เจาะลึก “ขบวนการงาบป่า” น.ส.3 ก. ปริศนา ทำป่าระนองสมบูรณ์มายาวนาน 100 ปี ถูกผ่าภูเขา-แผ้วถาง กางแผนที่สืบใครทำให้ถูกต้อง?
ภาพที่หลายคนเห็นเป็นผืนป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์ แต่กลับมีคนบางกลุ่มที่ถือเอกสารสิทธิ์ว่าเป็นเจ้าของ ทีมข่าว SEE TRUE พาไปสืบเสาะเบื้องหลังเรื่องนี้ ให้คุณเห็นความจริง
ณ ป่าปากเตรียม อำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง ป่าที่เคยสวยงามอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ แต่วันนี้กลับถูกทำลายด้วยฝีมือของคนบางกลุ่มที่เข้ามาขุดเจาะภูเขาทำเป็นเส้นทางเพื่อมาตัดไม้ทำลายป่า แม้จะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ แต่ก็ยังไม่สามารถดำเนินคดีได้ เนื่องจากป่าแห่งนี้เจ้าของพื้นที่ มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์หรือที่เรียกว่า น.ส.3 ก. ในพื้นที่บางส่วน คำถามคือพื้นที่ป่าลักษณะเช่นนี้ผ่านกระบวนการตรวจสอบมาได้อย่างไร ทีมงานจึงได้ลงพื้นที่เพื่อพิสูจน์ตรวจสอบ
ทีมข่าว ลงสำรวจพื้นที่พบภาพที่เห็นคือป่าถูกทำลาย แต่มีความเปราะบางระหว่างคนที่เข้ามาทำกินกับเจ้าหน้าที่ บนที่ดินที่มี น.ส.3 ก. ในการคุ้มครองเจ้าของ ปัญหาคือใครเป็นคนออกเอกสารสิทธิ์และเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่
...
ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า การจะออกที่ดิน น.ส.3 ก. ต้องพิสูจน์มาแล้วว่ามีการทำกินก่อน ตรงนี้มีการทำกินมาก่อนหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้ามาในพื้นที่ตามข้อร้องเรียน โดยการทำประโยชน์ต้องมีพืชผลอาสิน มีต้นหมาก มะพร้าว ต้นปาล์ม ฯลฯ หรือบ้านเรือนที่อยู่อาศัย แต่เมื่อมาดูพบมีสภาพป่า เป็นที่หลบภัยของสัตว์ป่า เป็นต้นไม้สีเขียว เมื่อดูแล้วพื้นที่มีความลาดชันเกิน 35% ต้นไม้แต่ละต้นมีความสูง ความโต แสดงว่าพื้นที่ตรงนี้มีสภาพป่ามาโดยตลอดนะ
จากการสำรวจของทีมข่าว พบว่าป่าธรรมชาติแห่งนี้เสียหายเป็นอย่างมาก ป่าแหว่งเป็นวงกว้าง ต้นไม้ถูกโค่น และภูเขาถูกผ่า เมื่อเทียบกับภาพถ่ายทางอากาศเมื่อปี พ.ศ. 2565 ในระยะเวลาเพียง 4 ปี จากป่าที่เคยเป็นสีเขียวอุดมสมบูรณ์ด้วยต้นไม้ใหญ่อายุกว่า 100 ปี แต่ปัจจุบันภาพที่เห็นกลับถูกตัดพังเสียหายเป็นจำนวนมาก
ทีม SEE TRUE ได้ข้อมูลว่าป่าแห่งนี้มีการออกเอกสาร น.ส.3 ก. เมื่อปี 2532 ถึง 2537 จำนวน 105 แปลง ผู้ครอบครองที่ดินส่วนใหญ่เป็นของ 3 บริษัทที่มีเจ้าของเป็นคนเดียวกัน และมีการเปิดให้คนเช่าที่ดินเพื่อเข้ามาทำประโยชน์
ทางด้านผู้เช่าที่ดินให้สัมภาษณ์ว่า ทราบว่าที่ดินตรงนี้มี น.ส.3 ก. เป็นที่ฟื้นตัวจากสึนามิ โดยเข้ามาในปี 65 ซึ่งมีที่ของชาวบ้านด้วย ไม่ได้มีแต่ของบริษัททั้งหมด โดยตนเข้ามาเพื่อพัฒนาปลูกปาล์ม
เมื่อถามว่าไม้ที่ตัดออกไปเอาไปทำอะไร ผู้เช่าที่ดินตอบว่า ชาวบ้านขอเอาไปใช้ซ่อมเรือ ซ่อมบ้าน เว้นเป็นขั้นบันไดตัวป่าจะอยู่ 50 เมตร โดยไม่ได้ถางทั้งหมด 4 ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหา มีเอกสาร มีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจก่อนที่จะลงมือทำ
“ต้องบอกว่าเราไม่ใช่ผู้ออกเอกสาร ผมซื้ออย่างถูกต้อง เสียภาษีถูกต้อง พื้นที่นี้ผมเช่า 200 กว่าไร่”
จุดเริ่มต้นของปัญหานี้ เกิดจากการออกเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก. ตั้งแต่ปี 2532 ซึ่งออกโดยสำนักงานที่ดินอำเภอสุขสำราญ ทีมงานจึงได้พยายามติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินเพื่อขอคำตอบในเรื่องนี้ แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่าให้ทีมงานทำหนังสือขออนุญาตส่งไปเบื้องต้นก่อน
ซึ่งในวันที่ทีมข่าวลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่บอกว่าติดภารกิจต้องเดินทางไปชี้แจงเรื่องนี้ต่อกรรมาธิการฯ ที่รัฐสภา และการสัมภาษณ์ต้องขออนุญาตอธิบดีกรมที่ดินก่อน ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ
...
ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า จากการลงพื้นที่มา เรื่องที่ต้องตรวจสอบให้ได้คือ น.ส.3 ก. ออกมาได้อย่างไร ใช้มาตราไหน กรมที่ดินใช้วิธีไหน ถ้าผิดก็ต้องฟ้องแพ่ง อาญา เพราะสิ่งแวดล้อมที่เสียหายประเมินค่าไม่ได้ ต้องใช้เวลาเป็นพันปี แต่มนุษย์ใช้เวลาไม่กี่ปีก็ราบหมด คำถามสำคัญคือถ้าสืบสวนย้อนกลับไปแล้วมีเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็นหรือไม่ ถ้ามีก็ต้องถูกตรวจสอบย้อนหลังได้ ความผิดของเจ้าหน้าที่ไม่มีอายุความ มีหลักฐานในการตรวจสอบทั้งหมด
สิ่งที่เกิดขึ้นในผืนป่าแห่งนี้อาจไม่ใช่แค่การบุกรุกธรรมดา แต่มันกำลังสะท้อนคำถามไปทั้งระบบ ว่ากลไกที่มีอยู่ยังปกป้องทรัพยากรของประเทศได้จริงหรือไม่ เมื่อพื้นที่ที่ไม่ควรถูกแตะต้องกลับมีเอกสารสิทธิ์รองรับ ที่แม้แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้
คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่าใครเข้ามาใช้ประโยชน์ แต่ใครทำให้มัน “ถูกต้อง” ขึ้นมา เพราะหากคำถามนี้ยังไร้คำตอบ นี่อาจไม่ใช่จุดแรกและจะไม่ใช่จุดสุดท้ายที่ทรัพยากรป่าที่มีค่าของประเทศจะค่อย ๆ ถูกพรากไปต่อหน้าต่อตาคนไทยทั้งประเทศ
...
ติดตาม #ข่าวแสบเฉพาะกิจ รายการวาไรตี้ข่าวสุดแสบ จะพิสูจน์ ตรวจสอบ พร้อมลงทุกพื้นที่ ขยี้ทุกความจริง ทุกวันเสาร์ 6 โมงเย็น ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32