เรื่องราว พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. อดีตรอง ผบก.ปส.3 ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงของผู้ร่วมจับกุม นายเล่าต๋า แสนลี่ “ราชายาเสพติด” 9 ปี 10 เดือน หลังเห็นข่าวพ้นโทษออกจากเรือนจำแล้วตอกย้ำความทรงจำพล.ต.ต.ทินกร บอกว่า ปฏิบัติการจับกุมนายเล่าต๋าครั้งนั้นไม่ใช่งานของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นงานใหญ่ที่ต้องอาศัยคนจำนวนมาก หลายหน่วย หลายหน้าที่ ทำงานประสานกันอย่างละเอียดตั้งแต่ก่อนเริ่มปฏิบัติการจนคดีเดินทางไปถึงศาล มีคำพิพากษาถึงที่สุด เริ่มยุค พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร เป็น ผบช.ปส. ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงยุค พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข เป็น ผบช.ปส.พล.ต.ท.สมหมาย เป็นผู้นำทีมเข้าปฏิบัติการรวบตัวนายเล่าต๋า แสนลี่ ด้วยตัวเอง ปฏิบัติการทุกขั้นตอนคิดล่วงหน้าตั้งแต่วางตัวเจ้าหน้าที่ วางกำลัง Cover พื้นที่ ทีมปฏิบัติการ ควบคุมตัวผู้ต้องหาออกจากที่หมายวางแผนละเอียดและเป็นระบบแต่สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญกว่า จับได้ไม่ได้หมายความว่างานจบ จับกุมเป็นเพียงส่วนหนึ่งของงาน กว่าจะมีความเห็นทางคดี “สั่งฟ้อง” ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการสั่งคดี ใช้เวลา ความละเอียด ความอดทนคนทำงานพล.ต.ต.ทินกร เล่าว่า คดีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ หรือ “พระองค์ภา” ของพวกเราทรงรับเป็นคดีติดตัว และทรงร่วมสืบพยานในชั้นศาล พร้อมทีมพนักงานอัยการจนท้ายที่สุดของคดีศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำเลย บางคนถูกจำคุกตลอดชีวิต ส่วนผู้ที่ปฏิเสธและต่อสู้คดีชั้นศาลมีคำพิพากษาประหารชีวิต คดีต่อสู้กันไปจนถึงชั้นฎีกา ก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดจนวันนี้ “เล่าต๋า แสนลี่” พ้นโทษจากเรือนจำ ได้แต่หวังว่า “เล่าต๋า” จะหยุดพฤติกรรมอย่างในอดีต และใช้โอกาสของชีวิตหลังจากวันนี้หันกลับมาช่วยทำให้คนรุ่นใหม่ไม่ต้องเดินเข้าไปสู่วงจรของยาเสพติดอีกความทรงจำคนที่เคยร่วมรบและทำหน้าที่เพื่อบ้านเมืองมาด้วยกัน.“เพลิงพยัคฆ์”pluengpayak@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “เลขที่1 วิภาวดีฯ” เพิ่มเติม