นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบ “ข้อเสนอการจัดระบบครบวงจรเพื่อมุ่งเป้าสู่การกำจัดวัณโรคในประเทศไทย” (Ending TB) ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) ทั้งยังต้องเร่งเดินหน้าตามเป้าหมาย “ยุทธศาสตร์ยุติวัณโรค” (End TB Strategy) ขององค์การอนามัยโลก ในการลดอุบัติการณ์วัณโรคให้เหลือ 10 ต่อประชากร 100,000 คนภายในปี 2578 ข้อเสนอดังกล่าวคือการขยายความครอบคลุมบริการวัณโรคให้ครบวงจรมากขึ้น ขยายการคัดกรองและวินิจฉัยเชิงรุกตาม “โครงการเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยงระดับชุมชน (Heat map)” ขยายกลุ่มเป้าหมายการคัดกรองวัณโรคจากเดิม 7 กลุ่ม เป็น 9 กลุ่ม โดยเพิ่ม “ผู้ที่เคยเป็นวัณโรค” และ “ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง” รวมถึงเพิ่มกลุ่ม “ผู้มีอาการสงสัยวัณโรค” ให้เข้าถึงการวินิจฉัยด้วยวิธี Molecular testing เพื่อช่วยให้พบโรคได้เร็วขึ้น ลดการหลุดจากระบบ และเริ่มรักษาได้ไวขึ้น ส่วนของการให้ยาเพื่อป้องกันวัณโรคระยะแฝง ซึ่งเป็นสิทธิบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคที่ครอบคลุมคนไทยทุกสิทธิ ให้ขยายครอบคลุมทุกช่วงอายุ รวมทั้งเห็นชอบปรับแผนจัดหายารักษาวัณโรคดื้อยาในผู้ป่วยกลุ่มดื้อยา ได้แก่ MDR/RR, Pre-XDR และ XDR สำหรับสตรีตั้งครรภ์และเด็กรวมถึงการขยายการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ช่วยอ่านภาพเอกซเรย์ทรวงอก AI Chest X-Ray เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรองในระบบบริการนพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า การจัดระบบวัณโรคครบวงจรครั้งนี้ เป็นการปรับจากการดูแลแบบแยกส่วน ไปสู่การเชื่อมโยงบริการทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่คัดกรอง วินิจฉัย รักษา ป้องกัน และติดตามต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายสิทธิประโยชน์บริการป้องกันวัณโรคระยะแฝง การขยายการตรวจในกลุ่มเสี่ยง และนำเทคโนโลยีอย่าง AI Chest X-Ray และ Molecular testing มาใช้ให้มากขึ้น ช่วยให้ระบบเข้าถึงผู้ป่วยได้เร็วขึ้น แม่นยำขึ้น และลดโอกาสการแพร่เชื้อในชุมชนได้ดียิ่งขึ้น.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม