เจอเหตุแทรกซ้อน กลบภารกิจเยือนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ น้ำป่าท่วม จ.น่าน เบนความสนใจผลงาน “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ปักหมุดยาวออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ร่วม 1 สัปดาห์ บินไปเปิดประตูการลงทุน ยกระดับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ดีลภาคธุรกิจ 2 ประเทศมาลงทุนประเทศไทยสปอตไลต์สื่อมวลชนและสังคม ต่างมุ่งโฟกัสสถานการณ์วิกฤติหน้างานน้ำป่าไหลหลาก หลายอำเภอจมน้ำ ถนนถูกตัดขาด โคลนถล่มทับบ้านเรือนประชาชน เสียหายย่อยยับ โกลาหลทั้งจังหวัดคิวมือเป็นระวิง “นายกฯหนู” ต้องทำทุกหน้าที่ ทั้งเจรจาสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทย และบริหารจัดการภัยพิบัติไปพร้อมกันสั่งการข้ามประเทศช่วยเหลือผู้ประสบภัย ส่ง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม บินด่วนลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ ปักหลักแก้ปัญหา พร้อมกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ลุยแก้วิกฤติเร่งด่วนทันทีทันใดโชว์บทขึงขัง ความเป็นผู้นำในสถานการณ์วิกฤติ ประกาศให้ จ.น่าน เป็นเขตพื้นที่ภัยพิบัติ สั่งบูรณาการความร่วมมือข้ามกระทรวง รับมือภัยธรรมชาติสถานการณ์ที่ต้องเร่งรีบ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้รวดเร็วสายฟ้าแลบ ขับเคลื่อนการทำงานส่วนราชการทุกฝ่ายให้เดินไปในทิศทางเดียวกัน ไม่สะเปะสะปะต่างคนต่างทำแม้จะผ่านพ้นจุดวิกฤติสูงสุดไปแล้ว ภาพรวมเริ่มคลี่คลาย แต่ยังต้องเกาะติดสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมเฝ้าระวังมวลน้ำไหลไปถล่มในจังหวัดใกล้เคียงที่เป็นพื้นที่เสี่ยงภัย เช่น แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำปาง สุโขทัยสั่งระดมกำลังทุกหน่วยราชการ ทหาร พลเรือนตั้งรับมวลน้ำป่า และฝนตกสะสมที่จะขยายวงกว้างไปยังพื้นที่อื่นๆ ยกระดับการเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด รับมือกันอย่างเต็มที่ถอดบทเรียนความผิดพลาดในอดีต นำมาเร่งแก้ปัญหา ไม่ให้ซ้ำรอยเหมือนมหาอุทกภัยหาดใหญ่ ลบภาพจำเชิงลบการบริหารงานในภาวะฉุกเฉินของรัฐบาลลุ้นจังหวะสำคัญในการสร้างจุดเปลี่ยน พลิกวิกฤติเป็นโอกาสบทพิสูจน์ฝีมือบริหารราชการแผ่นดิน สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน เพราะความรวดเร็วการแก้ปัญหายามวิกฤติคือ เครื่องมือสร้างความศรัทธาที่ดีที่สุดต้องชิงผลงานเชิงรุก ทั้งการบริหารจัดการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การฟื้นฟู และการจ่ายเงินชดเชยเยียวยาผู้ประสบภัยหลังน้ำลด ตลอดจนการวางแผนป้องกันน้ำท่วมซ้ำซากในระยะยาวสกัดเกมฝ่ายค้าน ไม่ให้ยกระดับปัญหาน้ำท่วม จ.น่าน มาโจมตีรัฐบาลตามโปรแกรมด่วนที่ “นายกฯหนู” เตรียมลงพื้นที่ จ.น่าน ทันทีในวันที่ 23 ส.ค.นี้ ไม่ต้องหยุดพักหายใจ หลังเดินทางกลับจากต่างประเทศ แลนด์ดิ้งแตะรันเวย์ประเทศไทยเมื่อไร ก็เดินทางไปพื้นที่ประสบภัยทันที ติดตามการเยียวยาประชาชน ร่วมวางแผนแก้ปัญหาระยะยาวลบการถูกปั่นกระแสโลกโซเชียล ขยันทัวร์นอก ไม่ใส่ใจแก้ปัญหาความเดือดร้อนประชาชนเปลี่ยนภาพลักษณ์จากผู้นำใส่สูทในเวทีโลก มาเป็นผู้นำลุยโคลน อยู่เคียงข้างชาวบ้านแก้เกมฝ่ายค้านไม่ให้นำประเด็นน้ำท่วมภาคเหนือเป็นหัวเชื้อโหมกระแสสังคม จุดอารมณ์ร่วมประชาชนจังหวะเฉพาะหน้า เข้าทางพรรคฝ่ายค้านเหยียบคันเร่งรุกหนัก ล็อกเป้านำกรณีน้ำป่า จ.น่าน มาประเดิมถล่มรัฐบาลทันที ในสัปดาห์แรกที่จะเปิดสมัยประชุมสภาฯรอบใหม่ วันที่ 25 ส.ค.นี้ไฟต์บังคับ “นายกฯหนู” ต้องชิงปิดสวิตช์ แก้ปัญหาให้เห็นเป็นรูปธรรม ก่อนเปิดสภาฯรอบใหม่รีบสร้างความเชื่อมั่นโดยเร็ว ไม่ปล่อยให้ระบบราชการที่ล่าช้า ทำประชาชนจมโคลนรอการช่วยเหลือแนวโน้มพรรคประชาชนคงไม่ได้ใช้กลไกสภาฯแค่การตั้งกระทู้ถามทั่วไป แต่เตรียมยกระดับไปสู่การตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบ และการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจขยี้จุดอ่อนการแก้ปัญหาภัยธรรมชาติ ไล่ประจานความล้มเหลวการบริหารราชการแผ่นดิน ปล่อย จ.น่าน จมน้ำซ้ำซาก 3 ปีติด กลายเป็นเรื่องเคยชินขยายผลต่อเนื่องจากกรณีภาพลักษณ์ขมุกขมัว ทั้งกรณีการโกงสอบท้องถิ่น โครงการ TH-AI Passport คดีฮั้ว สว. และการแก้ปัญหาปากท้อง ทำลายความน่าเชื่อถือรัฐบาลมัดรวมแผลเก่า พ่วงวิกฤติใหม่ที่อ่อนไหวต่อความรู้สึกประชาชน บีบให้หลังพิงฝาหากพลิกวิกฤติเป็นโอกาสไม่ได้ ก็อาจเป็นอันตรายต่อเสถียรภาพรัฐบาล!!!ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม