ความมั่นคงระหว่างประเทศไม่ใช่แค่เรื่องการทหาร แต่ยังรวมถึงความมั่นคงในด้านอื่นๆ อย่างเช่น “สุขภาพ” ซึ่งกรณีนี้ประเทศไทยได้มีความร่วมมือกับประเทศต่างๆมาอย่างต่อเนื่องเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไทยและออสเตรเลียได้ประกาศความคืบหน้าความร่วมมือในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพในภูมิภาคผ่านโครงการผลิตยาและวัคซีน (BPM-TEAM) ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจำนวน1.75 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ในกรอบระยะเวลา 4 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2567 ที่ผ่านมาซูซี นิลส์สัน ผู้อำนวยการวิจัยโปรแกรมการผลิตชีวเวชภัณฑ์และหัวหน้าโครงการ เปิดเผยว่า ความร่วมมือภายใต้โครงการได้ดำเนินมาถึงช่วงครึ่งระยะทางของแผนงานแล้ว และสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมได้อย่างชัดเจนทั้งในส่วนของโครงการย่อยด้านสารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม (API) และด้านชีววัตถุขณะนี้หน่วยงานพันธมิตรของไทยได้นำวิธีการดังกล่าวไปประยุกต์ใช้แล้ว ความสำเร็จในระยะแรกของยาต้นแบบตัวแรกยังนำไปสู่การขยายขอบเขตการพัฒนา API ไปสู่ยาสำคัญชนิดอื่นเพิ่มเติม รวมถึงยารักษาเอชไอวีและโรคเบาหวาน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นต่อศักยภาพของไทยในการพัฒนาการผลิตภายในประเทศพรทิพย์ วิรัชวงศ์ รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ยังเผยว่าโครงการนี้ได้สร้างผลที่สำคัญ 2 ด้านหลัก ได้แก่ การผลิตเภสัชภัณฑ์และการพัฒนาชีววัตถุ นักวิจัยไทยและออสเตรเลียสามารถร่วมกันพัฒนาและขยายกระบวนการสังเคราะห์สาร API สำคัญได้สำเร็จ หนึ่งในนั้นคือ abacavir hemisulfate ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสเอชไอวี โดยสามารถพัฒนาได้ในระดับก่อนกึ่งอุตสาหกรรมด้วยผลผลิตและความบริสุทธิ์ในระดับสูงส่วนโครงการด้านชีววัตถุได้ช่วยเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยสามารถผลิตผลิตภัณฑ์ชีววัตถุมูลค่าสูงได้ในอนาคต อาทิ โมโนโคลนอลแอนติบอดีสำหรับการรักษาโรคมะเร็งและโรคติดเชื้อ แอนเจลา แมคโดนัลด์ เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ยังสำทับว่า ความร่วมมือระหว่างประเทศถือเป็นกลไกสำคัญที่สามารถต่อยอดจากการวิจัยไปสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในภาคการผลิตจริง.ตุ๊ ปากเกร็ดคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม