“ข้ออ้าง” ที่สหรัฐฯมักใช้เพื่อสร้างความชอบธรรมในการบุกและเข้าไปยึดทรัพยากรของประเทศอื่นมาเป็นของตัวเอง มี 5ข้อหลักคือ 1.การส่งเสริมประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน 2.ความมั่นคงแห่งชาติและสงครามตัวแทน 3.การปกป้องทรัพย์สินและผลประโยชน์ของพลเมืองอเมริกัน 4.การต่อต้านการก่อการร้ายและอาวุธทำลายล้างสูง และ 5.การฟื้นฟูเสถียรภาพและมนุษยธรรมค.ศ.1898-1934 สหรัฐฯอุบัติสงครามกล้วยหรือ Banana Wars มหากาพย์การแทรกแซงทางทหารของสหรัฐฯในอเมริกากลางและแคริบเบียน เพื่อปกป้องผลประโยชน์มหาศาลของกลุ่มทุนเกษตรกรรม โดยเฉพาะบริษัท United Fruit Company ที่เข้าไปวางรากฐานจนกลายเป็นรัฐซ้อนรัฐในประเทศเหล่านี้ในช่วงนั้นหากรัฐบาลท้องถิ่นใดพยายามชาตินิยมด้วยการขึ้นภาษี ออกกฎหมายคุ้มครองแรงงานหรือเวนคืนที่ดิน กองทัพสหรัฐฯจะส่งนาวิกโยธินเข้าแทรกแซงทันที โดยใช้ข้ออ้าง “รักษาความสงบและปกป้องทรัพย์สินอเมริกัน”ค.ศ.1953 สหรัฐฯใช้ข้ออ้างเรื่องการสกัดกั้นอิทธิพลของคอมมิวนิสต์และสหภาพโซเวียตในช่วงสงครามเย็นเป็นฉากหน้าในการเข้าแทรกแซงอิหร่าน เป็นปฏิบัติการลับร่วมกันระหว่าง CIA ของสหรัฐฯและ MI6 ของอังกฤษ เพื่อทำรัฐประหารโค่นล้ม โมฮัมหมัด โมซัดเดก นายกรัฐมนตรีอิหร่าน ที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งในตอนนั้นโมซัดเดกโอนกิจการน้ำมันของอังกฤษมาเป็นของรัฐเพื่อคืนทรัพยากรให้ประชาชนสหรัฐฯปฏิบัติการสำเร็จและแต่งตั้งพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี กลับสู่อำนาจสูงสุดอีกครั้ง ทำให้ชาติตะวันตกสามารถเข้าไปกอบโกยแหล่งน้ำมันดิบมหาศาลในอิหร่านได้นานกว่า 2 ทศวรรษ นี่คือปมความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯที่ฝังรากลึกมาถึงปัจจุบันค.ศ.2003 สหรัฐฯอ้างว่าอิรักครอบครองอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงหรือ Weapon of Mass Destruction (WMD) และเกี่ยวดองหนองยุ่งกับกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะฮ์หลังเหตุการณ์ 9/11 จึงเปิด Operation Iraqi Freedom หรือปฏิบัติการปลดปล่อยอิรักส่งทหารสหรัฐฯและพันธมิตรเข้าไปรุกรานเพื่อโค่นล้มประธานาธิบดีซัดดัมฮุสเซนสหรัฐฯส่งทหารเข้าไปจับและพิพากษาแขวนคอซัดดัมจนตายกลายเป็นผี จากนั้นก็เข้าไปกอบโกยทรัพยากรน้ำมันของอิรัก ตอนหลังก็ชัดเจนว่าอิรักไม่มีอาวุธร้ายแรงอย่างที่สหรัฐฯป่าวประกาศกับชาวโลก เพียงแต่ใช้เป็นข้ออ้างเพื่อต้องการเข้าไปควบคุมแหล่งน้ำมันดิบมหาศาลของอิรัก และเข้าไปจัดระเบียบภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางใหม่เท่านั้น3 มกราคม 2026 สหรัฐฯเปิดปฏิบัติการ Operation Absolute Resolve หรือปฏิบัติการความมุ่งมั่นเด็ดขาด ใช้เครื่องบินรบกว่า 150 ลำ รวมถึงหน่วยเดลตาฟอร์ซและหน่วยรบพิเศษจากทุกเหล่าทัพของสหรัฐฯ บุกจู่โจมฐานที่มั่นในกรุงการากัส เวเนซุเอลา เพื่อจับกุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และภรรยา ได้สำเร็จภายในคืนเดียว และส่งตัวไปดำเนินคดีที่นิวยอร์ก สหรัฐฯทันทีโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศข้ออ้างในการบุกเวเนซุเอลาเพื่อสร้างความชอบธรรมต่อชาวอเมริกันและประชาคมโลกไว้ 3 ข้อคือ 1.การปราบปรามยาเสพติด 2.มนุษยธรรมและประชาธิปไตยและ 3.การทวงคืนทรัพยากรที่ “ถูกขโมย”“ข้ออ้าง” เรื่องยาเสพติดเป็นใบเบิกทางที่ถูกประณามน้อยที่สุด สำหรับการส่งกองทัพสหรัฐฯบุกไปจับผู้นำประเทศอื่น โดยไม่ต้องผ่านมติของสหประชาชาติ ทำตัวเหมือนกับภารกิจเพื่อมวลมนุษยชาติ แต่โดยแท้ที่จริงนี่คือมหาโจรในคราบตำรวจโลก25 มีนาคม 2026 ดัก เบอร์กัม รัฐมนตรีมหาดไทยสหรัฐฯ แถลงชัยชนะอย่างหน้าชื่นตาบานว่า สหรัฐฯได้ปล้น เอ้ย ขนส่งทองคำของเวเนซุเอลา มูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3.25 พันล้านบาทกลับสหรัฐฯได้แล้วนะจ๊ะ พร้อมทั้งส่งกลุ่มทุนพลังงานอเมริกันเข้าควบคุมแหล่งน้ำมันและเหมืองแร่ที่มีมากมายมหาศาลไว้ได้สบายแฮร์แล้วจ้ะภายใต้ “ข้ออ้าง” ภารกิจมนุษยธรรมและการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติด สหรัฐฯส่งกองกำลังเข้าไปหิ้วนิโคลัส มาดูโร และแต่งตั้งรัฐบาลรักษาการของเดลซี โรดริเกซ เพื่อควบคุมทรัพยากรของเวเนซุเอลา โดยบอกว่าการจับมาดูโรเป็นการปลดปล่อยประชาชนให้พ้นจากกลุ่มอิทธิพลมืดและผู้ก่อการร้าย เพื่อให้ได้กลับมามีชีวิตที่ปลอดภัยอีกครั้งไอ้ปื๊ดได้ฟังคำแถลงที่สวยหรูแล้วก็ตะโกนว่า เสรีภาพของชาวเวเนซุเอลาที่สหรัฐฯใช้อ้างคือมายา ทองคำ น้ำมัน และแร่ธาตุของเวเนซุเอลาต่างหากคือของจริง.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม