และเดินหน้าเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับจ้าง ทั้งจากการออกแบบ การจ้างก่อสร้าง และการจ้างควบคุม
