ปลดฟ้าผ่า! “ดีดีการบินไทย” รีเซ็ตอำนาจครั้งใหม่?

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ปลดฟ้าผ่า! “ดีดีการบินไทย” รีเซ็ตอำนาจครั้งใหม่?

Date Time: 6 ต.ค. 2569 04:20 น.

Video

NVIDIA ชิปไม่ใช่โปรดักส์แต่คือ Token | Digital Frontiers

“Summary“

บอร์ด การบินไทย ได้มีมติเมื่อวันที่ 2 ต.ค.2569 สั่งให้ “นายชาย เอี่ยมศิริ” พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอหรือดีดี) และมีผลในทันที ก่อนที่จะครบวาระในเดือน ม.ค.2570

Latest


กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์สั่นสะเทือนวงการอุตสาหกรรมการบิน เมื่อคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) นัดพิเศษ ที่มี นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานบอร์ด การบินไทย ได้มีมติเมื่อวันที่ 2 ต.ค.2569 สั่งให้ “นายชาย เอี่ยมศิริ” พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอหรือดีดี) และมีผลในทันที ก่อนที่จะครบวาระในเดือน ม.ค.2570 พร้อมแต่งตั้ง “นายสัมฤทธิ์ สำเนียง” บอร์ด การบินไทย ขึ้นมารักษาการแทน

นอกจากการสั่ง “ปลด” แล้ว บอร์ดการบินไทยยังตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงนายชาย ใน 2 ข้อหาหนัก คือ 1.ไม่มีความสามารถในการบริหารจัดการภาวะวิกฤติของกระเป๋าตกค้างและเที่ยวบินดีเลย์ จนทำให้เกิดความโกลาหลที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ตั้งแต่ 26 ก.ย.-1 ต.ค.2569 และ 2.กระทรวงการคลังตรวจพบว่ามีการจัดซื้อไวน์ที่ไม่ชอบมาพากลจำนวนสูงถึง 860,000 ขวด มูลค่ากว่า 800 ล้านบาท!ในยุคที่นายชายบริหาร

การลงดาบแบบสายฟ้าฟาดแถมตั้งกรรมการสอบครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางคำถามสำคัญที่ว่านี่คือ...บทลงโทษของความบกพร่องที่บริหารภาวะวิกฤติกระเป๋าตกค้างและเที่ยวบินไม่ได้ หรือเป็นโอกาสล้างไพ่โครงสร้างอำนาจบริหารงานภายในการบินไทยใหม่?...ภายหลังจากที่การบินไทยพ้นจากแผนฟื้นฟูฯ และหุ้น “THAI” กลับมาซื้อขายในตลาดฯได้ในปี 2568 และบริษัทยังมีกำไร

หากย้อนกลับไปจะพบว่า “ชาย เอี่ยมศิริ” ไม่ใช่คนแปลกหน้าของการบินไทย เพราะเขาคือลูกหม้อแท้ๆที่ก้าวเข้าสู่ชายคา “รักคุณเท่าฟ้า” มาตั้งแต่ปี 2528 รวมระยะเวลากว่า 41 ปี การบินไทยมี “ชาย” อยู่ทุกยุคหรือ 2 ใน 3 ของการก่อตั้งองค์กร ที่ปีนี้การบินไทยมีอายุครบ 65 ปีพอดี “ชาย” เติบโตมาจากสายการเงิน ผ่านยุครุ่งเรืองจนถึงยุคที่มืดที่สุดในปี 2563 เมื่อการบินไทยเข้าสู่แผนล้มละลาย ในฐานะซีเอฟโอ “ชาย เอี่ยมศิริ” ใช้เวลา 3 ปี แบกรับภาระองค์กร ก่อนขึ้นรับตำแหน่งซีอีโอเมื่อต้นปี 2566 และฝ่าฟันอุปสรรคร่วมกับพนักงานที่เหลืออยู่จนการบินไทยกลับมามีกำไร

โดยในปี 2568 ถือเป็นปีทองที่การบินไทยสร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับแต่ก่อตั้งสายการบินมา เพราะมีรายได้กว่า 194,210 ล้านบาท กำไรสุทธิที่ 30,940 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.09 บาท และยังทำให้บริษัทกลับมาจ่ายเงินปันผลได้เป็นครั้งแรกในรอบ 13-14 ปี ที่อัตรา 0.21 บาท/หุ้น

ล่าสุด งวด 6 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม – มิถุนายน 2569) พบว่า การบินไทย มีรายได้รวม 103,095 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ (งวด 6 เดือน) อยู่ที่ 11,620 ล้านบาท

โดยนายชายได้เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าหากสถานการณ์ไม่เปลี่ยน แปลง คาดว่าปีนี้การบินไทยจะมีรายได้รวม 200,000 ล้านบาท จากความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้ดีขึ้น อีกทั้งสถานะของการบินไทยซึ่งกลายเป็นบริษัทเอกชน ทำให้การบริหารงานคล่องตัว ไม่เหมือนสมัยที่เป็นรัฐวิสาหกิจ แม้ฝ่ายการเมืองผ่านทางกระทรวงการคลังและภาครัฐในฐานะผู้ถือหุ้นจะพยายามเข้ามามีบทบาท กุมทิศทางบริหารงานของการบินไทย แต่ทำไม่ได้มากนัก เพราะ “ดีดี” คนนี้มีจุดแข็งที่ไม่โอนอ่อนตามฝ่ายการเมือง

จนมาถึงสถานการณ์วิกฤติในช่วงวันที่ 26 ก.ย.2569 ภายหลังจากที่ กทม.และปริมณฑล ฝนตกหนักน้ำท่วมจนส่งผลให้การบินไทยมีปัญหาไม่สามารถบริหารจัดการสัมภาระผู้โดยสารจนทำให้กระเป๋าตกค้าง ทะลักออกมาถึงโถงผู้โดยสาร ส่งผลให้เกิดการเผยแพร่ภาพฉาวไปทั่วโลก เครื่องบินดีเลย์ ตามมาด้วยการยกเลิกเที่ยวบินเป็นลูกระนาด จนเกิดความโกลาหลที่สนามบินสุวรรณภูมิ

โดยมีสาเหตุมาจากน้ำท่วมบริเวณรอบสนามบิน จนทำให้พนักงานลานจอด ภาคพื้น คลังสินค้า ไม่สามารถกลับมาทำงานได้ ขณะที่สายการบินอื่นๆไม่มีปัญหา จนทำให้ทั้งรัฐบาล และทุกองคาพยพต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ

ความผิดพลาดอันเกิดจากภัยธรรมชาติครั้งนี้ เป็นที่มาของมติบอร์ดการบินไทยมีคำสั่งปลดฟ้าผ่า!

แต่คำถามต่อมา กลับเป็นที่สงสัยกันว่าการปลด “ดีดี” เป็นโอกาสเพื่อ “รีเซ็ตอำนาจครั้งใหม่” ที่บอร์ดต้องการทำมาตลอดหรือไม่

เพราะหากจะย้อนไปในขณะที่ทุกฝ่ายร่วมกันแก้ปัญหา “ชาย” ซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กรเดินแก้ไขปัญหาแบบโดดเดี่ยวไร้เงา ผู้บริหารระดับรองที่เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง คุมงานบริการภาคพื้น (Ground Services) ที่มีหน้าที่เคลียร์กระเป๋า สายงานฝ่ายครัวการบิน (Catering) สายงานพาณิชย์สินค้าและไปรษณียภัณฑ์ (Cargo) ที่ดูแลระบบคลังสินค้า

แถมผู้มีหน้าที่รับผิดชอบตรงกลับทำตัวลึกลับราวกับไม่มีส่วนร่วม ไม่แสดงความรับผิดชอบเพื่อช่วยกู้สถานการณ์ หรือเข้ามาทำงานของตัวเอง ทุกคนพร้อมใจใส่ “เกียร์ว่าง” ลอยแพปล่อยให้ “ชาย” เผชิญมรสุมเพียงลำพัง และยังมีข่าวด้วยว่าผู้บริหารที่รับผิดชอบกลับลาพักร้อน เดินทางไปต่างประเทศในวันที่เกิดวิกฤติ

ขณะที่ท่าทีของบอร์ดเลือกที่จะ “แกล้งหลับตา” ไม่ไล่เบี้ยความผิดตามลำดับชั้น ไม่แตะต้องผู้บริหารที่มีหน้าที่โดยตรงแม้แต่คนเดียว แต่พุ่งเป้าไป “ชาย เอี่ยมศิริ” คนเดียว เพื่อใช้วิกฤตินี้เป็นข้ออ้างในการล้างไพ่และส่งไม้ต่อให้ “นายสัมฤทธิ์ สำเนียง” อดีตผู้บริหารจากสายพลังงานที่มีความสนิทสนมกับบ้านใหญ่ ขึ้นมารักษาการ

เก้าอี้ดีดีที่ถูกสังเวยด้วยเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ จึงมาได้จังหวะเหมาะเหม็ง เพื่อโอกาสในการเริ่มต้นเซตอำนาจใหม่ใน การบินไทยแบบยาวๆและเนียนๆมากกว่า...

สุรางค์ อยู่แย้ม

คลิกอ่านคอลัมน์ “The Issue” เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