ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก ภาวะเคราะห์ซ้ำกรรมซัด หันไปทางไหนก็เจอวิกฤติรุมเร้า “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย โจทย์ใหญ่แก้กันไม่ตก ปัญหาน้ำมันโลกแพง ราคาแต่ละวันขึ้นเร็วกว่าลิฟต์สดๆร้อนๆราคาดีเซลพุ่งรอบใหม่อีก 3.50 บาทต่อลิตร ราคาหน้าปั๊มอยู่ที่ 44.24 บาท ไม่ถึงสัปดาห์ดีดขึ้นไปเกือบลิตรละ 10 บาท กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงแบกต่อไม่ไหว หลังตัวเลขติดลบมโหฬาร 4.7 หมื่นล้านบาทล่าสุดมีโจทย์หินให้หนักใจเพิ่ม สถานการณ์ฝุ่นพิษ PM2.5 เข้าขั้นวิกฤติเปลี่ยน 9 จังหวัดภาคเหนือเป็นเมืองในฝุ่น แตะระดับโซนสีแดง สีม่วง อยู่ในขั้นเป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพประชาชนค่าฝุ่นพุ่งทะลุ 300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินค่ามาตรฐาน 37 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรหลายสิบเท่าตัว สาเหตุหลักเกิดจากการเผาป่า และมลพิษข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยไม่สามารถควบคุมได้ เป็นอันตรายรุนแรงต่อปอดคนภาคเหนือลูกเด็กเล็กแดง กลุ่มเปราะบาง หายใจลำบาก เลือดกำเดาทะลัก สูดฝุ่นแทนอากาศบริสุทธิ์ บางคนอาการแพ้รุนแรง ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลปัญหาเดิมๆวนลูปเรื้อรัง เรียกเสียงด่าใส่รัฐบาล ทุกเดือน มี.ค.–เม.ย.ของทุกปีความรุนแรงอยู่ในขั้นภัยพิบัติระดับชาติ แต่กลับไม่ใส่ใจแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ทำได้แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ฉีดพ่นละอองน้ำ ประกาศ Work From Home เหมือนงานรูทีน มองเป็นแค่ฝุ่นประจำฤดูกาล ปล่อยประชาชนเอาตัวรอดกันตามยถากรรมรัฐบาลเผชิญวิกฤติซ้อนวิกฤติ ทั้งเรื่องราคาพลังงาน และมลพิษทางอากาศ ถูก สส.ฝ่ายค้านลากไปประจานในสภาฯ ปลุกอารมณ์ร่วมประชาชน 2 สัปดาห์ติดๆ“นายกฯหนู” ออกลูกเป๋เสียทรงตั้งแต่ยังไม่ทันนับหนึ่ง แถลงนโยบายต่อรัฐสภา บริหารราชการแผ่นดินอย่างเป็นทางการ ได้แต่ประคองตัว เบรกพายุอารมณ์คนไทยไปวันๆความรู้สึกประชาชนมืดแปดด้าน ทั้งเรื่องปากท้อง ค่าครองชีพ ค่าฝุ่นจิ๋ว มีแต่พุ่งขึ้นสวนทางกับคุณภาพชีวิตที่ลดลง ต้องลุ้นวัดดวงตลาดพลังงานโลก และค่าฝุ่นในแต่ละวันจะรุนแรงแค่ไหนเผชิญชะตากรรมทั้งพิษเศรษฐกิจ และพิษทางอากาศไปพร้อมกันภาวะที่รัฐบาลคุมได้แค่อำนาจในสภา แต่ไม่สามารถคุมความรู้สึกประชาชนนอกสภาได้ กลไกภาครัฐจดจ้องอยู่กับเกมการเมือง มากกว่าการแก้ปัญหาค่าครองชีพ และดูแลคุณภาพชีวิต สุขภาพประชาชนเสี่ยงเป็นชนวนปลุกม็อบไล่รัฐบาลอย่างจริงจัง หลังการแถลงนโยบายรัฐบาลในวันที่ 9–10 เม.ย.ตามการฉายหนังตัวอย่าง กลุ่มสมาพันธ์แรงงานและสมาพันธ์รัฐวิสาหกิจ แสดงพลังปลุกม็อบหน้ากระทรวงพลังงาน-ทำเนียบรัฐบาล คัดค้านการลักหลับขึ้นราคาน้ำมันเกินจริง ให้หยุดเอื้อประโยชน์นายทุน ยื่นคำขาดให้รัฐบาลต้องลดราคาน้ำมันในทันทีม็อบขาประจำออกโรง ฉากกดดันต่อเนื่องจากที่ก่อนหน้านี้ กลุ่มสมาพันธ์การขนส่งแห่งประเทศไทยก็เคลื่อนไหวเรียกร้องรัฐบาลให้ตรึงราคาน้ำมันดีเซลม็อบสิบล้อฮึ่มๆพร้อมร่วมผสมโรง หากรัฐบาลยังนิ่งเฉย เตรียมยกระดับหยุดวิ่งทั่วประเทศสารพัดกลุ่มโหมโรงสร้างแรงกดดันตั้งแต่เดือน เม.ย. จุดชนวนการลงถนน เห็นสัญญาณความตึงเครียดสูงขึ้นเรื่องเร่งด่วนเฉพาะหน้าบีบรัฐบาลเร่งงัดทุกมาตรการ ทั้งการลดภาษีสรรพสามิต การลดค่าการกลั่น สะกดราคาน้ำมันให้ลดลงมาบางส่วน พร้อมจ่อถอด พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ออกจาก ผอ.ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.)ดึงตัว นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธาน ศบก.แทน ลดกระแสสังคมที่คาใจเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนให้นักบริหารมืออาชีพมาคุมเกมแทนรีบถอนฟืนจากกองไฟ ไม่ให้อารมณ์มวลชนลุกลามหนักขึ้น ภาวะไฟลนก้นที่ต้องเห็นผลลัพธ์การแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรมตัดพวกสายล่อฟ้าออกจากวงจรลดเงื่อนไขการถูกรุกไล่ ระดมพลปลุกม็อบล้อมทำเนียบฯหลังสงกรานต์สถานการณ์ที่วิกฤติพลังงานโลกส่อเค้าลากยาวอีกหลายสัปดาห์ ตรงกันข้ามกับความไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล กลับลดลงฮวบฮาบภาวะหลังพิงฝา “นายกฯหนู” ต้องรีบดับไฟน้ำมัน หากเบรกอารมณ์คนไทยไม่อยู่ อาจลามเผาพังทั้งรัฐบาล!!!ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม