เชียงใหม่ยังจมฝุ่นวิกฤติหนักต่อเนื่องกว่า 10 วันแล้ว สนามบินกลายเป็นเมืองในหมอกทัศนวิสัยย่ำแย่มองเห็นได้แค่ระยะ 1,500 เมตร ต้องเปิดระบบนำร่องรันเวย์เต็มระบบ มีรถตรวจการณ์คอยวิ่งตรวจทัศนวิสัยขณะเครื่องบินแท็กซี่บนรันเวย์ พบจุดความร้อน 378 จุด กระจายใน 19 อำเภอ ตัวเมืองเชียงใหม่ขึ้นอันดับ 1 อีกครั้ง เมืองใหญ่ที่มลพิษมากสุดในโลก อธิบดี ปภ.เรียก ประชุมวางแผนเตรียมความพร้อมรับมือช่วงเทศกาล สงกรานต์หวั่นฝุ่นควันบดบังเส้นทางการมองเห็นจนเกิดอุบัติเหตุยอดตายเจ็บพุ่ง แม่ฮ่องสอนไฟป่าลามเพิ่มเป็น 4 อำเภอ อุทยานฯสาละวินน่าเป็นห่วง พบจุดความร้อนถึง 121 จุด หนักสุดในบรรดาผืนป่าทั่วประเทศ ระดมเจ้าหน้าที่เร่งดับไฟด่วนหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานตอนบนยังต้องเผชิญปัญหาฝุ่นควันพิษจากไฟป่าอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 4 เม.ย. จ.เชียงใหม่ ยังวิกฤติหนัก สภาพท้องฟ้าในตัวเมืองยังถูกหมอกควันไฟป่า ปกคลุมหนาแน่นมานานกว่า 10 วันแล้ว คุณภาพอากาศย่ำแย่แสนสาหัส มีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนหายใจลำบาก มีอาการแสบตาแสบจมูก และได้กลิ่นควันไฟชัดเจน บางคนแพ้หนักถึงขั้นเลือดกำเดาไหล ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ ควันไฟป่าปกคลุมจนทัศนวิสัยการมองเห็นต่ำเหลือประมาณ 1,500-1,800 เมตร เจ้าหน้าที่ต้องเปิดระบบ นำร่องรันเวย์เต็มระบบ มีรถตรวจการณ์คอยวิ่งตรวจทัศนวิสัยขณะเครื่องบินกำลังแท็กซี่บนรันเวย์ ส่งผล กระทบการบินเรื่องทัศนวิสัยการมองเห็นลดลงต่ำกว่ามาตรฐาน นักบินต้องเพิ่มความระมัดระวังในการ ขึ้นลงบนรันเวย์สลับกันทั้งด้านทิศเหนือและด้านทิศใต้ แต่ยังคงขึ้นลงได้ตามปกติ ส่วนถนนสายเชียงใหม่-หางดง ทัศนวิสัยขุ่นมัวเต็มไปด้วยฝุ่นควันไฟป่าปกคลุม มองเห็นไม่ชัดเจน รถแทบทุกคันต้องเปิดไฟตัดหมอกข้อมูลจากดาวเทียมช่วงเช้าวันนี้ เชียงใหม่ยังพบจุดความร้อน (Hotspot) มากถึง 378 จุด กระจายใน 19 อำเภอ มากที่สุด อ.ฮอด 55 จุด รองลงมา อ.เชียงดาว 45 จุด อ.พร้าว 42 จุด ตามลำดับ ทำให้ เชียงใหม่มีจุดความร้อนสะสมมากถึง 6,255 จุด ศูนย์ ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รายงานดัชนีคุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐาน สูงสุดอยู่ที่ รพ.สต.บ้านทุ่งข้าวพวง อ.เชียงดาว 695 มคก./ลบ.ม. หรือสูงถึง 18 เท่า มีผลกระทบต่อสุขภาพ ทุกคนแบบรุนแรง ส่วนเว็บไซต์ไอคิวแอร์ จัดอันดับเมืองใหญ่ที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก ช่วงเวลา 07.00-08.00 น. เชียงใหม่ขึ้นไปอยู่อันดับ 1 ของโลกอีกครั้ง ดัชนีคุณภาพอากาศ US.AQI ตรวจวัดได้ 247 มคก./ ลบ.ม. ส่วนฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 วัดได้ 172 มคก./ลบ.ม. เป็นสีม่วง มีผลกระทบต่อ ทุกคนอย่างรุนแรงนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายรัฐพล นราดิศร ผวจ.เชียงใหม่ นำคณะลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานของทรัพยากรเครื่องจักรกลสาธารณภัย ตามโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ของพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 การจัดทำแนวป้องกันไฟเปียก Wet Fire Break ในพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ จากนั้นไปร่วมประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง จังหวัดเชียงใหม่ ปี 2569 เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่า ครั้งที่ 9 ที่ห้องปฏิบัติการศูนย์บัญชาการฯ อบจ.เชียงใหม่ค่าฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ในพื้นที่เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และแม่ฮ่องสอน อยู่ระหว่าง 91.1-318.6 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ พื้นที่ค่าฝุ่นเกินค่ามาตรฐาน ดังนี้ ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย 156.8 มคก./ลบ.ม. ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย 205.4 มคก./ลบ.ม. ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย 208.6 มคก./ลบ.ม. ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ 136.2 มคก./ลบ.ม. ต.ศรีภูมิ อ.เมืองเชียงใหม่ 91.1 มคก./ลบ.ม. ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ 107.8 มคก./ลบ.ม. ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ 301.2 มคก./ลบ.ม. ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ 309.5 มคก./ลบ.ม. ต.หางดง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ 119.8 มคก./ลบ.ม. ต.บ้านกลาง อ.เมืองลำพูน 146.2 มคก./ลบ.ม. ต.ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน 208.4 มคก./ลบ.ม. ต.จองคำ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน 134.7 มคก./ลบ.ม. ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน 219.0 มคก./ลบ.ม. ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน 318.6 มคก./ลบ.ม.ภายหลังการประชุม นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดี ปภ. เผยว่า รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนถึงสถานการณ์ฝุ่นควันไฟป่าที่เกิดขึ้นหลายพื้นที่ในจังหวัดภาคเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ใกล้จะถึงนี้ หากปัญหายังไม่คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น จะกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่งต่อการมองเห็นเส้นทาง อาจส่งผลให้สถิติการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตบนท้องถนนเพิ่มสูงขึ้นได้ ปภ.เตรียมความพร้อมรับมือกำชับให้เจ้าหน้าที่ทำงานควบคู่ไปกับการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วง 7 วันอันตราย วันที่ 10-16 เม.ย. เน้นย้ำบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ เพื่อดูแลความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลังให้การเดินทางท่องเที่ยวเต็มไปด้วยความสุขและปลอดภัยอธิบดี ปภ.เผยด้วยว่า ได้เน้นย้ำจังหวัดที่ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยและเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจากเหตุไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) สามารถนำงบประมาณและทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ระงับยับยั้งเหตุและช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีตามระเบียบราชการ ทั้งด้านการช่วยเหลือเยียวยา การป้องกันและบรรเทาการระงับเหตุ ได้ชี้แจงระเบียบกระทรวงการคลังและหลักเกณฑ์ใหม่ของกรมบัญชีกลางให้กับจังหวัดรับทราบเป็นที่เรียบร้อย เพื่อให้การแก้ไขวิกฤติไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 และการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นไปอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วที่สุดทุกมิติ ทั้งนี้ ประชาชนที่พบเห็นไฟป่าหรือได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาหมอกควันสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชม. หรือแอป พลิเคชัน “Thai Disaster Alert” เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการระงับเหตุโดยทันทีจ.แม่ฮ่องสอน ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าฯรายงานจุดความร้อน (Hot spot) ช่วงเช้าพบจุดความร้อน 806 จุด ค่าฝุ่นพิษ PM2.5 เกินมาตรฐาน 3 อำเภอ คือ ต.จองคำ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน 134.7 มคก./ลบ.ม. ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง 219.0 มคก./ลบ.ม. และ ต.เวียงใต้ อ.ปาย 318.6 มคก./ลบ.ม. ขณะที่สถานการณ์ไฟป่ายังทวีความรุนแรงต่อเนื่อง หมอกควันพิษปกคลุมท้องฟ้ามืดครึ้มไปทั่วทั้งเมือง เมื่อช่วงค่ำวันที่ 3 เม.ย. เกิดไฟป่าสองข้างทางถนนทางหลวงหมายเลข 108 แม่ฮ่องสอน-ขุนยวม และทางหลวงหมายเลข 105 แม่สะเรียง-สบเมย เจ้าหน้าที่ระดมกำลังช่วยกันดับอย่างเร่งด่วน สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน จัดเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส.5 (แม่สะเรียง) เข้าดับไฟ 26 จุด บริเวณริมถนนสายแม่สะเรียง-แม่เหาะ บ้านแม่เหาะ หมู่ 4 ต.