ในโลกที่การแข่งขันแย่งชิงทรัพยากรไม่ได้จำกัดอยู่แค่น้ำมัน น้ำ แร่ธาตุ หรือแร่หายากอีกต่อไป “ข้อมูล” หรือ Data กำลังกลายเป็นทรัพยากรสำคัญชนิดใหม่ที่ชาติมหาอำนาจต้องการครอบครองและใช้ประโยชน์ เพราะข้อมูลจำนวนมหาศาลกำลังเป็นหัวใจของเทคโนโลยีแห่งอนาคต ตั้งแต่ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ไปจนถึงหุ่นยนต์ และอาจกลายเป็นตัวชี้ขาดว่าใครจะเป็นผู้นำ ทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในยุคต่อไปประเด็นนี้กำลังได้รับความสนใจในสหรัฐฯ หลังคณะกรรมาธิการทบทวนเศรษฐกิจและความมั่นคงสหรัฐฯ-จีน (USCC) ออกรายงานเตือนว่า สหรัฐฯกำลังเสี่ยงสูญเสียความเป็นผู้นำในการกำหนดมาตรฐานข้อมูลระดับโลกให้แก่จีน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำ “ยุทธศาสตร์ข้อมูลแห่งชาติ” โดยมองข้อมูลในฐานะ “สินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ” เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในเทคโนโลยีอย่างเอไอและหุ่นยนต์จีนเริ่มเดินเกมเรื่องนี้อย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2563 โดยยกระดับ “ข้อมูล” ให้เป็นหนึ่งในปัจจัยการผลิตสำคัญของประเทศ และวางให้เป็น ทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางการพัฒนาเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และความมั่นคง จากนั้นเดินหน้าสร้างระบบเศรษฐกิจข้อมูลอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการจัดตั้งตลาดซื้อขายข้อมูลหลายพันแห่งทั่วประเทศ และโครงการนำร่องที่เปิดให้ข้อมูลสามารถแบ่งปัน ซื้อขาย และประเมินมูลค่าได้USCC มองว่า จุดแข็งของจีนไม่ได้อยู่เพียงการมีข้อมูลจำนวนมหาศาล แต่คือการใช้นโยบายอุตสาหกรรมแบบ “บนลงล่าง” เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศ สำหรับเศรษฐกิจข้อมูล พร้อมสนับสนุนธุรกิจด้านการประเมินมูลค่าและวิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงการจัดหาเงินทุน ขณะเดียวกันก็มีกฎเกณฑ์ที่เปิดทางให้รัฐเข้าถึงข้อมูลจำกัดการควบคุมของต่างชาติ และกำหนดข้อมูลจำนวนมากให้เป็นประเด็นด้านความมั่นคงแห่งชาติความได้เปรียบดังกล่าวอาจส่งผลโดยตรงต่อการแข่งขันด้านเอไอ โดย USCC เตือนว่า สหรัฐฯต้องเร่งลงมือ เพราะมาตรฐานข้อมูลที่ถูกกำหนดและนำไปใช้แล้วเปลี่ยน แปลงได้ยาก หากปล่อยให้จีนเป็นผู้กำหนดกติกาเศรษฐกิจข้อมูล บริษัทจีนอาจได้เปรียบคู่แข่งสหรัฐฯในอุตสาหกรรมที่ข้อมูลเป็นหัวใจสำคัญและในยุคเอไอ ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดอาจไม่ใช่สิ่งที่มองเห็นได้อีกต่อไป แต่คือ “ข้อมูล” ที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีแห่งอนาคต.อมรดา พงศ์อุทัยคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม