ฤดูฝนที่สายฝนตกโปรยปรายติดต่อกันนานหลายวัน ความชื้นในอากาศพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ตามมาโดยที่หลายคนไม่ทันสังเกตคือ “คราบราระบาด” ตามผนังบ้าน มุมห้อง วอลเปเปอร์ เสื้อผ้า หรือเฟอร์นิเจอร์ไม้ ปัญหานี้ไม่ใช่แค่เรื่องความสะอาดหรือความสวยงามของบ้าน แต่คือภัยเงียบทางสุขภาพที่ลอยอยู่ในอากาศทุกวินาที



ทำไมฝนตกยาวนานถึงทำให้ราขึ้นบ้าน?


เชื้อราต้องการองค์ประกอบหลักเพียง 3 อย่างในการเจริญเติบโต ความชื้น (ความชื้นสัมพัทธ์สูงกว่า 60%), อาหาร เช่น สารอินทรีย์ เช่น ไม้ กระดาษ วอลเปเปอร์ ฝุ่น และสภาพอากาศที่ไม่ถ่ายเท


เมื่อฝนตกติดต่อกันหลายวัน อากาศภายนอกและภายในบ้านจะสะสมความชื้นสูง หากปิดประตูหน้าต่างแน่นหนาเพื่อกันฝน อากาศภายในจะอยู่นิ่งและอับชื้น สปอร์ของเชื้อราที่ลอยอยู่ในอากาศตามธรรมชาติจึงตกกระทบตามพื้นผิวที่มีความชื้นและเริ่มเจริญเติบโตเป็นวงกว้างภายในเวลาเพียง 24–48 ชั่วโมง


เชื้อราในบ้านมีประเภทไหนบ้าง?


เชื้อราที่พบบ่อยในบ้านช่วงหน้าฝน สามารถแบ่งได้หลักๆ 3 ชนิด


Aspergillus (แอสเพอร์จิลลัส) พบได้บ่อยที่สุด มีสีเขียว เหลือง หรือเทา ชอบขึ้นตามผนังชื้น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องปรับอากาศ และอาหาร



Penicillium เพนิซิลเลียม มักพบเป็นคราบสีฟ้าอมเขียว มีลักษณะคล้ายกำมะหยี่ ชอบขึ้นตามวอลเปเปอร์ พรม ผ้าม่าน และพรมเช็ดเท้าที่ชื้นแฉะ



Stachybotrys chartarum (ราดำ / Black Mold): เชื้อราตัวร้ายที่มีสีเขียวเข้มถึงดำ มักขึ้นตามวัสดุที่มีเซลลูโลสสูงและเปียกชื้นสะสมเป็นเวลานาน เช่น แผ่นยิปซัม ไม้อัด หรือฝ้าเพดานที่รั่วซึม




ส่งผลกระทบต่อคนอย่างไร?


เมื่อราเจริญเติบโต มันจะปล่อย “สปอร์ (Spores)” ขนาดเล็กจิ๋วลอยกระจายอยู่ในอากาศ เมื่อเราสูดดมหรือสัมผัส จะส่งผลกระทบต่อร่างกาย ดังนี้


ระบบทางเดินหายใจ คัดจมูก น้ำมูกไหล จามบ่อย ไอเรื้อรัง ระคายเคืองคอ ในผู้ที่เป็นโรคหอบหืดหรือภูมิแพ้ อาจกระตุ้นให้เกิดอาการกำเริบอย่างรุนแรง



ผิวหนังและดวงตา เกิดผื่นคัน ผิวหนังอักเสบ ตาแดง ระคายเคืองตา



กลุ่มเสี่ยงอันตราย เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยภูมิแพ้ และผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันต่ำ หากสูดดมสปอร์กลุ่ม Aspergillus เข้าไปมากๆ อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อราในปอด (Aspergillosis)



แนวทางแก้ไขและป้องกันอย่างถูกวิธี


การกำจัดเชื้อราอย่างปลอดภัย (วิธีแก้ปัญหา)

1. สวมอุปกรณ์ป้องกัน สวมหน้ากากอนามัย (แนะนำ N95) ถุงมือยาง และแว่นตากันลมก่อนทำความสะอาด เพื่อป้องกันการสูดดมสปอร์


2. ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อรา

พื้นผิวทั่วไป ใช้น้ำยาฟอกขาว (Bleach) ผสมน้ำในอัตราส่วน 1 ถ้วยต่อน้ำ 4 ลิตร เช็ดทำความสะอาด


พื้นผิวไม้หรือวัสดุอ่อนบาง ใช้น้ำส้มสายชูหมักฉีดพ่น ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง แล้วเช็ดออก


3. เช็ดให้แห้งสนิท หลังทำความสะอาด ต้องเปิดพัดลมหรือเช็ดให้แห้งสนิททันที ห้ามทิ้งให้มีความชื้นสะสม



การป้องกันไม่ให้รากลับมา (วิธีป้องกันระยะยาว)


ลดความชื้นในบ้าน เปิดเครื่องดูดความชื้น (Dehumidifier) หรือเปิดโหมด Dry ของเครื่องปรับอากาศ


ระบายอากาศ ในช่วงที่ฝนหยุดตก ควรเปิดประตูหน้าต่างให้ลมและแสงแดดส่องผ่าน


ทำความสะอาดเครื่องปรับอากาศ ล้างแผ่นกรองอากาศเป็นประจำ เพราะเป็นจุดสะสมความชื้นและสปอร์รา


อุดรอยรั่ว ซ่อมแซมหลังคา ฝ้า หรือผนังที่มีน้ำซึมทันทีเพื่อตัดต้นตอความชื้น