แม่เหาะ อ.แม่สะเรียง พร้อมทั้งทำแนวป้องกันไฟไม่ให้ลุกลามไปยังบริเวณอื่น ล่าสุดจังหวัดประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติเพิ่มอีก 2 อำเภอ รวมเป็น 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ปาย อ.เมืองแม่ฮ่องสอน อ.ขุนยวม และ อ.แม่สะเรียงนายลิขิต ไหวพรหม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติสาละวิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เรียกประชุมหน่วยงานในสังกัดวางแผนปฏิบัติการดับไฟป่า หลังตรวจพบจุดความร้อน (Hot Spot) ในพื้นที่อุทยานฯสาละวิน 121 จุด สูงสุดในบรรดาพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วประเทศ อยู่ในพื้นที่วิกฤติ 3 จุดหลัก ได้แก่ บริเวณ บ้านห้วยห้อม-ห้วยแห้ง บริเวณบ้านแม่ก๋อน และบริเวณบ้านห้วยกองแป ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง แผนการดับไฟครั้งนี้ เจ้าหน้าที่บางชุดต้องใช้เวลาเดินทางเข้าพื้นที่เป็นระยะทางไกล จำเป็นต้องพักนอนกลางป่าเพื่อให้สามารถควบคุมไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้กำลังหน่วยในสังกัดร่วมกับเจ้าหน้าที่สถานีไฟป่าแม่สะเรียง และราษฎรเฝ้าระวังในพื้นที่ จัดทำแนวกันไฟเพื่อบล็อกหน้าไฟมีความกว้างประมาณ 2-8 กม.พร้อมพิจารณาใช้วิธีเผากลับ (Back Burning) ตามความเหมาะสมของสถานการณ์ ปัญหาอุปสรรคคือสภาพภูมิประเทศสูงชัน ยากต่อการเข้าถึง ประกอบกับบางพื้นที่บางช่วงมีกระแสลมแรง อาจทำให้ไฟลุกลามและเป็นอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานได้ ทุกคนกำลังเร่งควบคุมสถานการณ์อย่างเต็มกำลังความสามารถจ.เลย ช่วงค่ำวันที่ 3 เม.ย. นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผวจ.เลย มอบหมายให้ พ.ต.ท.คูณทัต วีระศักดิกุล รรท.หน.ปภ.จ.เลย นายประชา แสนกลาง นอภ.เมืองเลย นำกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมรถน้ำดับเพลิงลงพื้นที่ดับไฟป่าที่ปะทุซ้ำขึ้นมาบริเวณบ้านภูสวรรค์ เส้นทางภูเรือ-เลย พื้นที่รอยต่อ อ.เมืองเลย กับ อ.ภูเรือ จนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมตรวจสอบพื้นที่ตลอดแนวเส้นทางเพื่อป้องกันการปะทุซ้ำและไม่ให้ลุกลามเข้าสู่พื้นที่ชุมชน นายประชา แสนกลาง นอภ.เมืองเลย กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องขอบคุณผู้สัญจรผ่านเส้นทางได้แจ้งเหตุเข้ามาอย่างทันท่วงที ทำให้สามารถควบคุมสถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม จากสภาพอากาศที่แห้งแล้งและมีวัชพืชแห้งจำนวนมากริมทาง ขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการทิ้งก้นบุหรี่หรือการกระทำที่อาจก่อให้เกิดประกายไฟ รวมทั้งขอความร่วมมืองดการเผาทุกประเภท 100% ในช่วงนี้จ.บึงกาฬ สำนักงาน ปภ.จ.บึงกาฬ ร่วมกับเทศบาลเมืองบึงกาฬ นำเครื่องฉีดพ่นละอองน้ำ LUF-60 พร้อมรถบรรทุกน้ำดับเพลิง ปฏิบัติการลดปริมาณฝุ่นละอองในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองบึงกาฬ บริเวณถนนข้าวเม่าริมโขง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศและลดความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เป็นหนึ่งในมาตรการเชิงรุกของจังหวัดในการบรรเทาสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน สำหรับค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 มี 5 อำเภอที่เป็นพื้นที่สีแดง ประกอบด้วย อ.เมืองบึงกาฬ 152 มคก./ลบ.ม.อ.ปากคาด 132 มคก./ลบ.ม. อ.โซ่พิสัย 101 มคก./ ลบ.ม. อ.ศรีวิไล 78 มคก./ลบ.ม. และ อ.บุ่งคล้า 114 มคก./ลบ.ม. แจ้งเตือนประชาชนให้สวมใส่หน้ากากอนามัยก่อนออกบ้านทุกครั้ง หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง ทุกชนิด และหากมีอาการรุนแรงควรปรึกษาแพทย์อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่