ดราม่าสอบเข้าเตรียมอุดมศึกษาปีนี้ยังเป็นที่พูดถึงและโพสต์ถึงในสื่อสังคมออนไลน์มาจนถึงวันนี้ ซึ่งพอดีมีข่าวว่าจะมีการเปิดประชุมสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าหนึ่งในรัฐมนตรีที่ปกติไม่ค่อยมีใครพูดถึงแต่กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากพอสมควรท่านหนึ่งในช่วงเวลานี้คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นั่นเองเหตุเพราะในการถกเถียงเกี่ยวกับดราม่าการสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาได้บานปลายออกไปจนถึงขั้นที่ว่าปรากฏการณ์ที่เด็กๆแห่ไปสอบเข้าเตรียมอุดมฯถึงเกือบ 14,000 คน ปีนี้เป็นความผิดส่วนหนึ่งของ “รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ” ในอดีตที่ผ่านมาเพราะฝ่ายการเมืองไม่เห็นความสำคัญของการศึกษา จึงตั้งใครก็ไม่รู้มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ...ถือเป็นตำแหน่งที่ให้เป็นรางวัลตอบแทนในทางการเมือง ส่งผลให้การพัฒนาการศึกษาของประเทศไทยล้าหลังเกิดปัญหา “เหลื่อมล้ำ” ทางการศึกษาขึ้นอย่างใหญ่หลวง มีโรงเรียนเก่งๆดังๆเพียงไม่กี่โรง...เด็กๆต้องแห่กันไปสอบเข้าจนเกิดการแข่งขันอย่างดุเดือดดังกรณีที่เกิดขึ้นจึงคาดหวังกันว่าพรรคการเมืองไทยโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศไทย จะแต่งตั้งคนที่มีความรู้จริงในด้านการศึกษามาเป็นรัฐมนตรีในรอบใหม่นี้เสียงสะท้อนที่ว่าจะเป็นผลให้ “รัฐบาลใหม่” ตั้ง “รัฐมนตรีศึกษาธิการ” ที่มีความรู้ความเหมาะสมทางด้านการพัฒนาการศึกษาหรือไม่? คงต้องติดตามกันต่อไปครับเพื่อความเป็นธรรมแก่กระทรวงศึกษาธิการ คงต้องยอมรับว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็ได้มีความพยายามที่จะแก้ปัญหาเรื่อง คุณภาพการศึกษา หรือความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามาตลอดเมื่อปี 2501 หรือ 68 ปีที่แล้ว ที่ผมสอบเข้าเรียนในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษานั่นเอง ในช่วงปลายๆปี พวกเรากลุ่มหนึ่งก็ต้องไปส่งอาจารย์คณิตศาสตร์ท่านหนึ่งที่สถานีรถไฟหัวลำโพงเหตุเพราะท่านอาจารย์ได้รับคำสั่งให้โยกย้ายไปสอนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งของจังหวัดนครราชสีมา เพื่อแก้ปัญหาเรื่องความรู้ด้านคณิตศาสตร์ที่ยังอ่อนมากของโรงเรียนที่นครราชสีมาในยุคนั้นไม่เพียงครูอาจารย์จากโรงเรียนเตรียมอุดมฯเท่านั้น ครูดีๆจากโรงเรียนรัฐบาลอื่นๆในยุคนั้น เช่น สวนกุหลาบ เทพศิรินทร์ ก็ได้รับการขอร้องให้ไปช่วยสอนต่างจังหวัดอย่างน้อยก็ชั่วระยะหนึ่งต่อมาก็มีนโยบายไปตั้งสาขาของโรงเรียนดังๆเหล่านี้ทั้งในชานเมืองกรุงเทพฯ จนถึงจังหวัดต่างๆเกิดเป็นโรงเรียนเตรียมอุดมพัฒนาการ, เตรียมอุดมน้อมเกล้าฯ สวนกุหลาบนนทบุรี, เทพศิรินทร์ปทุมธานี ฯลฯ เป็นต้นจากชานเมืองและปริมณฑล ก็ขยับไกลออกไปเรื่อยๆอย่าง เทพศิรินทร์ก็มีทั้งเชียงใหม่, นครศรีธรรมราช และ ฯลฯ หรือ สวนกุหลาบ ก็มีทั้งที่ชลบุรี, สระบุรี, เพชรบูรณ์ รวมทั้งที่ นครสวรรค์ ควบคู่ไปกับมีการก่อตั้ง โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เน้นการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์ขึ้นอีก 12 แห่งทั่วประเทศตามมาด้วยการศึกษาในระบบที่เรียกว่า “Gifted” ที่มีการเปิดขึ้นเป็นพิเศษในโรงเรียนต่างๆ เพื่อเน้นการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ แยกออกไปจากระบบสามัญต่อมาก็มีระบบ “EP” หรือ English Program เข้ามาอีก...ทุกวันนี้ทั้ง Gifted ทั้ง EP น่าจะมีอยู่ทั่วทุกโรงเรียนตั้งแต่ ม.1-ม.6 แล้วกระมัง ฯลฯจะเห็นได้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ทางกระทรวงศึกษาธิการท่านมิได้อยู่นิ่งเฉยหาทางปรับปรุงพัฒนาระบบการศึกษามาตลอดแต่เหตุไฉน...ยิ่งทำยิ่งแก้กลับดูเหมือนว่าปัญหาจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็คงต้องฝากไว้กับรัฐมนตรีศึกษาธิการท่านใหม่ละครับ...ว่า พรรคเพื่อไทย ซึ่งได้โควตากระทรวงนี้จะตั้งใคร?จะไชโยหรือจะยี้ก่อนสงกรานต์นี้คงจะทราบละครับ อดใจรออีกแป๊บเดียวเอง.“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม